บันทึกไว้เมื่อไปเที่ยว ==> ปักกิ่ง

ทิวารักษ์ เสรีภาพ

Tiantan Gong Yuan - หอสักการะฟ้า-สัญลักษณ์แห่งคติความเชื่อโบราณที่เหลืออยู่

ฉีเหนียนเตี้ยน-ตำหนักสักการะ สิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม และโดดเด่นสุดในเทียนถาน

  • ไม่ไกลจากพระราชวังต้องห้ามไปทางทิศใต้ ภายในรั้วของสวนสาธารณะเทียนถาน คือที่ตั้งของสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสะดุดตาที่สุด ด้วยหลังคากระเบื้องสีฟ้าเข้มที่กลมกลืนกับสีท้องฟ้าเบื้องบน ในอดีต คือสถานที่ประกอบพระราชพิธีสักการะเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งฟ้า ของจักรพรรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและชิงมาหลายรัชสมัย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่ออกแบบมา เพื่อรับใช้คติในการแสดงความเคารพต่อ 'ฟ้า' ของชาวจีน
  • ปัจจุบันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการเซ่นไหว้ที่ใหญ่ที่สุด ในกลุ่มโบราณสถานประเภทเดียวกันที่หลงเหลืออยู่ในกรุงปักกิ่ง
  • the temple of heaven เป็นสัญญลักษณ์หนึ่งของปักกิ่ง โดยเฉพาะ Hall of prayer for good harvests (ฉีเหนียนเตี้ยน)
  • ด้านนอกเป็นสวนสาธารณะ ในพื้นที่ชั้นใน จะเก็บค่าผ่านประตูเข้าไปชมสำหรับนักท่องเที่ยว

  • หน้าทางเข้ามีพนักงานร้านอาหารมาออกกำลังกาย จะเห็นมาตลอดทางหลายร้านที่ทำแบบนี้ แล้วก็จะมีจักรยานมาจอดไว้เยอะมาก ๆ ตรงหน้าประตูทางเข้า
  • ลานกว้างสำหรับการออกกำลังกายของผู้สูงวัย การเขียนตัวหนังสือจีนลงบนพื้นด้วยน้ำ โดยใช้พู่กันยักษ์
  • ภายในบริเวณหอบวงสรวง ระหว่างทางเดิน มีผู้คนมาออกกำลังกาย คล้ายสวนลุมบ้านเรา แต่คนเยอะกว่า

  • น้อง ๆ อนุบาลก็มากะเค้าด้วย คุณครูคอยจับกันให้วุ่นไปหมด มีแข่งผู้หญิงกับผู้ชายด้วย คงจะเพิ่งหัดกันต่ละคนยังไถแถก ๆ ทีละก้าวกับพื้นอยู่เลย

  • หอสักการะฟ้าเทียนถาน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เดิมเรียก 'หอสักการะฟ้าดิน' แรกเริ่มเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิเสด็จมาเซ่นไหว้เทพเจ้าฟ้าและดิน มาในสมัยราชวงศ์หมิงปีที่ 9 แห่งรัชกาลหมิงเจียจิ้ง (ค.ศ.1530) ได้มีการสร้าง 'หอสักการะดิน' ขึ้นทางทิศเหนือชานกรุงปักกิ่ง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่สำหรับเซ่นไหว้สักการะเฉพาะเทพเจ้าแห่งฟ้า แล้วเปลี่ยนมาใช้นาม เทียนถาน
  • การประกอบพิธีสักการะ และสวดมนต์ภาวนาต่อสวรรค์ของกษัตริย์ราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) และชิง (ค.ศ.1644-1911) กระทำขึ้นเพื่อขอความสิริมงคลแก่ตน ขอฟ้าขอฝนให้พืชผลในไร่นาอุดมสมบูรณ์ พสกนิกรอยู่ร่มเย็นเป็นสุข
  • นอกจากนี้ยังใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิธีไหว้ฟ้าดินและเทพเจ้าต่าง ๆ เพื่อขอพรให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินมีความสุข พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
  • ในสมัยโบราณ จักรพรรดิจะเสด็จออกจากพระราชวังหลวงปีละ 2 ครั้ง พร้อมขบวนขันที ข้าราชสำนัก และขุนนางอีกกว่า 1,000 คน ตรงไปยังหอบวงสรวงสวรรค์เทียนถาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระราชวัง ห่างออกไป 3 กิโลเมตร หอบวงสรวงเทียนถาน แห่งนี้ใช้เวลาในการสร้างถึง 14 ปี สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับพระบรมมหาราชวัง ในสมัยโบราณใช้เป็นที่สำหรับฮ่องเต้ในการประกอบพระราชพิธี บวงสรวงเทพยดาฟ้าดินของจักรพรรดิจีน ในสมัยโบราณ ว่ากันว่า ณ ที่แท่นบวงสรวงนั้น สามารถส่งเสียงให้ดังไปได้จนถึงสรวงสวรรค์ พร้อมสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่งดงาม
  • เทียนถาน บนพื้นที่กว่า 2 ล้านตารางเมตรของเทียนถาน (ใหญ่กว่ากู้กง 4 เท่า) ประกอบด้วยกำแพงโอบล้อม 2 ชั้น ซึ่งแบ่งเรียกเป็นเขตชั้นนอก คือ พื้นที่ในส่วนระหว่างกำแพงชั้นใน (ยาว 3,292 เมตร) กับชั้นนอก (ยาว 6,416 เมตร) และเขตชั้นใน คือ พื้นที่ใจกลางที่ล้อมรอบอยู่ด้านในของกำแพงชั้นใน
  • เทียนถานตั้งอยู่ใจกลางสวนขนาด 267 เฮกตาร์ ประกอบด้วยซีเหนียนเตี้ยน หอที่ฮ่องเต้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อให้การเก็บเกี่ยวพืชผลธัญญาหารเป็นไปด้วยดี ตัวอาคารเป็นรูปทรงกลมสร้างด้วยไม้สูง 39 เมตร หลังคามี 3 ชั้น มุงกระเบื้องสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของสวรรค์ หอนี้ก่อสร้างโดยไม่ได้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ถัดลงไปทางใต้เป็นที่ตั้งแท่นบูชาสวรรค์ ลักษณะเหมือนเวทีทรงกลมซ้อน 3 ชั้นสร้างด้วยหินอ่อน ใกล้กันเป็นกำแพงสะท้องที่โด่งดัง สามารถสะท้อนเสียงจากฟากหนึ่งของกำแพงไปยังอีฟากหนึ่งได้

  • สิ่งปลูกสร้างต่างๆใน เทียนถัน ได้แบ่งออกเป็นแดนเหนือ และใต้เช่นเดียวกัน โดยในแดนเหนือ หรือส่วน ‘ฉีกู่ถัน’ ซึ่งกินเนื้อที่ทั้งสิ้น 72,340 ตร.ม.
  • ประกอบด้วย ‘ฉีเหนียนเตี้ยน-ตำหนักสักการะ’ (หมายเลข 8 ในแผนที่) เป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีสวดภาวนาต่อสวรรค์ ขอให้พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
  • และแดนใต้ คือ ‘หยวนชิวถัน’ กินเนื้อที่ราว 446,600 ตร.ม. ซึ่งมี ‘หยวนชิว-วงแท่นสักการะ’ (หมายเลข 5) เป็นสถานที่สำหรับเซ่นไหว้สวรรค์ชั้นฟ้า ในช่วงฤดูหนาวของแต่ละปี และขอฟ้าขอฝนในช่วงฤดูร้อน
  • สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและโดดเด่นอื่น ๆ อีก ได้แก่ สะพานตันปี้ (หมายเลข 2) ยาว 360 เมตร กว้าง 30 เมตร ทางเชื่อมตำหนักสักการะกับแท่นสักการะ โดยเส้นทางเดินที่ทอดยาวจากด้านใต้ที่สูงเพียง 1 เมตรนั้น ความสูงจะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนไปสุดปลายทางด้านเหนือจะสูงถึง 4 เมตรด้วยกัน สอดแทรกนัยสำคัญเอาไว้ว่า ในแต่ละก้าวที่องค์ฮ่องเต้เสด็จย่ำผ่านมาบนเส้นทางนี้ จะค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ สู่สวรรค์ ซึ่งตรงตามตำแหน่งของตำหนักสักการะ ณ เบื้องหน้านั่นเอง โดยถนนฝั่งซ้ายสำหรับองค์ฮ่องเต้เสด็จผ่าน ถนนฝั่งขวาสำหรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่
  • กำแพงสะท้อนเสียง (หมายเลข 4)

หอเทพสถิตย์

  • หอเทพ สถิตย์ สถานที่ประดิษฐานแผ่นป้ายองค์เทพเทวาทั้งหลาย เป็นอาคารสูง 19.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 15.6 เมตร สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง

ประตูทางเข้า หอเทพสถิตย์

ลวดลายศิลป ในหอเทพย์สถิตย

  • กำแพงสะท้อนเสียง เป็นกำแพงทรงกลมรอบนอกของหอเทพสถิต ยาว 193.2 เมตร สูง 3.7 เมตร หนา 0.9 เมตร สามารถส่งผ่านเสียงไปถึงผู้ที่ยืนอยู่กำแพงฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน แม้เสียงจะเบาราวกับเสียงกระซิบก็ตาม

สะพานตันปี้

  • ซุ้มประตูทางเข้าสะพานตันปี้ ยาว 360 เมตร กว้าง 30 เมตร ทางเชื่อมตำหนักสักการะกับแท่นสักการะ โดยเส้นทางเดินที่ทอดยาวจากด้านใต้ที่สูงเพียง 1 เมตรนั้น ความสูงจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนไปสุดปลายทางด้านเหนือจะสูงถึง 4 เมตรด้วยกัน แทรกนัยสำคัญเอาไว้ว่า ในแต่ละก้าวที่องค์ฮ่องเต้เสด็จย่ำผ่านมาบนเส้นทางนี้ จะค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ สู่สวรรค์ ซึ่งตรงตามตำแหน่งของตำหนักสักการะ ณ เบื้องหน้านั่นเอง โดยถนนฝั่งซ้ายสำหรับองค์ฮ่องเต้เสด็จผ่าน ถนนฝั่งขวาสำหรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่
  • มีโคมไฟสวยงามตลอดแนว ทั้งนี้ ได้สอดแทรกนัยสำคัญเอาไว้ว่า ในแต่ละก้าวที่องค์ฮ่องเต้เสด็จย่ำผ่านมาบนเส้นทางนี้ จะค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ สู่สวรรค์ ซึ่งตรงตามตำแหน่งของตำหนักสักการะ ณ เบื้องหน้านั่นเอง โดยถนนฝั่งซ้ายสำหรับองค์ฮ่องเต้เสด็จผ่าน ถนนฝั่งขวาสำหรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่

  • สถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสะดุดตาที่สุด ด้วยหลังคากระเบื้องสีฟ้าเข้มที่กลมกลืนกับสีท้องฟ้าเบื้องบน ในอดีต คือสถานที่ประกอบพระราชพิธีสักการะเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งฟ้า ของจักรพรรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและชิงมาหลายรัชสมัย
  • Hall of Prayer for Good Harvests (qi nian dian) ฉีเหนียนเตี้ยน เป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในเทียนถานกงหยวน ถูกสร้างขึ้นในปี คศ.1420 โครงสร้างมีลักษณะเป็นระเบียงหินอ่อนสามระดับ มีความสูง 38 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เมตร ตัวโครงสร้างไม่มีตะปูหรือซีเมนต์ในการยึดโครงสร้างเลย แต่ใช้เสาและคานไม้รองรับน้ำหนัก ตัวเพดานส่วนบนมีความสวยงาม และเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปักกิ่ง
  • เริ่มแรกสร้างใน ราชวงศ์หมิง สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบวงสรวงเทพยดา โดยโอรสของสวรรค์ ซึ่งก็คือฮ่องเต้ เพื่อให้การกสิกรรมพืชผลอุดมสมบูรณ์ และเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขออภัยไถ่บาปของประชาชน
  • การทำพิธีจะทำก่อนเข้าฤดูหนาว จักรพรรดิ์ และผู้ติดตาม จะเคลื่อนขบวนจากถนนเฉียนเหมินเข้ามาที่เทียนถานอย่างสงบเงียบ คนธรรมดาสามัญชนจะไม่ ได้รับอนุญาตให้เข้าชมพิธีกรรมได้ ขบวนเสด็จจะประกอบด้วยขบวน ช้าง ม้า เจ้าหน้าที่ประกอบพิธี นักดนตรีสีเป่าโดยแต่งตัวในชุดตระการตาและธงโบกสะบัด

ประตูด้านหลัง ที่เก็บอุปกรณ์ในการทำพิธีไหว้


วงแท่นสักการะ (หยวนชิว)

  • วงแท่นสักการะ รั้วฐานทั้ง 3 ชั้น สร้างขึ้นจากหินหยกขาวแกะสลัก ซึ่งมีความสูงกว่า 5 เมตร
  • เมื่อย่างเข้าสู่เหมันตฤดู ฮ่องเต้จะต้องเสด็จมา ณ ที่แห่งนี้ เพื่อกราบไหว้ขอบคุณสวรรค์ ที่ช่วยบันดาลความสมบูรณ์พูนสุขแห่งพืชผลมาตลอดปี รวมถึงขอให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอยู่ร่มเย็นเป็นสุขในปีต่อ ๆ ไป

  • หินใจกลางสวรรค์ คือ พื้นหินส่วนใจกลางแท่นสักการะชั้นบนสุด โดยแผ่นหินลักษณะคล้ายรูปพัด จะเรียงกระจายตัวออกไปเป็นรัศมีวงกลม เพิ่มขึ้นทีละ 9 ก้อนทบไปเรื่อย ๆ รวมทั้งสิ้น 3,402 ก้อน ซึ่งหินแต่ละก้อนจะมีขนาด และการจัดวางที่ประณีตยิ่ง แม้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นร้อย ๆ ปี ยังสามารถคงสภาพเป็นระเบียบใกล้เคียงกับเมื่อแรกสร้างไว้จนถึงปัจจุบัน
  • หากยืนอยู่ ณ ตำแหน่งหินใจกลางสวรรค์นี้ แล้วตะโกนออกไปเพียงเบาๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องตอบกลับมาให้ได้ยินในทันทีอีกด้วย

หุ่นขี้ผึ้งจำลอง ‘เฉียนหลงฮ่องเต้-จอมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิง’ ในตำหนักรักษาศีล

  • ตำหนักรักษาศีล สถานพำนักในช่วงถือศีลกินเจ ก่อนถึงวันประกอบพิธีของฮ่องเต้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตำหนักสักการะ ซึ่งส่วนฐานสร้างด้วยหินหยกขาว เดิมทีเรียก ตำหนักไร้คาน เนื่องจากการสร้างส่วนหลังคาโดยไม่ต้องใช้ไม้คานนั่นเอง

ตำหนักสักการะ / พ้นประตูสักการะ มุ่งหน้าสู่ตำหนักสักการะ

  • ประตูสักการะ ตั้งอยู่ด้านใต้ของตำหนักสักการะ กว้าง 50 ฟุต ส่วนบนประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ และฐานทำด้วยหินขาว
  • ตำหนักสักการะ คือ สถานสักการะสวรรค์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีลักษณะเป็นหอทรงกลม 3 ชั้น สูง 32 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 24.2 เมตร ชั้นบนเป็นห้อง ส่วนชั้นล่างเป็นแท่นบูชา โดยส่วนหลังคาแผ่กางออกไปคล้ายร่ม
  • ศาลากลมแฝด จักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้สร้างศาลานี้ เพื่อถวายพระพรแด่องค์ไทเฮา เนื่องในวาระเฉลิมพระชนมายุ 50 พรรษา เมื่อปีค.ศ. 1741 ณ จงหนันไห ่(ด้านตะวันตกของสวนสาธารณะจงซัน กรุงปักกิ่ง) และถูกย้ายถอนมายังสวนป่าสนด้านตะวันตกของเทียนถัน ในปีค.ศ.1977
  • ประเทศจีนในสมัยโบราณจะพบเห็นศาลเจ้าและแท่นบูชาเทพเจ้าอยู่ทั่วไป เนื่องจากในเวลานั้นการเซ่นไหว้เทพเจ้ายังอยู่ในคติความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่มีศาลที่ประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษและสักการะพระพุทธรูปเป็นสิ่งปลูกสร้างหลัก
  • ทว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่อยู่ภายในบริเวณหอสักการะฟ้าเทียนถัน นับว่าเป็นหมู่สถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้น้อยมาก เพราะมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆเป็นส่วนประกอบสิ่งปลูกสร้างหลักด้วย อาทิ ศาลาฆ่าสัตว์ เตาเผาถ่าน แท่นเตรียมเครื่องพิธี หอระฆัง ฯลฯ สำหรับรองรับการประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้ทางประเพณีโบราณอย่างครบเครื่อง และยังมีการตกแต่งที่งดงามเลิศล้ำ
  • ดังนั้นเทียนถันจึงได้ชื่อว่า มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันทรงคุณค่า และได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ.1998 ซึ่งเป็นมรดกโลกที่อยู่ในประเทศจีนลำดับที่ 21

  • ทางเดินออกสู่ประตูด้านหลัง

ข้อมูล

มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ. 1998

ที่ตั้ง - อยู่ห่างจาก ‘กู้กง’ หรือพระราชวังต้องห้าม ณ กรุงปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพียงไม่กี่กิโลเมตร

พื้นที่ - 2,730,000 ตร.ม. โดยมีตำหนักสักการะ เป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่ยังคงสภาพความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุด

สร้างขึ้นในปี - รัชสมัยหย่งเล่อปีที่ 18 (ค.ศ.1420) ฮ่องเต้เฉิงจู่-จูตี้แห่งราชวงศ์หมิง ซึ่งได้มีการต่อเติมเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา จนกระทั่งย่างเข้าสู่รัชสมัยเฉียนหลงปีที่16 (ค.ศ.1751) แห่งราชวงศ์ชิง

ข้อมูลเดินทาง

เทียนถานตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ท่านสามารถเดินทางได้สะดวกสบายโดยขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีเฉียนเหมิน แล้วต่อรถโดยสารประจำทาง หรือใช้บริการรถเมล์ดังนี้ สาย 6,35,36,106,707,822 ผ่านประตูทิศเหนือ สาย 6,34,35,36,39,41,43,60,116,610 ผ่านประตูทิศตะวันออก สาย 36,120,122,610,707 ผ่านประตูทิศใต้ และสาย 2,15,17,20,25,36,54,59,105 ผ่านประตูทิศตะวันตก

ราคาบัตรผ่านประตู เดือนเม.ย.- ต.ค. 35 หยวน พ.ย.- มี.ค. 30 หยวน เปิดทำการเวลา 6:00 - 20:00 น.

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ สวนเป๋ยไห่ และจิ่งซัน

ขึ้นด้านบน