บันทึกไว้เมื่อไปเที่ยว ==> ปักกิ่ง

ทิวารักษ์ เสรีภาพ

Wan Li Chang Chen

‘มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน ไม่องอาจเยี่ยงวีรบุรุษ’

  • วลีหนึ่งของ ‘เหมาเจ๋อตง’ ที่ได้เอ่ยถึง ‘ฉางเฉิง’ กำแพงเมืองสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวจีนทั้งชาติ เนื่องจากเป็นสิ่งปลูกสร้างทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศที่ยิ่งใหญ่ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างยาวนานที่สุด อิฐหินแต่ละก้อนล้วนมาจากหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อและชีวิตของบรรพบุรุษแห่งชนชาติทั้งสิ้น กำแพงเมืองจีนจึงเสมือนอนุสรณ์สถานให้คนรุ่นหลังได้หวนระลึกถึงความเกรียงไกรของบรรพชนที่แม้จะไร้เครื่องมือทันสมัย ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานยิ่งใหญ่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกได้
  • กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงยาวหมื่นลี้ เปรียบเสมือนมังกรตัวมหึมา ที่ทอดกายจากทะเลโป๋ไห่ ลัดเลี้ยวผ่าน 5 มณฑล 2 เขตปกครองตนเอง ไปสิ้นสุดลงที่กลางทะเลทรายโกบี มณฑลกานสูทางตะวันตกของประเทศ ระหว่างทางมีการสร้างป้อมขึ้นตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่ง ถือป็นสัญลักษ์ของประเทศจีน และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สร้างจากอิฐและหินก้อนใหญ่ที่ขนมาจากทั่วประเทศ สร้างด้วยแรงงานคนนับหมื่นนับแสนคน มีความยาว 6,350 กิโลเมตร ตัวกำแพงสูงราว 7 เมตร และกว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าหากใช้วัสดุก่อสร้างที่สร้างกำแพงแห่งนี้มาสร้างกำแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะได้กำแพงที่มีความยาวรอบโลก 1 รอบ
  • ท่ามกลางความเหน็บหนาว เมิ้งเจียงหนี่ว์หญิงชาวบ้านสู้อุตส่าห์ฝ่าลมหนาวมุ่งขึ้นเหนือตามหาสามีรัก ที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นแรงงานก่อสร้างกำแพงเมือง หลังจากที่สามีจากบ้านมาเป็นเวลาหลายปี การเดินทางครั้งนี้นางหวังเพียงเพื่อจะได้มอบเสื้อกันหนาว ที่ตนเองบรรจงเย็บขึ้นกับมือให้กับเขา...ด้วยหัวใจรักที่มุ่งมั่น ในที่สุดนางก็บุกบั่นจนมาถึง...ที่ค่ายพักแรงงานก่อสร้างนางเที่ยวถามหาสามีไปทั่ว แต่ทว่ากลับต้องพบกับข่าวร้าย...สามีอันเป็นที่รักของนางนั้นได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้นานแล้ว เนื่องจากทนทรมานกับความยากลำบาก และผจญกับสภาพอากาศที่โหดร้ายไม่ไหว และศพของเขาก็ถูกฝังอยู่ภายใต้กำแพงเมืองนั่นเอง ...นางร่ำไห้คร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือดอยู่สามวันสามคืน จนในที่สุดทำให้กำแพงเมืองยาวหลายร้อยลี้พังทลายลงมาทั้งแถบ เผยให้เห็นซากอันไร้วิญญาณของสามี เมื่อนั้นเอง นางจึงตัดสินใจกระโดดเอาศีรษะพุ่งชนกำแพงตายอยู่เคียงสามี ณ ที่แห่งนั้น
  • ‘เมิ้งเจียงหนี่ว์’ 1 ใน 4 ตำนานรักพื้นบ้านอันยิ่งใหญ่ของชาวจีน (ม่านประเพณี ตำนานรักนางพญางูขาว ชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า) ที่หลายคนเชื่อว่า ปัจจุบันสถานที่ฝังศพเมิ้งเจียงหนี่ว์และสามีนั้น คือ กำแพงเมืองจีนบริเวณด่านซันไห่กวน ในมณฑลเหอเป่ย เรื่องราวในตำนานสะท้อนถึงสภาพความทารุณโหดร้าย แห่งยุคสมัยการซ่อมแซม และต่อเติมกำแพงเมืองจีนขององค์จักรพรรดิฉินซี ซึ่งได้เกณฑ์เอาไพร่พล ชาวเมือง และนักโทษหลายแสนคนมาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง
  • การสร้างกำแพงนี้ ในครั้งแรกปรากฎอยู่ในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล แต่แนวทิศทางของกำแพงนี้ถูกกำหนดในช่วง 220 ปีก่อนคริสตกาล โดยจิ๋นซีฮ่องเต้ ู้ก่อตั้งและปฐมจักรพรรดิของอาณาจักรจีน พระองค์ทรงบัญชาการสร้างกำแพงนี้ต่อจากกำแพงเดิม เพื่อเป็นเครื่องกีดขวางการรุกรานของชนเร่ร่อนที่ขี่ม้า ทหาร และชาวนาทั่วอาณาจักรจีนถูกเกณฑ์มาเพื่อก่อสร้าง “กำแพงหมื่นลี้” นี้เป็นเวลาหลายปี (1 ลี้เท่ากับ 547 หลา หรือ 500 เมตร) ว่ากันว่ากำแพงเมืองจีนสร้างด้วยแรงงาน เลือดเนื้อ ชีวิตของคนนับล้านคนในสมัย จักรพรรดิ์ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ใต้กำแพงจะมีศพคนมากมายอยู่ด้วย
  • เป็นที่กล่าวกันว่านักบินอวกาศของสหรัฐเมื่อโคจรอยู่นอกโลก มองลงมาสิ่งปลูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ที่พบเห็นเป็นสิ่งแรกคือ กำแพงเมืองจีน นั่นเอง มีความยาว 14,600 ลี้ หรือ 6,788 กม. จากทางชายฝั่งตะวันออกที่ซานไห่กวน ไปทางตะวันตกจบลงที่ เจียยู่กวน ในทะเลทรายโกบี

  • ด้วยความระบือนามของฉินซีฮ่องเต้ (ฉินสื่อหวงตี้)นี้ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า กำแพงเมืองจีน เริ่มก่อสร้างครั้งแรกในสมัยของพระองค์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว กำแพงเมืองจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปีนี้
  • ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์โจว เมื่อราว 700 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยกษัตริย์แคว้นฉู่ได้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้น เพื่อป้องกันการรุกรานจากแคว้นอื่น ได้แก่ ฉี เยี่ยน เว่ย จ้าว และฉิน ซึ่งต่อมาแคว้นเหล่านี้ก็ได้หันมาลงมือก่อสร้างกำแพงต้านข้าศึกตามอย่างบ้าง
  • เมื่อย่างเข้าสู่ยุคสมัยของจักรพรรดิฉินซีแห่งราชวงศ์ฉิน ภายหลังผนึกรวมทั้งหกแคว้นเป็นหนึ่งแล้ว ได้ทำการเชื่อมกำแพงเมืองจีนทางตอนเหนือของแคว้นฉิน เยี่ยน และจ้าวเข้าด้วยกัน รวมถึงดำเนินการก่อสร้างต่อเติมออกไปอีก ทั้งในสมัยของราชวงศ์ฮั่น เรื่อยไปถึงราชวงศ์หมิง
  • ในสมัยราชวงศ์ฉิน (221-207 BC) ในยุคของจักรพรรดิ์ฉินฉือหวง กำแพงถูกแยกสร้างออกเป็นส่วนๆ โดยรัฐอิสระต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรุกรานของคนเถื่อนทางเหนือ ที่ออกปล้นสะดมภและกำแพงเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
  • ใช้แรงงานก่อสร้างกว่า 300,000 คน ใช้เวลาก่องสร้างนานนับสิบปี ว่ากันว่า หากนำเอาวัสดุก่อสร้างกำแพงเมืองจีนทั้งหมดมาสร้างถนนกว้าง 5 เมตร หนา 35เมตร สามารถสร้างถนนได้ครบ 1รอบโลก
  • ใช้เงินสร้าง 1ล้านตำลึง ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถเลี้ยงคนทั้งประเทศ สมัยนั้น (10ล้านคน) ได้ 1 ปี

  • ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือ ส่วน 'กำแพงเมือง’ มีทั้งเป็นกำแพงหิน ดิน ทราย และอื่นๆ ตามแต่วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง โดยจะมีความสูงราว 3-8 เมตร และยอดกำแพงกว้าง 4-6 เมตร
  • ‘หอสังเกตการณ์’ จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบนใช้คอยสอดส่องและยิงธนูต่อสู้ข้าศึก ส่วนชั้นล่างถูกซอยออกเป็นห้องเล็กๆ ใช้เก็บสรรพาวุธ รวมถึงเป็นที่พักนอนของเหล่าทหารหาญ
  • ส่วนที่3 คือ ‘ตัวด่านหรือป้อมปราการ’ มักสร้างไว้ตามจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์
  • และ ‘หอส่งสัญญาณ’ ซึ่งเป็นส่วนที่ตั้งอยู่นอกเขตกำแพง ตามยอดเขาหรือที่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกลๆ ตอนกลางคืนจะใช้วิธีจุดไฟแจ้งเหตุ ส่วนกลางวันใช้เป็นควันไฟสัญญาณแทน

  • ส่วนที่เหลือให้เห็นเป็นรูปกำแพงตามดินแดนตอนเหนือของจีน ได้แก่ กรุงปักกิ่ง (18 ด่าน) นครเทียนจิน (2 ด่าน) มณฑลกันซู่ (20 ด่าน) มณฑลเหอเป่ย (43 ด่าน) มณฑลเหลียวหนิง ( 2 ด่าน) มณฑลหนิงเซี่ย (15 ด่าน) มณฑลซันซี (61 ด่าน) และมณฑลส่านซี (24 ด่าน) ล้วนเป็นกำแพงเมืองที่ก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น โดยสุดด้านตะวันออก คือ ด่านซันไห่กวน ในมณฑลเหอเป่ย และสุดด้านตะวันตก คือ ด่านเจียอี้ว์กวน ในมณฑลกันซู่
  • ปัจจุบันกำแพงส่วนใหญ่เสื่อมโทรม  บางส่วนถูกกลืนเป็นฝุ่นทราย หรือซากบนภูเขา บางส่วนถูกตัดผ่านกลางเป็นถนน และทางรถไฟ มีเฉพาะบางส่วนที่ถูกบูรณะซ่อมแซมสำหรับนักท่องเที่ยวไปชม
    โดยเฉพาะที่ปักกิ่ง สามารถเดินทางไปเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนได้ 3 จุดที่มีชื่อเสียง คือ

 

‘ด่านปาต๋าหลิ่ง’ ขึ้นชื่อว่า มีความแข็งแรง มีสภาพสมบูรณ์
และเป็นจุดเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนที่ดีที่สุด

  • Badaling changcheng ตั้งอยู่ 70 กม.ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง และเป็นที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาชมกำแพงเมืองจีนกันที่นี่ ปาต้าหลิงถูกบูรณะขึ้น เมื่อปี 1957 และกำแพงถูกปรับปรุงเป็นระยะหลายร้อยเมตร แต่ถ้าเรายังคงเดินต่อไปจะพบส่วนของกำแพงซึ่งยังไม่ได้รับการบูรณะ เป็นอยู่ตามสภาพของมัน และนักท่องเที่ยวน้อย เดินกันมาไม่ถึง การเดินทางมาปาต้าหลิง ค่อนข้างสะดวก ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาเยี่ยมชมที่ ปาต้าหลิง
  • ไปกลับได้ภายใน 1 วัน ราคาบัตรขึ้นกำแพง 45 หยวน เดินทางโดยรถโดยสารทางไกล (คล้ายบขส.) สาย 919 ขึ้นที่ท่ารถประตูเต๋อเซิ่งเหมิน บริเวณใกล้สถานีรถไฟใต้ดินจีสุ่ยถัน รถออกเวลา 6:30 - 8:30 น.
  • หรือด้วยรถโดยสารขนาดเล็ก (คล้ายรถตู้แล่นในเขตปริมณฑล) ออกจากท่ารถหน้าสถานีรถไฟใต้ดินเฉียนเหมิน และฉงเหวินเหมิน สามารถซื้อตั๋วและเดินทางได้ในวันเดินทาง หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า 2 วัน ราคาตั๋วประมาณ 40 หยวน รถออกทุกวัน เวลา 6:30-10:00 น.

ด่าน 'มู่เถียนอี้ว์'

  • Mutianyu changcheng เป็นกำแพงเมืองจีนแห่งที่สอง ที่เปิดให้เข้าชม ตั้งอยู่ 90 กม.ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของปักกิ่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น รถกระเช้า เช่นเดียวกับที่ ปาต้าหลิง ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยว มาเที่ยวน้อยกว่าปาต้าหลิง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเองส่วนใหญ่จะมาที่นี่ ส่วนการหาซื้อทัวร์ ก็พอหาซื้อได้ ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแต่ต้องถามให้แน่ใจ ไม่เช่นนั้นทัวร์นั้นอาจนำท่านไป  ปาต้าหลิงได้
  • ราคาบัตรขึ้นกำแพง 25-35 หยวน (ตามฤดูท่องเที่ยว) มีรถกระเช้าขึ้นกำแพงราคา 50-35 หยวน ด่านมู่เถียนอี้ว์ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินตงจื๋อเหมิน ในเขตเมืองปักกิ่ง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 70 กิโลเมตร ในอำเภอหวยโหรว
  • สามารถเดินทางด้วยรถไฟสายตรงถึงกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนอี้ว์ โดยขึ้นรถที่สถานีรถไฟตรงประตูซีจื๋อเหมิน ไปลงที่เป่ยไจ๋ แล้วต่อรถยนต์ไปอีกจึงถึงจุดหมาย ราคาค่าตั๋วรถไฟรวมค่าบัตรผ่านประตูแล้ว
  • หรือนั่งรถโดยสารทางไกลสาย 916 ตงจื๋อเหมิน-อำเภอหวยโหรว
  • หรือรถโดยสารสาย 6 จากประตูเซวียนอู่เหมิน-มู่เถียนอี้ว์ (ให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 15 เมษายน-15 ตุลาคม)

  • Simatai changcheng เป็นส่วนของกำแพงเมืองจีนที่มีความลาดชัน และค่อนข้างคงความเป็นสภาพปัจจุบันที่เสื่อมโทรม จึงมีความสวยงามเป็นอีกแบบ และที่นี่ไม่มี สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น รถกระเช้า หลายคนที่ไปเที่ยวชมมาแล้วกล่าวว่าที่นี่เป็นกำแพงเมืองจีน ที่งดงามที่สุด ซือหม่าไถ ตั้งอยู่ 110 กม.ตะวันออกเฉียงเหนือของปักกิ่ง ค่อนข้างไกลเมื่อเทียบกับที่อื่น และนักท่องเที่ยวยังมากันน้อย ทำให้การเดินทางโดยรถประจำทางไม่ค่อยสะดวก แต่ก็อาจหาเหมารถจากปักกิ่งไปได้
  • ด่านซือหม่าไถ ราคาบัตรขึ้นกำแพง 30 หยวน สามารถเดินทางโดยขึ้นรถโดยสารทางไกลที่ท่ารถประตูตงจื๋อเหมิน สายตงจื๋อเหมิน-มี่หยุน-ซือหม่าไถ หรือขึ้นรถโดยสารสาย 12 ที่ป้ายรถหน้าสถานีรถไฟใต้ดินเซวียนอู่เหมิน หรือที่สถานีตงซื่อสือเถียว ระยะทาง 130 กิโลเมตร เส้นทางนี้ใช้ได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ราคาตั๋วไป-กลับประมาณ 60 หยวน

กำแพงเมืองจีน ต้องขับรถออกนอกเมืองไปตามเส้นทาง ซึ้งข้างทางจะเป็นทางรถไฟไปสู่สานทรานไซบีเรีย

โปรดตรวจสอบราคาบัตรเข้าชมรวมค่าประกันภัยหรือไม่ และเพื่อความปลอดภัย อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนได้ถึงป้อมที่ 12 เท่านั้น
เด็กเล็กระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ หากเกิดเหตุฉุกเฉินติดต่อเจ้าหน้าที่หมายเลขโทรศัพท์ 69031051

ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือ ส่วน 'กำแพงเมือง’ ทั้งเป็นกำแพงหิน ดิน ทราย และอื่น ๆ ตามแต่วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง มีความสูงราว 3-8 เมตร และยอดกำแพงกว้าง 4-6 เมตร

‘หอสังเกตการณ์’ แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบนใช้สอดส่องและยิงธนูต่อสู้ข้าศึก ชั้นล่างแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ใช้เก็บอาวุธ เป็นที่พักนอนของทหาร ส่วนที่3 คือ ‘ตัวด่านหรือป้อมปราการ’ สร้างไว้ตามจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์

‘หอส่งสัญญาณ’ ซึ่งเป็นส่วนที่ตั้งอยู่นอกเขตกำแพง ตามยอดเขาหรือที่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกล ตอนกลางคืนจะใช้วิธีจุดไฟแจ้งเหตุ ส่วนกลางวันใช้เป็นควันไฟสัญญาณ

แต่ละป้อมมีร้านขายของที่ระลึก แล้วถ่ายรูป print ออกกระดาษธรรมดา แปะกับกระดาษที่มีสัญลักษณ์กำแพงเมืองจีน ให้เขียนชื่อลงวันที่ แล้วเคลือบให้ด้วย size A4 ราคา 5 หยวน = 25 บาท

ด้านในของแต่ละด่าน มีที่พัก ด้านในด้วย || กำแพงเมืองจีนในส่วนที่อยู่บนสุด ด่านที่ 4 || สังเกตท่าลง

ขากลับนั่งรถผ่านแลเห็นกำแพงตลอดทาง || ด้านซ้ายมีท่อเขียว คือ slider สำหรับคนที่เดินขึ้นแล้วขี้เกียจเดินลงก็นั่ง slider ลงไปได้เหมือนกัน 5 หยวน 25 บาท

ขึ้นด้านบน