กลับหน้าหลัก

การเก็บและรวบรวมข้อมูลทางมนุษยศาสตร์          ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 7
เอกสารประกอบการสัมนาเรื่อง การจัดระบบข้อมูลทางวัฒนธรรม วันที่ 6-8 มกราคม 2525
ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


     คำว่า มนุษยศาสตร์ เทียบได้กับคำว่า Humanities ในภาษาอังกฤษหมายถึง การศึกษาความคิดอ่าน ตลอดจนความสัมพันธ์กันในทางความคิดอ่านของมนุษย์ (ยกเว้นด้านวิทยาศาสตร์) โดยเฉพาะมุ่งศึกษาในด้านภาษา วรรณคดี ปรัชญา รวมไปถึงศาสนา ประเพณี ศิลป และประวัติศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข่ายแห่งมนุษย์ กล่าวโดยสรุป มนุษยศาสตร์ หมายถึงการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์สร้างสมขึ้น และสืบทอดมา (1)

     Encyclopedia American ให้ความหมายว่า Humanities, branches of learning, such as languges, literature, history, and philosophy, that treat of human though and culture, excluding the natural sciences. ทั้งนี้โดยรวมวิจิตรศิลป์และเทววิทยาเข้าด้วย (2)

     The New Encyclopedia Britannica กล่าวว่า The term "Humanities" includes, but is not limited to, the study of the following : language, both modern and classic; linguistucs; literature; history; jurisprudence; philosophy; archeolophy; the history, criticism, theory, and practice of the arts; and those aspects of the social sciences which have humanistic content and employ humanistic method. (3)

     ส่วนหนังสือ แนวนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ ตอนภาคผนวกกล่าวว่า วัฒนธรรมโดยพื้นฐานหมายถึง

- ความงาม (le beau)
- ความดี (le bien)
- ความจริง (le vrai)

     โดยที่ความดี ความงาม และความจริง อยู่ในสิ่งต่อไปนี้

1. สาขาศิลปะ (The arts)
2. สาขามนุษยศาสตร์ (The humanities)
3. สาขากีฬาและนันทนาการ (The sports and recreation)
4. สาขาช่างฝีมือ (The Practical crafts)
5. สาขาคหกรรมศิลป์ (The domestic arts)

     จากนั้นแจงรายละเอียดของแต่ละสาขา ดังนี้

- ภาษา
- วรรณกรรม
- จิตรกรรม
- สถาปัตยกรรม
- คีตกรรม
- ประติมากรรม ฯลฯ

     มนุษยศาสตร์ ประกอบด้วย

- ขนบธรรมเนียมประเพณี
- คุณธรรม ศีลธรรม
- ศาสนา
- ปรัชญา
- ประวัติศาสตร์
- โบราณคดี
- มารยาทในสังคม
- การปกครอง กฎหมาย ฯลฯ

     จะเห็นว่า ความหมายของคำว่า "มนุษยศาสตร์" แตกต่างกันไปบ้างในเอกสารทั้งสี่แหล่งที่นำมากล่าวไว้ แต่ก็พอจะเห็นเป็นโครงสร้างได้ว่า "มนุษยศาสตร์" มีลักษณะเป็นนามธรรม อันปรากฏเป็นรูปธรรม เป็นต้นว่า ภาษา วรรณกรรม จิตรกรรม ประเพณี เหล่านี้ แม้จะสัมผัสได้ด้วย หู ตา ก็ตาม แต่หาได้เข้าถึง "มนุษยศาสตร์" ได้ซาบซึ้งไม่หากไม่ใช้ "จิต" สัมผัส

     "จิต" ในที่นี้ หมายถึง ความรู้สึกทางกาย ความจำได้ คตินิยม และความหยั่งรู้ การเก็บและรวบรวมข้อมูลอันเป็น นามธรรม ซึ่งปรากฏเป็น รูปธรรม

     วิธีการเก็บและรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จะกระทำได้โดยวิธีการต่างๆ แล้วแต่ธรรมชาติของข้อมูล ดังนี้

1. การปฏิบัติงานในสนาม : การรวบรวมข้อมูลอันอยู่ในรูปของวรรณกรรมมุขปาฐะ
2. การปฏิบัติงานในสนาม : การบันทึกข้อมูลอันอยู่ในรูปของวัตถุกรรม
3. การปฏิบัติงานในสนาม : การบันทึกข้อมูลดนตรีพื้นบ้าน
4. การเก็บข้อมูลจากวรรณกรรมที่เขียนขึ้น
5. การใช้แหล่งค้นคว้าจากสิ่งพิมพ์
6. การใช้แผนที่พื้นบ้าน
7. การใช้ผลงานทางศิลปะพื้นบ้านที่แสดงไว้บนพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน
8. การใช้ผลงานวิจัยต่างๆ ทางพื้นบ้าน

     ต่อไปจะได้กล่าวถึงวิธีการเก็บข้อมูลโดยสังเขป

การปฏิบัติงานในสนาม : การรวบรวมข้อมูลอันอยู่ในรูปวรรณกรรมมุขปาฐะ อาจกระทำได้ ดังนี้

1. ศึกษาสิ่งพิมพ์ต่างๆ เกี่ยวกับพื้นที่ซึ่งจะเข้าไปเก็บข้อมูล ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จากหนังสือต่างๆ
2. ศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่จะเข้าไปรวบรวม เช่น ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนิทาน ถ้าเราสนใจจะเข้าไปเก็บนิทาน ศึกษาอุปสรรคต่างๆ จากผลงานของผู้วิจัยหลายๆ คน ศึกษาวิธีเลือกผู้ให้การ (informant)
3. ศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือ เช่น เครื่องบันทึกเสียง กล้องถ่ายภาพ ควรให้มีผู้ชำนาญการใช้เครื่องมือเป็นผู้แนะนำ ถ้าเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนมาก ควรมีผู้ช่วยที่ชำนาญเป็นผู้ฝึกสอนการใช้เครื่องมือให้ด้วย
4. หากจะออกเก็บข้อมูลเป็นชุดละหลายคน ควรมีการประชุมปรึกษาหารือกัน ตั้งแต่วิธีการในข้อ 1 ถึง 3 เป็นอย่างดี
5. หากเป็นได้ควรฝึกการเก็บข้อมูลเป็นการภายในเสียก่อน เพื่อให้พบปัญหาและวิธีแก้ไข
6. การจะออกไปในพื้นที่ใด ควรมีการติดต่อ รู้จักมักคุ้นกับคนในท้องที่เสียก่อน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับผู้ให้การ และเพื่อความปลอดภัย
7. เมื่อบันทึกข้อมูลโดยใช้เครื่องบันทึกเสียงแล้ว รีบตรวจสอบดูว่าเสียงชัดเจนหรือไม่ในทันที จะได้แก้ไขตามที่จะเป็น
8. อย่าบันทึกเสียงของผู้ให้การโดยไม่บอกผู้ให้การเพราะเป็นการผิดจรรยา
9. ในการสัมภาษณ์ ใช้วิธีสัมภาษณ์โดยตรง หรือสัมภาษณ์ทางอ้อมก็ได้ วิธีการสัมภาษณ์ เปลี่ยนสิ่งที่ควรฝึกอย่างเข้มข้น

     ท่านที่ต้องการอ่านรายละเอียดวิธีการรวบรวมข้อมูลเช่นนี้ จากอ่านได้จากข้อเขียนของ โดนัลต์ เอ. แมคโดนัลด์ (5) และข้อเขียนของ สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ (6)

     สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจว่า นักคติชนวิทยาพึงระวังในเรื่องต่อไปนี้ ในการเก็บข้อมูล

1. ศึกษาหลักการของวิชาให้ชัดเจน
2. แน่ใจเสียก่อนว่าข้อมูลที่ต้องการคืออะไร เก็บจากพื้นที่ใด ใช้วิธีอย่างไร
3. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลให้พร้อม เช่น เครื่องเขียน เครื่องบันทึกเสียง บันทึกภาพ
4. แต่งกายให้เหมาะกับภูมิประเทศ อย่าให้ต่างจากชาวบ้านมากนัก
5. ตระเตรียมเรื่องอาหาร ที่พัก ความปลอดภัย
6. พยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับท้องที่ วัฒนธรรมของท้องถิ่นโดยส่วนรวม
7. อย่าแสดงความรังเกียจคนหรือสังคมที่ตนไปเก็บข้อมูล
8. อย่าตีราคาข้อมูลเป็นเงิน
9. มีจุดหมายอย่างแน่ชัดว่าจะทำอะไรกับข้อมูล

การปฏิบัติงานในสนาม : การบันทึกข้อมูลอันอยู่ในรูปของวัตถุธรรม

     การเก็บข้อมูลวิธีนี้ทำได้สองแบบควบคู่กัน คือ เก็บรายละเอียดของวัตถุและวิธีการทำ ข้าพเจ้าจะได้กล่าวรายละเอียดของวิธีนี้ เพราะคาดว่าวิทยากรท่านอื่นจะได้มาเสนอต่อไป ท่านที่สนใจหาอ่านได้จากข้อเขียนของ วาร์เรน อี รอเบิร์ตส์ (7)
     ส่วนการเก็บข้อมูลวิธีต่างๆ นั้นท่านผู้ใดสนใจกรุณาซักถามข้าพเจ้าได้ ในช่วงนี้ ข้าพเจ้าจะฉายภาพนิ่งแสดงวิธีการเก็บข้อมูลดังต่อไปนี้

1. ประเพณีการแข่งเรือบก เก็บข้อมูลจากบ้านเนินกุ่ม ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
2. การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถาน โดยอาศัยข้อมูลทางมุขปาฐะ และทฤษฎีที่ได้ตรวจสอบแล้ว แหล่งข้อมูลอยู่ที่บ้านนำเชิง ตำบลนาเชิง และบ้านน้ำลาด ตำบลศรีคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

     จากเอกสารการประชุมปฏิบัติการศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ (8) กล่าวถึงข้อมูลทางมนุษยศาสตร์ ที่ควรเก็บรวบรวมในหัวเมืองฝ่ายเหนือ (ภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคกลางตอนบน) และลานนาไทย ดังนี้

หัวเมืองฝ่ายเหนือ

1. ประเพณีวันอัฐนีบูชา
2. ประเพณีการเข้าทรง
3. ประเพณีการยกย่องวีรบุรุษ
4. ประเพณีการแข่งเรือยาว
5. ประเพณีการขุดเรือ
6. ประเพณีบูชาศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
7. ประเพณีก่อกองทรายน้ำไหล
8. ประเพณีการชักธงขาว
9. ประเพณีการแห่นางแมว
10. ประเพณีการบรวงสรวงวิญญาณ
11. ประเพณีการทำบุญข้างหลาม
12. ประเพณีขึ้นพระธาตุ

ลานนาไทย

1. ประเพณีการบวชลูกแก้ว
2. ประเพณีสู่ขวัญควาย
3. ประเพณีตานก๋วยสลาก
4. ประเพณีงานศพ
5. ประเพณีการแห่ครัวตานและการฮอมครัว
6. ประเพณีการตานขันข้าว
7. ประเพณีการยกย่องวีรบุรุษและการฟ้อนผีมดผีเม็ง
8. ประเพณีการแข่งเรือยาว
9. ประเพณีการก่อพระทราย
10. ประเพณีการขึ้นพระธาตุ
11. ประเพณีการแอ่วสาว
12. กาดมั่ว
13. แหล่งประวัติศาสตร์
14. แหล่งวรรณกรรม


หมายเหตุประกอบ

(1) สมปอง พิริยกิจ "มนุษยศาสตร์ หรือมานุษยศาสตร์" มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์ 1 : 3-4 มกราคม 2524
(2) Encyclopedia Americana, vol. 14, p. 488
(3) The New Encyclopedia Britannica, vol. 8 p. 1179
(4) สำนักงานคณะกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ แนวนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ ผลการประชุมพิจารณาแนวนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี 13-15 กรกฎาคม 2521 หน้า 80-82
(5) Macdonald, Donald A., "Fieldwork : Collecting Oral literature," in Folklore and Folklife, edited by Rrichard M.Dorson, pp.407-430
(6) สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ "นักคติชนวิทยากับการเก็บข้อมูล" ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน 2524 หน้า 28-34
(7) Robert Warren E., "Fieldwork : Recording Material Culture", in Folklore and Folklife, edited by Rrichard M.Dorson, pp.431-444
(8) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคเหนือ ลำปาง เอกสารการประชุมปฏิบัติการศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ 4-5 กุมภาพันธ์ 2524 ณ โรงแรมไทยโฮเต็ล ลำปาง หน้า 3-4 และ 1-3

กลับขึ้นบน
กลับขึ้นบน


<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>