การศึกษาวรรณกรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบ ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 13
การสัมนาวัฒนธรรมพื้นบ้าน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันที่ 20-22 มิถุนายน 2527
บทนำ
การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านมีหลายวิธี เป็นต้นว่าการศึกษาจากผลผลิตทางวัฒนธรรมของปัจเจกชน ศึกษาผลผลิตทางวัฒนธรรมของกลุ่มชนใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาจากปัจเจกบุคคลหรือจากกลุ่มชนก็ตาม วิธีการที่ใช้ก็มักเป็นวิธีการทางคติชน กล่าวคือ ใช้การบันทึกคำบอกเล่าและใช้การบันทึกจากการสังเกต สิ่งที่จะบันทึกก็คือ คำบอกเล่าหน้าที่และบทบาทของคำบอกเล่า และบรรยากาศแวดล้อมขณะที่มีการบอกเล่าเกิดขึ้น
เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่เจริญถึงขั้นมีตัวอักษรใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 700 ปี ฉะนั้นวัฒนธรรมพื้นบ้านบางประการก็ปรากฎอยู่เป็นลายลักษณ์อักษรในสมุดข่อย หนังสือ บุด ปั๊บสา ใบลาน ตลอดจนจารึกที่มีอยู่บนวัตถุอื่นๆ การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทยจึงจำต้องศึกษาจารึกดังกล่าวนี้ด้วย จะยึดถือเฉพาะจากปากกคำอย่างเดียวนั้นดูจะแคบไป
อนึ่ง หากจะใช้วิทยาการอื่นๆ เป็นต้นว่า ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศาสนา ฯลฯ เข้ามาศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านก็ย่อมจะทำได้ เพราะวัฒนธรรมพื้นบ้านมีคุณสมบัติที่กว้างขวาง พอจะให้มีการศึกษาได้หลายแง่มุม
นักคติชน ตลอดจนผู้ศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งมีโอกาสได้ศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านหลาย ๆ กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นของต่างชาติหรือของกลุ่มต่าง ๆ ในชาติเดียวกัน ย่อมจะมีความพิศวง ที่ได้พบความคล้ายคลึงกันของวัฒนธรรมพื้นบ้านทั้งหลายนั้น เป็นเหตุให้เกิดความอยากทราบอยากเข้าใจ อยากได้คำตอบว่าเหตุไรวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งอยู่คนละแหล่ง เป็นผลผลิตของกลุ่มชนต่างกันเหล่านี้ จึงมาคล้ายคลึงกันได้ในบางส่วน ทำให้เกิดการศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบขึ้น
ความหมาย
การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบ หมายถึงการวิเคราะห์ วิจารณ์ผลผลิตทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของปัจเจกชน 2 คนขึ้นไป โดยที่ปัจเจกชนดังกล่าวอยู่คนละกลุ่มคนละวัฒนธรรม และหมายถึงการวิเคราะห์ วิจารณ์ผลผลิตทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของกลุ่มวัฒนธรรมพื้นบ้าน หรือวัฒนธรรมย่อยของวัฒนธรรมพื้นบ้านนั้น ๆ 2 ผลผลิตขึ้นไป ทั้งนี้โดยวิเคราะห์ วิจารณืให้ความสำคัญระหว่างปัจเจกบุคคล หรือระหว่างกลุ่มดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นในด้านของประเภทของวัฒนธรรมพื้นบ้าน แนวคิด อิทธิพลที่ให้ต่อกัน
ความมุ่งหมาย
การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบ มีความมุ่งหมายสูงสุดเพื่อให้เกิดควมรักความเข้าใจในวัฒนธรรมพื้นบ้าน เมื่อมี ความเข้าใจจนเกิดความรักวัฒนธรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มชนใดแล้ว ความเกลียดชัง ความดูถูกดูหมิ่น ความเป็นศัตรูก็ย่อมจะหมดไป ความรักและความเข้าใจย่อมก่อให้เกิดเป็นมิตร ความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้ออารี เกื้อกูลซึ่งกันและกันเข้ามาแทนที่ การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านของคนในซีกโลกตะวันตกและตะวันออก ย่อมจะทำให้เกิดความแตกแยกของซีกโลกทั้งสอง (Orient und Occident sind nicht mehr zu trennen)
ในส่วนของความมุ่งหมายทางการเรียนรู้นั้น การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบ มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาความสัมพันธ์ ความคล้ายคลึง ความแตกต่าง ประเภท แนวคิดอิทธิพลของวัฒนธรรมพื้นบ้านจากแหล่งต่างกัน
วิธีการศึกษา
เพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอนของการศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในแนวเปรียบเทียบได้แน่ชัดจึงจะแยกกล่าวเป็นขั้น ๆ ไปดังนี้
1. ขั้นเลือกประเภท (Geners) ของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จะศึกษาในแนวเปรียบเทียบควรเลือกเพียงประเภทเดียวก่อน เพื่อขจัดความยุ่งยากซับซ้อน ประเภทของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จะนำมาศึกษาได้มีดังต่อไปนี้
1.1 วัฒนธรรมพื้นบ้านมุขปะ แบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ได้หลายประเภท เช่น
1.1.1 นิทาน แบ่งเป็น
1.1.1.1 เทพนิยาย
1.1.1.2 นิทานโรแมนติก
1.1.1.3 นิทานวีระบุรุษ
1.1.1.4 นิยายประจำท้องถิ่น
1.1.1.5 นิยายอธิบายปรากฏการณ์
1.1.1.6 นิทานทางศาสนาและปรัชญา
1.1.1.7 นิทานภูตผีปีศาจ
1.1.1.8 นิทานตลก ฯลฯ1.1.2 เพลงพื้นบ้านแบ่งเป็น
1.1.2.1 เพลงร้องเล่นของเด็ก
1.1.2.2 เพลงหยอกล้อเด็ก
1.1.2.3 เพลงขู่ เพลงปลอบของเด็ก
1.1.2.4 เพลงประกอบการเล่นของเด็ก
1.1.2.5 เพลงกล่อมเด็ก
1.1.2.6 เพลงปฏิพากย์
1.1.2.7 เพลงประกอบการเล่น
1.1.2.8 เพลงในพิธีกรรม และบทสวดทำนอง
1.1.2.9 เพลงเกี่ยวกับอาชีพ
1.1.2.10 เพลงแข่งขัน ฯลฯ1.1.3 มหากาพย์พื้นบ้าน แบ่งเป็น
1.1.3.1 แหล่เรื่องยาว
1.1.3.2 เสภา ฯลฯ1.1.4 ภาษิต แบ่งเป็น
1.1.4.1 สุภาษิต
1.1.4.2 คำพังเพย
1.1.4.3 คำให้พร
1.1.4.4 คำผรุสวาท ฯลฯ1.1.5 ปริศนาคำทาย
1.1.6 ภาษาถิ่นในเชิงวัฒนธรรม
1.2 ประเพณีสังคมพื้นบ้าน แบ่งเป็น
1.2.1 พิธีกรรมเกี่ยวกับขั้นตอนของชีวิต
1.2.2 พิธีกรรมเกี่ยวอาชีพ
1.2.3 พิธีกรรมทางศาสนา
1.2.4 งานเทศกาลและงานเฉลิมฉลอง
1.2.5 การเล่นของเด็ก
1.2.6 การละเล่น
1.2.7 กีฬา
1.2.8 การแพทย์พื้นบ้าน
1.2.9 ศาสนาพื้นบ้าน ฯลฯ1.3 ศิลปะพื้นบ้านและงานช่างฝีมือ แบ่งเป็น
1.3.1 จิตรกรรม
1.3.2 ประติมากรรม
1.3.3 สถาปัตยกรรม
1.3.4 งานช่างฝีมือ
1.3.5 เครื่องแต่งกาย
1.3.6 อาหาร1.4 ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน แบ่งเป็น
1.4.1 การละครพื้นบ้าน
1.4.2 ดนตรีพื้นบ้าน
1.4.3 นาฏศิลป์พื้นบ้าน ฯลฯแต่ละประเภทย่อย ๆ ก็อาจจะแยกย่อยลงไปได้อีก เช่น การแพทย์พื้นบ้านอาจจะแยกออกเป็นการแพทย์สมุนไพร และพิธีกรรมการรักษาโรค
เมื่อเราเลือกประเภท (genres) ที่จะศึกษาได้เฉพาะเรื่องแล้วก็จะถึงขั้นตอนที่ 22. ขั้นเลือกแหล่ง ในการศึกษาแนวเปรียบเทียบนั้น เมื่อบอกประเภทแล้วจะบอกแหล่งตามมาทันที เช่น
" เปรียบเทียบเพลงกล่อมเด็กของสงขลา กับชัยภูมิ"
บางครั้งประเภทและแหล่งจะบอกเป็นนัย เช่น
" ตุ้มโมง ตุ๊บเก่ง กาหลอ และบังลอย"
หัวข้อนี้บอกตามนัยว่า จะเปรียบเทียบดนตรี งานศพของสุรินทร์ เพชรบูรณ์ - ภาคใต้และภาคกลาง
3. ขั้นเก็บข้อมูลในแหล่ง ตามแนวทางคติชน
4. ขั้นกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของเรื่องในประเภทที่นำมาศึกษาเป็นแหล่งไป เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของเรื่องนั้น ๆ ในเชิงประวัติศาสตร์ เช่น กล่าวถึงความเป็นมาของการเล่นแมงตับเต่าของเพชรบูรณ์ กล่าวคือความเป็นมาของละครชาตรีของจันทบุรี
5. ศึกษาแนวความคิด (theme) ของเรื่อง (subject) ในประเภทที่เรานำมาศึกษาของแต่ละแหล่ง เช่น ศึกษาแนวคิดการฮ้องขวัญของลำพูน กับแนวความคิดการสูตรขวัญของมหาสารคาม การศึกษาเรื่องแนวคิด จะต้องทำอย่างรอบคอบ ทั้งนี้โดยอาศัยวิทยาการหลายสาขา เข้ามาช่วย เช่น ศาสนวิทยา เทววิทยา ปรัชญา สังคมวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยี ฯลฯ การนำวิทยาการต่าง ๆ เข้ามาช่วยศึกษา จะทำให้ศึกษาแนวคิดของแต่ละเรื่องได้ทุกแง่มุมตัวอย่าง แนวคิดของการเลี้ยงขนมจีนในวันแต่งงาน อาจจะเป็นดังนี้
1. เพื่อให้คู่บ่าวสาวอยู่กันยืนนาน โดยใช้เส้นขนมจีน เป็นสัญลักษณ์ของความยืดยาวยาวนาน มีน้ำยาเป็นตัวผสมผสาน ( คำว่า น้ำยา มีความหมายในทางดี รักษาใจ)
2. ขนมจีนเป็นอาหารของบรรพบุรุษที่เป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม (เพราะยังไม่หมดเวร)ได้ ส่วนน้ำยาก็ผ่านปากเปรตเหล่านั้นได้ง่าย เพราะไม่มีชิ้นมีอันเหมือนแกงอื่น ๆ ฯลฯ6. ขั้นศึกษาอิทธิพลที่มีต่อกัน โดยปรกติแล้ววัฒนธรรมพื้นบ้านเรื่องเดียวกันประเภทเดียวกันในแหล่งต่างกัน อาจคล้ายคลึงกัน เพราะ
6.1 วงสังคมในแหล่งทั้งสองผ่านขั้นตอนของวัฒนธรรมมาคล้ายกั วัฒนธรรมเฉพาะเรื่องจึงคล้ายคลึงกัน
6.2 คล้ายกันโดยบังเอิญ
6.3 รับอิทธิพลซึ่งกันและกันการที่จะกล่าวถึงวัฒนธรรมใดมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมใด จะต้องประมวล และวิเคราะห์จากประวัติศาสตร์ของแหล่งให้ดี และต้องสรุปด้วยความระมัดระวัง
ในขั้นตอนการศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีต่อกันนี้อาจจะพิจารณาในแง่ต่าง ๆ เช่น
- แนวคิด
- ความมุ่งหมาย
- วิธีการ
- อุปกรณ์
- วรรณกรรมทั้งนี้อาจจะวิเคราะห์วิจารณ์ในเชิงของ การรับอิทธิพลทั้งหมด การรับอิทธิพลบางส่วน การดัดแปลง การแปล ตลอดจนการเลียนแบบ
นอกจากขั้นตอนดังกล่าวแล้ว การเปรียบเทียบวัฒนธรรมพื้นบ้านอาจทำได้อีกหลายแนว เช่น เปรียบเทียบองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงสร้าง เปรียบเทียบเนื้อหา เปรียบเทียบวิธีการ ฯลฯ
ผลสรุปของการเปรียบเทียบ ควรออกมาในรูปการสังเคราะห์หากจะมีการวิจารณ์ต่อท้ายอีก ก็ควรเป็นการวิจารณ์เชิงตีความมากกว่าจะเป็นการตัดสินคุณค่า
<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>