บันทึกไว้เมื่อไปเที่ยว ==> ปักกิ่ง
ทิวารักษ์ เสรีภาพ
หุ่นขี้ผึ้งประวัติศาสตร์กษัตริย์ราชวงศ์หมิง
ฉากที่ 1 สมัครเป็นทหาร (คศ.1328-1398)
จูหยวนจางกำพร้าบิดามารดาต้องอาศัยวัดอยู่ เมื่อเติบโตบวชเป็นพระ เจ้าอาวาสบอกว่าชีวิตเจ้าไม่ควรอยู่วัดควรไปที่สนามรบ ปี ค.ศ.1352 เขาไปสมัครเป็นทหาร ร่วมกับทัพของกบฎชาวนาที่เหาโจว (ปัจจุบันเป็น อ.เฟิ่งหยาง ม.อานฮุย) ซึ่งมีกัวจื่อซิงเป็นหัวหน้า เขาแต่งงานกับหม่าซื่อ บุตรสาวบุญธรรมของกัวจื่อซิง ปี ค.ศ.1356 เขาได้เป็นหัวหน้ากบฏชาวนา สู้รบอย่างยากลำบาก 12 ปี จึงปราบปรามกลุ่มต่าง ๆ และล้มราชวงศ์หยวน สถาปนาราชวงศ์หมิง เป็นหมิงไท่จู่ ตั้งศักราชหงอู่ หลังจากสิ้นพระชนม์ ฝังที่สุสานหมิงเซี่ยวหลิง นครหนานจิง
ฉากที่ 2 ปราบปรามกลุ่มต่าง ๆ
ปี คศ.1363 จูหยวนจางปราบปรามกบฏกลุ่มต่าง ๆ ที่บึงป๋อหยาง แม่ทัพของกบฏกลุ่มเฉินยิ่วเลี่ยง จางติ้งเปียนบุกเข้าประชิดตัวจูหยวนจาง ชีต๋าแม่ทัพใหญ่ของเขาใช้เกาทัณฑ์ยิงเฉินยิ่วเลี่ยงตาย จูหยวนจางปราบกบฏสำเร็จ
ฉากที่ 3 ตั้งราชวงศ์ที่จินหลิง (หนานจิง)
23 มกราคม คศ.1368 จูหยวนจางปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ ราบคาบ ปราบดาภิเษกที่เมืองจินหลิง สถาปนาราชวงศ์หมิง เป็นหมิงไท่จู่ ตั้งศักราชหงอู่ ทรงเสริมสร้างความมั่นคงของระบบการปกครองศักดินา สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทรงเอาใจใส่ในการปกครองและการพัฒนาเศรษฐกิจจนรุ่งเรือง
ฉากที่ 4 ปกครองด้วยกฏเข้มงวด
หมิงไท่จู่ จูหยวนจางปกครองประเทศด้วยกฏ"ต้าหมิง" และ "ต้าเค้า" เพื่อไม่ให้ข้าราชการกอบโกยอำนาจ จึงสร้างคุกจำนวนมาก ในปี คศ.1380 มหาเสนาบดีถูกกล่าวหาเป็นกบฏ ถูกสังหารทั้งครอบครัวและมิตรสหายร่วมสามหมื่น ปี ค.ศ. 1393 หลานอี้ แม่ทัพใหญ่ถูกกล่าวหาว่าไม่ภัคดี ครอบครัวและญาติมิตรถูกสังหารกว่าสองหมื่นชีวิต
ฉากที่ 5 ตัดอำนาจเจ้าเมืองชายแดน
ปี ค.ศ.1378 หมิงไท่จู่ แต่งตั้งโอรส 23 องค์ เป็นเจ้าเมืองตามหัวเมืองทั้วประเทศ และยกสมบัติให้หลานคือ จูยินเหวินเป็นหมิงฮุ่ยตี้ หมิงฮุ่ยต้ เป็นคนอ่อนแอเชื่อฟังขันที่และคนสนิทยุยงให้ริดรอนอำนาจเสด็จอาตามหัวเมืองต่าง ๆ จับกุมโจวหวัง เซียงหวัง ฉีหวัง แต่เมื่อยึดอำนาจองค์ชาย 4 เอี้ยนหวัง-จูตี้ซึ่งครองเมืองเอื้ยนหรือปักกิ่ง จูตี้ยกทัพในนาม "กำจัดผู้ไม่หวังดีต่อพระองค์" ทำสงครามกับทหารหลวงเป็นเวลา 3 ปี
ปี ค.ศ.1399 เอี้ยนหวังจูตี้ ยกทัพในนาม "กำจัดผู้ไม่หวังดต่อพระองค์" ปราบขันทีฉัไท่และหวังจื่อเฉิน ล้อมกรุงหนานจิง แม่ทัพทหารหลวง ข้าราชการและเจ้าเมืองอื่น ๆ ยอมจำนน สังหารฉีไท่ หวางจื่อเฉินและพวกพ้องนับหมื่นคนแต่ไม่พบฮุ่ยตี้ มีข่าวลือว่าหนีไปหยุนหนานและต่อไปพม่าและไทย จูตี้ปราบดาภิเษกเป็นหมิงเฉินจู่ (ค.ศ.1360-1424) หลังสิ้นพระชนม์ ฝังที่ฉางหลิง
ฉากที่ 7 ความรุ่งเรืองรัชสมัยหย่งเล่อ
ศักราชพระเจ้าหย่งเล่อ หมิงเฉินจู่จูตี้เอาใจใส่การปกครอง ย้ายราชธานีมาตั้งที่กรุงปักกิ่ง ปราบปรามชาวมองโกลที่รบกวน ตั้งด่านหนูเอ่อร์กานตูซือ และฮามี่เว่ย ภาคตะวันตกและภาคเหนือจึงมั่นคง ทรงขุดลอกครองทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง จัดทำพจนานุกรม "หย่งเล่อต้าเตี้ยน" เป็นผลงานระดับโลกชิ้นหนึ่งของจีน และบัญชาให้เจิ้งเหอ ซำปอกง ออกเดินเรือถึงแอฟริกาตะวันออกถึง 7 ครั้ง ฝูงเรือ 300 ลำ ลูกเรือกว่า 2 หมื่น เคยมาถึงกรุงศรีอยุธยา 3 ครั้ง เป็นการเดินเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกครั้งหนึ่งก่อนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส 80 ปี สะท้อนถึงความมั่งคั่งและและเข้มแข็งทางการทหารในรัชสมัยนี้ (ฉากราชทูตนำบรรณาการจากต่างแดนมาถวายหมิงเฉินจู่)
ฉากที่ 8 ย้ายราชธานี
ชาวมองโกลคอยรุกรานจงหยวน นครหนานจิงอยู่ไกลจากที่ราบสูงมองโกล ทำให้ยากต่อการรักษาเมือง หมิงเฉินจู่จูตี้เคยเป็นเอี้ยนหวังครองกรุงปักกิ่งมีความคุ้นเคยกับท้องที่ ปี ค.ศ.1403 เปลี่ยนศักราชการปกครองหย่งเล่อ อีก 3 ปีต่อมาจึงย้ายราชธานีมาที่ปักกิ่ง กรุงปักกิ่งเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1407 เสร็จปี ค.ศ.1420 ใข้เวลา 13 ปี ประกอบพิธีย้ายเมืองหลวงเมื่อ เดือนยี่ ปี ค.ศ.1421 ที่หอฟ้าเทียนถาน ปักกิ่งจึงกลายเป็นศูนย์กลางการปกครอง การคมนาคม การทหาร และการพาณิชย์ (ฉากพระเจ้าหมิงเฉินจู่ทอดพระเนตรการสร้างพระราชวัง)
ฉากที่ 9 พระเจ้าเหยินจงทรงเมตตา
พระเจ้าหมิงเหยินจงจูเกาจื่อ (ค.ศ.1378-1425) โอรสองค์โตของจูตี้ สมัยสงครามรับหน้าที่รักษากรุงปักกิ่ง มีทหารหมื่นกว่าคน แต่ต่อต้านทหารศัตรูถึงห้าแสน ปี ค.ศ.1405 ได้รับแต่งตั้งเป็นไท่จื่อ ครั้งหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมราษฎรที่ซานตง พบเห็นผู้คนหิวโหยอดอยาก จึงสั่งให้เปิดท้องพระคลังแจกจ่ายอาหารและเสนอนโยบายพักฟื้นสังคม ปี ค.ศ.1425 ขึ้นครองราชย์ เดือน 5 ในปีเดียวกันก็สิ้นพระชนม์ ฝังที่เสี้ยนหลิง
ฉากที่ 10 กบฏจูเกาสี่