อารมณ์ขันในภาษาไทย ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 5
เอกสารประกอบการสัมนาเรื่อง อารมณ์ขันในภาษาไทย วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2524 ณ วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา
หลักฐานประกอบการบรรยายเรื่อง "อารมณ์ขันในภาษาไทย"
ผู้เสนอหลักฐานกราบขออภัยเจ้าของหลักฐานและท่านผู้เขียน เพราะมิได้ขออนุญาต แต่ด้วยเหตุที่เอกสารนี้เกิดขึ้นเพื่อการเรียนรู้ มิใช่เพื่อการค้า โปรดยกโทษให้ผู้เสนอหลักฐานด้วยเถิด
ดร.ประจักษ์ สายแสง มศว พิษณุโลก
หลักฐานที่ 1
วาคภฏ, อลังการศาสตร์ (ป.ส.ศาสตรี แปล) หน้า 39
รสชื่อ "หาสย" นั้น ปราชญ์ว่ามีการรู้สึกขบขันเป็น "สถายีภาว" ความขบขันเกิดแต่การเห็นว่ากิริยาท่าทาง ร่างกาย หรือการแต่งตังพิลึก
การที่มหาบุรุษรู้สึกขบขัน มีอาการยิ้มที่แก้มและตา และแย้มริมฝีปาก คนปานกลางมีอาการอ้าปาก และส่วนคนเลวลักษณะนั้นประกอบไปด้วยเสียง (หัวเราะ)หลักฐานที่ 2
กิ่งแก้ว อัตถากร วรรณากรรมจากบ้านใน หน้า 35 - 37
เสรีนิยมกับความหรรษา
เรื่องหรรษาโดยเฉพาะบรรดามุขตลกทั้งหลาย วางเนื้อเรื่องกลับกับเรื่องประเภททุกขสังโยชน์เสมอ ชอบตวัคบิดเบียนความจริงและกฎธรรมดา ดังนั้นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์กลับกลายเป็นทางมาแห่งโชคลาภ ความเกียจคร้านหลอกลวงทำให้ได้ดีมียศตลอดจนการถือศีลพรหมจรรย์ ทำให้เกิดราคุวิตถารได้ต่าง ๆ
ความนอกละเมิดธรรมชาติและประเพณีนิยมนี้ บางครั้งก็เป็นเรื่องหยาบโลนมากฟังกันเฉพาะบางหมู่บางคณะไม่เปิดเผย ความวิกลและอปรกติทั้งหลาย เป็นสิ่ง รื่นรมย์ของบุคคลที่มุ่งแสวงหาความอิสระเสรี ขณะฟังนิทาน เป็นขณะที่อยู่ในโลกสมมติไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมหรือศีลธรรมสามารถใช้จินตนาการให้พิสดารได้ตามใจชอบ
มุขตลก เป็นทางออกของมนุษย์อย่างหนึ่ง เป็นวิธีการที่มนุษย์ระบายความกดดันและความคิดอ่านต่างๆ ที่ซุกซน การมองโลก การตีความ และระบบเหตุผลของแต่ละบุคคลอาจมีลักษณะพิเศษเฉพาะไม่ตรงกับสมมติบัญญัติทางสังคมเลยก็ได้ครั้นจะนำออกมาใช้ในชีวิตประจำวัน กับเพื่อนฝูงก็ไม่สู้สะดวกนัก เพราะไม่รู้นัยของกันและกัน ฉะนั้นจึงมีการระเบิดหรือระบายไปในรูปเรื่องเล่า จะใช้จินตนาการให้เฟื่องอย่างไรก็ไม่มีใครถือสา เพราะในบรรยากาศ เช่นนั้น ทั้งผู้เล่าผู้ฟังตกลงกันโดยปริยายที่จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงเอาข้อเท็จจริง จุดประสงค์มีอยู่ว่าถ้าใครเล่าเรื่องตัดกับความเป็นจริงได้มากเท่าไร ความขบขันก็ยิ่งจะมีได้มากเท่านั้น
เรื่องการแสวงหาทางออกหรือเสรีภาพของมนุษย์ดังกล่าว มิใช่เรื่องแปลก กล่าวได้ว่ามันเป็นธรรมดาของปุถุชน มิใช่เขาจะเห็นว่าวัฒนธรรมประเพณีเป็นมารของความสุขและเสรีภาพ ชาวบ้านตระหนักอยู่เสมอทีเดียวว่า ศีลธรรมและระบอบการประพฤติปฏิบัติของสังคม เป็นหัวใจของชีวิตทั้งส่วนตัวและส่วนรวม มีการสอนสั่งและเคารพกันเคร่งครัดมาก แต่เนื่องจากว่าเขายังเป็นปุถุชนอยู่ ความฟุ้งซ่านเผลอใจ เผลอกายก็ย่อมมีอยู่เป็นธรรมดาเมื่อข้อเสียเกิดขึ้นในความคิดนึก ก็ย่อมต้องมีทางระบาย สำหรับชาวบ้าน บ้านในแล้ว เรื่องระบายออกอย่างหยาบชนิดที่เบียดเบียนผู้อื่นให้เดือนร้อนนั้นหายากมาก จะออกก็ในรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจนี่เอง
ประเภทของเรื่องหรรษา
เรื่องหรรษานำเอาหลักสองหลัก ซึ่งความจริงไม่สัมพันธ์กันมาเป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น นำเอาสิ่งที่เราพบเห็นเป็นเหตุของสิ่งในจินตนาการ หรือนำเอาความดีมาเป็นต้นเหตุของความชั่ว เรื่องหรรษาจากบ้านใน แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
นิทานหรรษาแบบหยาบโลน
1. เรื่องของพรหมจรรย์กับราคะวิตถาร
นิทานหรรษาแบบไม่หยาบโลน
2. เรื่องของธรรมชาติกับจินตนาการ
3. เรื่องของความผิดพลาดกับโชคลาภ
4. เรื่องของการใช้ภาษาและเหตุผลตามนัยของสังคม และตามนัยของบุคคลหลักฐานที่ 3
ตุ้ย ชุมสาย,ม.ล. หน้า 152 - 156
ความหมายอีกนัยหนึ่งของคำ humor คือ อารมณ์สำรวล. คำว่า sense of humor ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ทั้งการสังเกตว่ามีส่งน่าสำรวลในคำพูดหรือภาพและการช่างพูดช่างทำให้คนอื่นสำรวล
สำหรับภาษาไทยนั้นข้าพเจ้าคิดว่า (1) นวนิยายที่มุ่งเร้าให้เกิดอารมณ์สำรวลเป็นส่วนใหญ่ น่าจะเรียกว่านวนิยายสำรวล (2) รัสนิยายที่มุ่งให้เกิดอารมณ์สำรวลน่าจะเรียกว่ารัสนิยายสำรวล และ (3) บทประพันธ์สั้น ๆ ที่มุ่งให้เกิดอารมณ์สำรวลน่าจะเรียกว่าบทตลกหรือบทสำรวลหรือ บทชวนหัวอย่างที่ได้เรียกกันมานานแล้วก็ได้
6.5 หลักเกณฑ์การสร้างบทสำรวล
อย่างไร ๆ บทประพันธ์ยาว ๆ ขนาดนวนิยาย จะทำผู้อ่านหัวเราะตลอดไปไม่ได้แน่นอน รัสนิยามแม้จะสั้น ก็ยากที่จะทำให้ผู้อ่านหัวเราะตลอดเรื่องได้. ในการอ่านรัสนิยามหรือนวนิยามสำรวล ผู้อ่านก็จะหัวเราะหรือมีอารมณ์สำรวลเฉพาะเรื่องสั้น ๆ ที่แรกอยู่เป็นตอน ๆ เท่านั้น. เรื่องสั้น ๆ ที่แทรกอยู่นี้จึงมีโครงสร้างเช่นเดียวกับบทตลก
ต่อไปนี้เป็นหลักเกณฑ์การสร้างบทตลกและตัวอย่างซึ่งส่วนมากได้เคยตีพิมพ์มาแล้วในหนังสือชุดสรวลเปรมปรีด์ของข้าพเจ้า ที่คัดเอามาตีพิมพ์ซ้ำในหนังสือเล่มนี้ก็เพื่อ ตัวอย่าง มากกว่าที่จะปลุกอารมณ์สำรวล
6.5.1 เปลี่ยนแปลงทางไปอย่างกะทันหัน
ชายคนหนึ่งหน้าตาไม่สบายเลย มาปรับทุกข์กับเพื่อน : "เมียกันทะเลาะกับกัน. แกโกรธใหญ่. บอกว่าจะไม่พูดกับกัน 30 วัน."
เพื่อน : "โอ้โฮ ถ้างั้นแกก็กำลังมีความสุขแล้วซี. ขอแสดงความยินดีด้วยนะ"
ชายคนนั้น : "สุขกะผีอะไร ; วันนี้เป็นวันสุดท้าย."6.5.2 ให้ผู้อ่านคิดถึงสิ่งปกปิดที่คนสนใจอยู่แล้ว
พี่ชายอายุ 17 พาน้องสาวอายุ 15 ไปปีนเขาเล่นกับเพื่อน ๆ ผู้ชาย สองพี่น้องออกจากบ้านไปไม่ทัน 15 นาที น้องสาวก็เดินหน้างอกลับเข้าบ้าน แม่จึงถามว่า "อ้าวไม่ไปกันหรือ"
สาวอายุ 15 ปี : "ไม่ไปละจ๊ะเพื่อน ๆ พี่ดูถูกหนู."
แม่ : "เขาทำยังไง"
สาวอายุ 15 ปี : "เขาพูดกับพี่ว่า พี่พาน้องชายตัวผอม ๆ มาด้วยอย่างนี้จะปีนเขาไหวหรือ?"6.5.3 เล่าเรื่องเกินความจริงที่เป็นไปได้ (Possible) แต่ไม่น่าจะเป็นขึ้นได้ (Improbable)
ในสมัยโบราณพรานใช้ปืนแก๊บซึ่งต้องใช้ดินสอดำอัดเข้าไปก่อนทางปากกระบอกแล้วกระทุ้งให้แน่น. ชายคนหนึ่งออกไปล่าหมีที่ขั้วโลกเหนือ, เผอิญเขาทำลูกปืนตกหายหมดเหลือแต่ดินปืน. ทันใดนั้นเขาก็เจอหมีตัวใหญ่เข้าตัวหนึ่ง, กำลังเดินมุ่งหน้าเข้ามาทางเขา เขากลัวมาก, เหงื่อแตกเป็นเม็ด ๆ แต่อากาศหนาวมาก เม็ดเหงื่อก็เลยแข็ง เขาจึงกวาดเม็ดเหงื่ออกมาจากหน้าผากเอามาทำเป็นลูกปืน ยัดเข้าไปในกระบอกปืนแล้วก็ยิงหมี เม็ดเหงื่อได้รับความร้อน จึงกลายเป็นน้ำพุ่งจี๊ดออกมาจากกระบอกปืน เป็นสาย สายน้ำกระทบความเย็นจัด ก็กลับแข็งขึ้นมากอีก เป็นสายยาวแหลมเหมือนลูกธนู จึงเจาะเข้าไปในหัวหมีซึ่งอุ่น ธนูน้ำแข็งก็กลับละลายเป็นน้ำอีก หมีก็เลยตายเพราะน้ำท่วมมันสมอง
6.5.4 ตีความประสบการณ์ผิด
ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก และพักตามโรงแรมหลายแห่ง เมื่อกลับถึงบ้านเพื่อน ๆ จึงถามว่า "เป็นไงบ้างอเมริกา สนุกไหม"
ชาวฝรั่งเศส : "สนุกซิ, เสียอย่างเดียวถูกปลุกให้ตื่นแต่เช้าทุกวัน"
เพื่อน : " เขาเคาะประตูหรือว่าเขาปลุกทางโทรศัพท์."
ชาวฝรังเศส : "เปล่า, เขาเอาป้ายติดไว้ที่ประตูภายในห้อง เขียนไว้ตัวเบ้อเร่อว่า 7 UP"6.5.5 เหน็บแนมเพราะไม่ถูกเส้นกัน
เวนเด็ล พิลิปส์ เป็นนักแสดงปาฐกถามีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง ในสมัยที่ยังมีทาสในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการพูดเกี่ยวกับการให้เลิกทาส แต่เขาไม่ค่อยชอบพระในศาสนคาทอลิก วันหนึ่งเขาขึ้นรถไฟจากทางใต้ของสหรัฐฯ เพื่อจะไปบรรยายเรื่องการเลิกทาสในมลรัฐโอไฮโอ รถไฟหยุดที่เมืองหนึ่งในมลรัฐเคนตั๊กก้. พระนิกายคาทอลิกหลายรูปขึ้นมาบนรถไฟ พระองค์หนึ่งจำเวนเด็ล ฟิลิปส์ได้ จึงเข้าไปถาม
พระ : "คุณคือ เวนเด็ลฟิลิปส์ ใช่ไหม ?"
ฟิลิปส์ : "ใช่ครับ"
พระ : "คุณจะไปบรรยายเรื่อง การเลิกทาสใช่ไหม ?"
ฟิลิปส์ : "ใช่ครับ, ผมเป็นพวกอยากให้เลิกทาส"
พระ : "ถ้างั้นคุณลงบรรยายเสียที่เคนตั๊กกี้ดีกว่า, ทาสเยอะ"
ฟิลิปส์ : "พระคุณเจ้าเป็นพระ แล้วเทศน์โปรดคนให้พ้นไปจากนรกอเวจีใช่ไหมครับ"
พระ : "ใช่แล้ว"
ฟิลิปส์ : "ถ้างั้นลงไปเทศน์ในนรกไม่ดีกว่าหรือครับ"6.5.6 เล่าเรื่องเหลวไหล (สำหรับเด็กเท่านั้น)
เด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นอยู่ในทุกหญ้า.เจอควายตายตัวหนึ่ง แต่กระดุกกระดิกได้ บางทีก็ขยับตัวลอยไปหน่อยหนึ่งได้ จึงเดินเข้าไปเตะท้องควาย อีแร้งที่อยู่ในท้องควายก็บินพรูออกมา พวกเด็ก ๆ จึงได้ความคิดที่จะขี่ความเหาะกัน; จึงทิ้งควายไว้แล้วแอบอยู่โคนต้นไม้ห่างควายตายออกมา อีแร้งหลายสิบตัวก็บินกลับมา แล้วก็มุดก้นควายเข้าไปกินไส้พุง พวกเด็ก ๆ ก็พาวิ่งออกไปที่ความตายอย่างรวดเร็ว, และเอากระดาษหนังสือพิมพ์จุกรูก้นควายไว้, แล้วขึ้นขี่ควายและเอาไม้ตีท้องควาย อีแร้งตกใจก็บินกันอุตลุดอยู่ในท้องควาย ควายก็ลอยขึ้นและเคลื่อนที่ไป เด็ก ๆ สนุกสนานกันใหญ่ เด็กคนหนึ่งเกิดปวดท้องอึขึ้นมา จึงอึ แล้วดึงเอากระดาษที่จุกก้นควายออกมาเช็ดก้น อีแร้งก็เลยบินพรูออกมาจากท้องควาย ควายก็หล่นตุ๊บลงมายังพื้นดิน. เด็ก ๆ ก็เลยบาดเจ็บกันคนละนิดคนละหน่อย
6.5.7 ลวงให้คิด
ถาม : "อะไรเอ่ยที่ใช้นั่งได้, ใช่หวีผมได้, และใช้แปรงสีฟันได้"
คนถูกถามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจึงยอมแพ้
คนถาม : "ก็เก้าอี้, หวี, และแปรงสีฟันน่ะซี่"6.5.8 ใช้คำที่มีสุ้มเสียงคล้าย ๆ กัน แต่มีความหมายไปอีกอย่างหนึ่ง เช่น :
เขาเข้าไปในป่าเพื่อหาที่สงบนั่งกำถัน
อนิจจังย่อมไม่เที่ยง เว้นแต่จะเลย 11 น. ไป 60 นาที พอดี (ฮิวเมอริสต์)
คณะท่องเที่ยวเตรียมตัวจะออกจากที่พัก หัวหน้าจึงถามขึ้นว่า "ใครลืมอะไรบ้าง" คนหนึ่งตอบ "ฉันลืมจ๊ะ" หัวหน้าย้อนถามไป "ลืมอะไร" คนนั้นตอบ "ลืมตาจ๊ะ"6.5.9 สัญชานไร้สารูป (incongruous percept)
ทหารเวียดนามใต้ 3 คน จับเชลยเวียดกงได้ 1 คนจึงเอาไปคุมไว้ในคุกเชลยที่สร้างขึ้นไว้ชั่วคราว และทหาร 3 คน นั้นก็เกิดเหงาหงอย จึงชวนเชลยเวียดกงเล่นไพ่กัน เชลยโกง, และทหาร 3 คน นั้นจับได้จึงตวาดว่า "เล่นโกงยังงี้เดี๋ยวไล่ออกจากคุกเสียเลย"
6.5.10 ตรรกวิจารณ์ผิด ๆ
ชายคนหนึ่งเข้าไปในบาร์แห่งหนึ่ง แล้วสั่งเหล้ายินมา 1 ถ้วย พอบ๋อยเอามาให้ เขาก็บอกว่าขอเปลี่ยนยินเป็นวิสกี้โซดาแทนได้ไหม บ๋อยบอกว่าได้เพราะราคาเท่ากัน บ๋อยจึงเอาเหล้ายินกลับคืนไป แล้วเอาวิสกี้โซดามาให้แทน ชายคนนั้นก็ดื่นวิสกี้โซดาหมดรวดเดียว แล้วก้ตั้งท่าจะเดินออกจากบาร์ไป บ๋อยจึงรีบเดินตามไปแล้วพูดว่า "คุณยังไม่ได้ชำระค่าวิสกี้" ชายคนนั้นตอบว่า : "ก็ฉันเอายินแลกกับวิสกี้แล้วไง"
บ๋อย : "ถ้ายังงั้นก็ชำระค่ายินซีครับ" ชายคนนั้น : "ชำระทำไม, ก็ฉันไม่ได้กินยินของแกนี่"6.5.11 ล้อสังคม
เหตุเกิดในฮอลลิวู้ด เด็กสองคนทะเลาะกัน
แจ๊ก : "เอาพ่อแม่มาต่อยกับพ่อฉันไหมล่ะ."
จอน : ปีนี้พ่อฉันสู้พ่อแกไม่ได้, รอปีหน้าก่อนซี"
แจ๊ก : "ปีหน้าพ่อแกจะโตขึ้นอีก, หรือว่าจะขอเวลาให้พ่อแกไปหัดมวยเสียก่อนยังงั้นเหรอ"
จอน : "เปล่า, ปีหน้าฉันอาจได้พ่อใหม่ก็ได้"6.5.12 ความคิดไร้สารูป (incongruous thought)
เมื่อโคลัมบัสเดินทางท่องทะเลเพื่อสำรวจดินแดนต่าง ๆ นั้น ก็จะต้องเขียนรายงานถวายสมเด็จพระนางเจ้าอิสซาเบลลา, พระราชินีนาถแห่งประเทศสเปน เมื่อจะแปลรายงานเป็นภาษาไทยนั้นก็จะต้องใช้ราชาศัพท์ให้ถูกต้อง คำว่า "ข้าพเจ้า" จะต้องใช้ว่า "ข้าพระพุทธเจ้า" แต่ทั้งโคลัมบัสและพระนางอิสซาเบลลาต่างก็เป็นคริสต์ศาสนิกชน ฮิวเมอริสต์ จะแปลคำเป็นข้าพระพุทธเจ้าก็ผิดความจริง, จึงต้องแปลเป็น "ข้าพระไครสต์เจ้า" ตลอดไป
6.5.13 เรื่องสัปดน
สามีภรรยาคู่หนึ่ง พาลูกอายุ 5 ขวบ ไปอาบแดดที่สมาคมอาบแดดด้วยเป็นครั้งแรก เมื่อเปลื้องผ้าออกมาหมดแล้ว ก็พาลูกเดินเตร็ดเตร่เพื่อไปหาที่สงบ ลูกจึงถามว่า "พ่อ ๆ ทำไมบางคนอ้ายนั่นเล็ก บางคนอ้ายนั่นใหญ่" พ่อไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร จึงพูดไปว่า "เอายังงี้แล้วกันลูก, คนไหนอ้ายนั่นเล็กก็เป็นคนโง่ คนไหนใหญ่ก็เป็นคนฉลาด" แล้วแม่ลูกก็เดินแยกกันไป อีกประมาณชั่วโมงต่อมา ลูกก็เดินกลับมาหาพ่อซึ่งนอนอาบแดดอยู่ริมสระน้ำ พ่อจึงถามว่า "แม่ไปไหนล่ะ"
ลูก "อยู่กับคนโง่ ๆ คนหนึ่งจ๊ะ แต่เขากำลังค่อย ๆ ฉลาดขึ้นแล้วจ๊ะ"บทสำรวลประเภทสัปดนเห็นจะสร้างง่ายที่สุด เพราะคนมีพร้อมอยู่แล้วที่จะสำรวลกับเรื่องสัปดน และอาจมีมากที่สุดแน่นอน พยานในเรื่องนี้ได้มาจากวารสาร Playboy ซึ่งมีคนรู้จักและนิยมอ่านกันทั่วโลก รายงานจากวารสาร TIME (27 กันยายน 2514) กล่าวว่า Hugh Heffner ผู้ดำเนินการแต่เริ่มแรกและปัจจุบัน เป็นผู้ถือหุ้นกว่า 70% บัดนี้เป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในจำนวน 6 คน ที่สร้างตัวขึ้นมาจากลำแข้งของตัวเอง และ -แน่นอน- จากอวัยวะบางส่วนของสตรี เฉพาะเงินทุนที่เกี่ยวกับการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้มีมูลค่าถึง 168 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ยังมี สโมสร ภัตรคาร โรงแรม หน่วยอัดและขายแผ่นเสียง ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกันอีกมากมาย รวมกันเรียกว่า Playboy Enterprises อย่างไรก็ดีบทสำรวจประเภทสัปดนจะต้องไม่ลามกหยาบโลน ไม่โจ่งแจ้งเกินไป, เพียงแต่กระตุ้นให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเกิดความคิดสัปดนเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เท่านั้น
หลักฐานที่ 4
Frye, Northrop,Anatomy of Criticism P.34, 168 And 169
P .34 ถ้าตัวละครมีภูมิกำเนิด (Kind), ระดับชั้น (degree) และสภาพแวดล้อม (environment) เหมือนมนุษย์ในสังคมแต่มีความสามารถและปัญญาต่ำกว่ามนุษย์ พฤติกรรมที่แสดงออกดูจะไร้สาระ แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดขึ้นได้ เรื่องประเภทนี้จัดอยู่ในสุขนาฏกรรม (comedy)
P. 168 The principle of the humor is the principle that unicremental repetition, the literacy
imitation of ritual bondage , is funny.P. 169 The humor in comedy is usually someone with a good of social prestige and power, who is able to force much of the play's society into line with his obsession. Thus the humor is intimately connected with the theme of the absurd or irrational law that the action of comdy moves toward breaking.
หลักฐานที่ 5 สมุทรโฆษคำฉันท์ หน้า 16 - 17[เบิกโรง 1 เล่นหัวล้านชนกัน]
หัวล้านทั้งสองชนอด ภาชาปรากฎ
กระเกลือกกระกริ้วไทกลัว
ชนได้ไถ่ข้าซื้อวัว ผสมเป็นครอบครัว
ทั้งเหย้าและเรือนคูคัน
สองข้างหาญชนเขี้ยวขัน สองเห็นหัวกัน
ก็คันยะเยื้อมขนแขยง ฯกูนี้ไทถือ แต่ชาวลุ่มภา ว่ากูกำแหง
เขาขึ้นชื่อกู ชื่ออ้ายหัวแข็ง กูชนกลางแปลง
บรู้กี่ปาง
อย่าเห็นหัวเกลี้ยง ภูชนโพ่เพนียง ก็แตกโผงผาง
ชาวลุ่มทั้งหลาย ระอาอางขนาง มึงต่อกูปาง
นี่จักเกี่ยงตาย
กูนี้ชาวไร่ กูก้มหัวไว้ หัวล้านทั้งหลาย
ครั้งกูชวนชม แล่นชรอกทุกพาย เขาเรียกกูนาย
ชื่ออ้ายหัวต้น
กูออกนอกบ้าน วันหนึ่งหัวล้าน สี่คนคบกัน
มาพอพบกู กูชวนชนพนัน ตกใจยะยรร
แล่นเร้นไร่แตง
ปราณีมึงระ จักเกี่ยวหัวหาย แลมากล้าแข็ง
จะให้หัวมึง จงแตกระแหง ว่ามึงทรามแรง
แลมาทรนง ฯบัดใจออกตั้งกลางรงค์ หัวล้านหัวคง
กะพันทั้งสองสู้กัน
สองขาขึงเข้าขบฟัน คิ้วตายักยัน
แลแล่นระรื่นชมชน
ถ้อยตั้งถ้อแล่นชนบท หัวล้านแสนกล
กลบรู้ใดใด
แคว้งแคว้งแสงหัวสองใส ส่องเห็นเงาใน
ก็เล่นกระทบทบทวน
บมิลื้นบมิลอกบมิอาน สองคือช้างสรร
แลชนกันปลักกลางแปลง
ฉาดฉาดเสียงหัวสองแขง เลือดไหลลามแดง
ทั้งหน้าทั้งตาดูยัง
หัวล้านชาวลุ่มอังลัง เมาเลือดแล่นซรัง
ทุกแห่งทุกพายพ่ายสนาม
หัวล้านชาวไร่ไล่ปาม เข้าขวิดติดตาม
กันแทกก็หัวไถดิน ฯหลักฐานที่ 6 ขุนช้างขุนแผน หน้า 276 - 277
เทพทองตำหมากทิ้งสากโผง ตายโหงจริงแล้วอีพ่อข้าไหว้
กรรมเอ๋ยกรรมกรรมทำอะไร จะแก้ไขถ้อยคำเป็นสำนวน
เกิดมาแต่น้อยจนฟันหัก รู้จักแต่ทำนากับทำสวน
ปลูกเผือกปลูกมันนั้นรดพรวน จนจวนจะตายห่ามาค้าความ
เพราะอ้ายขุนช้างคางเครา อ้ายขี้เค้ามันฟังคำแม่ห้าม
อียายสายายกลอยพลอยลามปาม เขาจะผูกแห่งล่ามเป็นวัววัด
จึงร้องบอกยายกลอยกับยายสา อ้ายตายห่าขุนช้างวางเขาถนัด
ขุนแผนเขามาจับมันกลับซัด เขาจะมัดกลิ้งอยู่เป็นปูทะเลฯ
ฝ่ายว่ายายกลอยพลอยตกใจ พลัดตกบันไดเดินเขาเฉ
นมยานพัดพุงยุ่งหยำเป เง้ขึ้นบนเรือนท่านเทพทอง
ยายสาตาไม่ดูกระดานต่อ ขอไปทีอีกพ่อพลัดตกล่อง
โก้งโค้งลากขานัยน์ตาพอง ค่อยย่องขึ้นไปให้ขัดนัก
เทพทองว่าเป็นไรท่านยายสา เ เจ็บขาม่อยเมินกระทงเหินหัก
สายแล้วไปเถิอพเยิดพยัก เบาหนักเป็นอย่างไรจะได้รู้
ฉวยคว้าผ้าห่มปกนมยาน รีบไปให้การเถิดเหวยสู
ข้าไทตามหลังมาพรั่งพรู แลดูหน้ากันงกงันมา
ยิ่งเดินยิ่งใกล้ยิ่งใจพรั่น เทพทองผินผันหันมาว่า
เจ้าสอนเอ๋ยเอ็นดูตูเถิดรา ข้าไม่ไปแล้วอีพ่อคุณ
พ่อช่วยผ่อนปรนจะบนบาน อย่าให้เกิดรำคาญขึ้นว้าวุ่น
เงินทองให้เจ้าพ่อเอาบุญ บอกว่าแม่ออขุนมันไปไกล
อพยพครอบครัวตัวก็หนี ผู้คนหามีที่เรือนไม่
ทั้งยายกลอยยายสาพากันไป ช่วยแก้ให้รอดตัวพ่อหัวพันฯ
นายสอนว่าวอนข้าทำไม ข้าจะโกหกได้ฤาไรนั่น
ร้ายดีอย่างไรไปด้วยกัน เนื้อความกวดขันอย่าบนบาน
ว่าแล้วก็พากันเดินมา มิช้าเข้าไปถึงในบ้าน
ลูกความสามคนยิ่งลนลาน เห็นผู้คนพลุกพล่านก็ตกใจ
นายสอนไปก่อนขึ้นนอกชาน เทพทองมองกรานหาขึ้นไม่
ลับลับล่อล่อคอบันได พันโชติว่าเป็นไรไม่ขึ้นมา
สามคนรนขึ้นบนบันได ขุนแผนถือดาบไว้ไม่เงยหน้า
ยืนขึ้นร้องไปว่าใครมา เทพทองร้องจ้าพลัดตกตึง
ยายสายายกลอยพลอยตกตาม แม่บันไดหงายหามลงต่ำผึง
บันไดคร่อมคอเขาหัวร่ออึง สามคนนอนขึงไม่ลุกเลย
เทพทองร้องว่าข้าจะให้การ ไยมาใส่คาประจานพ่อคุณเอ๋ย
ถ้อยความอะไรข้าไม่เคย ต่อเงยหน้ารู้ว่าบันไดทับ
ต่างคนต่างลุกขึ้นจากที่ เนื้อตัวป่นปี้ดังมีดสับ
ลุกขึ้นยื่นคอทำล่อลับ ช่วยกันจับบันไดใส่นอกชาน
เทพทองแข็งใจขึ้นไปหน้า ยายกลอยยายสามางุ่นง่าน
เสียงตุ๊กแกร้องลงมองคลาน เทพทองร้องขานย่าฉานเอง
งกงันดันโดนประตูโกก กลอนโขกถูกหัวเข้าต้ำเผง
สายทองร้องว่าไม่เป็นเพลง คนหัวเราะครื้นเครงเฮฮาไป
ยายกลอยยายสามาข้างหลัง เทพทองเก้กังขึ้นหอใหญ่
แลเห็นขุนแหนก็ตกใจ คลานเลี่ยงหลีกไปข้างฝารี
เห็นฟูกก็พันศรีประจันอยู่ ตายจริงอกกูพบผี
ลุกโผนโดนฟูกเข้าทุกที ศรีประจันล้มผางลงทางยาวหลักฐานที่ 7
เดลินิวส์ ฉบับที่ 11,434 เสาร์ที่ 31 มกราคม 2524 หน้า 5
อย่า.....
- อย่าชกหน้าใครในเวลาที่คุณกำลังโมโหจัด ๆ เพราะเวลาที่คุณหายโมโหแล้ว คุณอาจจะชกใครได้แม่นยำกว่า
- อย่าช่วยตียุงที่เกาะตรงหน้าฝากให้ภรรยา ระหว่างที่คุณกำลังตอกตะปูฝาผนังเพราะคุณอาจจะลืมวางฆ้องโดยสัญชาติญาณ
- อย่าให้สามีของคุณดื่มกาแฟเวลาที่เขาเมากลับมาดึก ๆ ดื่น ๆ เพราะคุณจะต้องนอนกับคนขี้เมาซึ่งตื่นอยู่ทั้งคืน
- อย่าทะเลาะกับคนบ้า (และคนเมา) กลางถนน เพราะคนที่เดินผ่านไปผ่านไปจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
- อย่ายืนห่างโถปัสสาวะ ถ้าคุณเป็นคนตัวสั้น เพราะรองเท้าองคุณอาจจะเปียกน้ำ
- อย่าดื่มเหล้าระหว่างขับรถ เพราะเวลารถวิ่งเร็ว ๆ เหล้าอาจจะหก
- อย่าลืมเพื่อนเก่าของคุณหมดซะทุกคน เพราะบางคนอาจจะยังเป็นหนี้คุณอยู่
- อย่าหาหมอที่มีคนไข้ติดมาก ๆ เพราะระหว่างนั่งรอการตรวจ คุณอาจจะติดโรคจากคนไข้คนอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
คุรุสภา. สมุทรโฆษคำฉันท์. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร ; โรงพิมพ์คุรุสภา, 2529.
ตุ้ย ชุมสาย.ม.ล. วรรณกรรมพินิจเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช, 2524.
<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>