บันทึกไว้เมื่อไปเที่ยว ==> ปักกิ่ง

ทิวารักษ์ เสรีภาพ

ประวัติศาสตร์

  • เมื่อ  500  ปีก่อนคริสตกาลปักกิ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเยี่ยน
  • เมื่อ 100 ปีก่อนคริสตกาล ปักกิ่งเป็นเมืองสำคัญทางการค้าของชาวมองโกล เกาหลี จีนภาคกลาง และเมืองซานตง
  • นับตั้งแต่ปี 1215 สมัยของเจงกิสข่าน แห่งราชวงศ์หยวน มีชื่อว่า Dadu แปลว่าเมืองหลวงใหญ่ หรือ Khanbaliq แปลว่าที่อยู่ของข่าน
  • ในปี 1368 ราชวงศ์มองโกลถูกโค่นลงโดย ราชวงศ์หมิง ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Beiping แปลว่าสันติแห่งทิศอุดร และเมืองหลวงถูกย้ายไปอยู่ Nanjing อยู่ช่วงหนึ่ง
  • ต้นศตวรรษ 14 ในปี ค.ศ.1421 จักรพรรดิหย่งเล่อ ได้ทำการก่อสร้างและออกแบบผังเมืองใหม่ และย้ายฐานราชการชั่วคราวในขณะนั้น จากเมืองหนานจิงมายัง Beiping และเปลี่ยนชื่อเป็น Beijing แปลว่าเมืองหลวงแห่งทิศอุดรซึ่งตรงกับตำแหน่งที่ตั้งของเมือง
  • และมีการสร้าง Gugong (Zi Jin Cheng) และ Tiantan ขึ้น

กู้กง พระราชวังต้องห้าม || อี๋เหอหยวน พระราชวังฤดูร้อน || จตุรัสเทียนอันเหมิน

  • ต่อมาพวกแมนจูรุกรานลงมา และได้ตั้งราชวงศ์ชิงขึ้น
  • ในสมัยของจักรพรรดิ์คังซี และ เฉียนหลง เป่ยจิงมีการขยายและต่อเติมอย่างมากมาย มีการสร้างพระราชวังฤดูร้อนขึ้น
  • ในช่วง 120 ปีสุดท้ายของราชวงศ์แมนจู ก็ได้เกิดประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของการต่อสู้บุกรุกของจักรวรรดิ์นิยมตะวันตกและญี่ปุ่น
  • จนในปี 1949 กองทัพปลดแอกประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์ได้เข้ายึดครองประเทศ และประกาศจัดตั้งประเทศเมื่อ 1 ต.ค. 1949 ที่จตุรัสเทียนอันเหมินต่อหน้าประชาชนกว่า 5 แสนคน
  • ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งถูกยกฐานะเป็นเมืองสำคัญระดับโลก เป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การค้า การลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศจีน ในแต่ละปีมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาติดต่อการค้า ท่องเที่ยว ศึกษาเป็นจำนวนมาก ประชาชนชาวปักกิ่งมีสภาพความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากตะวันตกมากขึ้นด้ว
สถานที่ท่องเที่ยว
  • ปักกิ่งเป็นเมืองเก่าแก่ และเป็นเมืองหลวงนานกว่า 700 ปี จึงเป็นที่รวมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติศาสนาและวัฒนธรรม ปัจจุบันรัฐบาลได้พัฒนาปักกิ่งให้เป็นเมืองสมัยใหม่ ก่อสร้างสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ปักกิ่งจึงมีทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์ และสวนสาธารณะที่น่าชมมากมาย
  • นครเป่ยจิงมีแผนผังเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยมตัดกันตามหลักเฟิงสุ่ย ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางของโลก แม้ในปัจจุบัน พระราชวังหลวงก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ ณ ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง
  • ช่วง 1,000 ปี ที่ผ่านมา เป่ยจิงเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดินานถึงสามราชวงศ์ โดยในศตวรรษที่ 13 ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของกุลไลข่าน จึงมีชื่อเรียกว่าข่านบาลิค แปลว่าเมืองของข่าน และเป็นพระราชวังฤดูหนาวอันโอฬารของจักรพรรดิราชวงษ์หยวน
  • สมัยราชวงศ์หมิงก็ได้ปรับปรุงผังเมืองขึ้นใหม่ จนมีสภาพดังเช่นในปัจจุบัน จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงก็ประทับอยู่ที่นี่จวบจนราชวงศ์ล่มสลายลง ในปี ค.ศ. 1912

กำแพงหมื่นลี้ || หอฟ้าเทียนถาน ถนนหนานจิ่งลู่ || ย่านการค้า แหล่งช้อปปิ้ง

ปักกิ่ง - มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เนื่องจากมีความเป็นมายาวนาน เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการขุดค้นพบกะโหลกมนุษย์ปักกิ่ง ที่ JuoKouDian

แผนที่แหล่งท่องเที่ยวในปักกิ่

ปักกิ่งในปัจจุบันมีตึกใหม่มากมายซึ่งผู้คนยังอยู่ไม่ครบ กลางคืนจะเปิดไฟส่องตึกสวยงาม

โรงแรม

โรงแรมที่พักของคณะเราเป็นโรงแรมระดับสี่ดาวของมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง

บรรยากาศสวนหน้าโรงแรม ภายในมหาวิทยาลัยฯ

ห้องพัก || หน้าลิฟท์ || ห้อง Lobby ของโรงแรม

โรงแรมในจีนส่วนใหญ่มีห้องพักหรูสดวกสบาย ห้องน้ำมีอุปกรณ์พร้อม มีไดร์เป่าผม

อาหารการกิน

ร้านแม็คโดแนลมีอยู่ทั่วไป || แผงลอยขายขนมยามเช้า มีแป้งทอด ปาท่องโก๋เป็นส่วนใหญ่

  • Kao Ya - เป็ดปักกิ่ง ต้นตำหรับเดิมของแท้ ที่ภัตตาคารเฉียนเหมิน ฉวนจู๋เต๋อ (qianmen quanjude kaoyadian) และที่โรงแรมปักกิ่ง (Beijing Hotel) เป็ดปักกิ่งของที่นี่ จะแล่หนังเป็ด ซึ่งย่างกรอบติดเนื้อด้วย ไม่เหมือนของเราที่จะแล่เฉพาะหนังเท่านั้น และจะมีรสชาติแตกต่างตรงน้ำจิ้มไม่หวานเท่า และเมื่อทานเป็ดปักกิ่งแล้วจะตามด้วยซุป ไม่มีการนำเนื้อเป็ดมาทำ เพราะกินไปพร้อมกับหนังเป็ดกรอบแล้วนั่นเอง นอกจากภัตตาคารข้างต้นแล้ว ตามกรุงปักกิ่งยังมีภัตตาคารอีก มากมายที่มี เป็ดปักกิ่งเป็นเมนูหลัก และราคาไม่แพง บางแห่งขายเพียงตัวละ 16 เหรินหมินปี้ นอกจาก เป็ดปักกิ่งแล้ว อาหารที่เป็นอาหารหลักของที่นี่อีก อย่างก็คือ เกี๊ยว (jiao zi) และเบียร์เอี่ยน จิง (yan jing)

ภัตตาคารบริเวณกู้กง เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง รัชทายาทเลี้ยงขุนนางหลังพิธีกราบไหว้ดินประจำปี

สุกี้เนื้อแพะ || ไก่คั่วพริกอาหารจานเด็กของเสฉวนก็มี อร่อยกว่าต้นตำรับอีกแน่ะ

แถมมีโชว์การแสดงระหว่างมื้ออาหารภายในภัตตาคาร

ลองซื้อผลไม้จากแผงขายผลไม้ข้างถนน ช่วงที่ไปเดือนพฤศจิกายนส้มกำลังอร่อย มาก ๆๆๆๆๆๆ

ขึ้นด้านบน