มะตูม
ประจักษ์
สายแสง บทความที่ 17
จดหมายข่าวคณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
คนไทยมองปรากฏการณ์ทั้งหลาย มองสิ่งต่าง ๆ โดยภาพรวม ต้นไม้ชนิดใด ๆ ที่คนไทยมอง มิได้มองที่ภาพต้นไม้อันปรากฏ แต่มองไปถึงสิ่งอันเป็นนามธรรมที่แฝงอยู่ในต้นไม้นั้น ๆ ด้วย
ต้นมะตูม / ดอกมะตูม / ใบมะตูม
ผู้เขียนได้รับความรู้จากอาจารย์วิศาล ศิวารัตน์ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยครูมหาสารคามว่า การที่พระมหากษัตริย์พระราชทานใบมะตูมให้พระยาแรกนาทัดหูในวันพืชมงคล อันเป็นวันก่อนพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนั้น เป็นเพราะใบมะตูมมี ๓ แฉก ซึ่งเทียบได้กับศาสตราวุธของพระอิศวร และในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนั้นใช้พระโค ซึ่งเทียบได้กับโคนนทิของพระอิศวร อนึ่ง ท่านกรุณาเล่าว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ว่า ตรี ก็ได้มาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของคำว่า จักร และ ตรี ฉะนั้น ใบมะตูมก็เป็นสัญลักษณ์ของคำว่า จักรี ได้ด้วย เพราะใบมะตูมมีรูปคล้ายตรี
ใบมะตูมมิได้ใช้เฉพาะในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเท่านั้น แต่ใช้ในวโรกาสอื่น ๆ เป็นต้นว่า เมื่อเอกอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มจะไปรับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณในต่างประเทศ และเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลา พระมหากษัตริย์ก็พระราชทานใบมะตูมให้เอกอัครราชทูตนั้นทัดหูเช่นเดียวกัน
ใบมะตูมมีสามแฉก เทียบได้กับเทพสามพระองค์ กล่าวคือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม เรียกโดยรวมว่า ตรีมูรติ คำว่า ตรีมูรติ มีอักษรที่เด่น คือ ต ร และ ม สระอี สระอิ และสระอู เมื่อจะหาชื่อต้นไม้ที่มีใบสามแฉก และเป็นชื่อคล้องกับพยัญชนะและสระที่ประกอบเป็น ตรีมูรติ ได้นั้นจะมีก็แต่มะตูม ถึงแม้คำว่ามะตูมจะขาดตัว ร สระอี และสระอิ ไปก็ตามที มะตูมก็อาจจะเป็นสัญลักษณ์ของ ตรีมูรติ ได้กระมัง
อนึ่ง ผลมะตูมก็เป็นผลไม้ที่พระอินทร์ถวายพระพุทธองค์เมื่อทรงเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เช่นนี้แสดงว่าผลมะตูมต้องมีสรรพคุณทางอาหารหรือยาอย่างแน่นอน
อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ อดีตอธิการบดี สถาบันราชภัฎเพชรบุรี ได้ให้ความรู้ผู้เขียนว่า ท่านพบสมุดข่อยตำรายาเล่มหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี จารึกตำรายาอายุวัฒนะไว้ และจารึกเป็นปริศนายาโดยใช้คำหยาบโลนเข้ามาประกอบ จารึกยาอายุวัฒนะนี้กล่าวว่า
![]()
กระโ? ก ตาเถน
กระ ? อ อ้ายเณร
หม ? ย ยายชี
? แม่หม้ายตีความว่า ลูกมะตูมแก่
ตีความว่า หัวหญ้าแห้วหมู
ตีความว่า รากกระเทียม
ตีความว่า ลูกสำโรงทั้งหมดนี้นำมาตากให้แห้ง บดให้ละเอียดแล้วผสมน้ำผึ้ง นำมารับประทานได้ครั้งละปลายนิ้วก้อย (น่าจะเป็นนิ้วมือ) เป็นยาอายุวัฒนะ
ใบมะตูมอ่อนนอกจากจะเป็นผัก กินกับลาบปลาดุกแล้วยังนำมาตากแห้งชงแทนชา น้ำใบมะตูมอ่อนมีสีเขียวอ่อน กลิ่นหอม
ลูกมะตูมอ่อนนำมาหั่นเป็นแว่น ผึ่งแดดให้แห้งสนิท นำมาฝนกับน้ำซาวข้าวบนฝาละมีแม่หม้าย ทาหน้าท้องของหญิงมีครรภ์ จะทำให้หนังท้องไม่มีรอยแตก เมื่อคลอดบุตรแล้วหน้าท้องจะสวยเหมือนเป็นสาว
ลูกมะตูมหนุ่มนำมาเชื่อมน้ำตาล เป็นมะตูมเชื่อม
ลูกมะตูมแก่ ขูดเปลือกออก บุบให้แตก ต้มน้ำเป็นน้ำมะตูม
ต้นมะตูมปลูกไว้ ณ สถานที่ใด เป็นมงคลทั้งสิ้น สถานที่นั้นจะมีชื่อเสียงดังขจรขจาย ประดุจผลมะตูมหล่นก่อให้เกิดเสียงดัง ตูม ฉะนั้น
<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>