กลับหน้าหลัก

ประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชจากวรรณกรรมมุขปาฐะ         ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 12
เอกสารการประกอบการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3
วันที่ 14-18 สิงหาคม 2526 ณ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช


1. ความเบื้องต้น

     วรรณกรรมมุขปาฐะ หมายถึง จินตนาการทางสุนทรีย์ของผู้แต่ง แสดงออกอย่างมีศิลปะผ่านสื่อทางวาจา

     วรรณกรรมมุขปาฐะจำนวนมากได้รับการจารึกลงเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์เฉพาะอย่างยิ่งตำนานต่าง ๆ

     ผู้แต่งวรรณกรรมแตกต่างจากผู้จารึกประวัติศาสตร์ มิใช่ต่างกันเพราะรูปแบบของคำประพันธ์ที่ใช้ หากแต่ต่างกันเพราะผู้จารึกประวัติศาสตร์จัดทำผลงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ( The poet and the historain differ not by writing in verse or in prose......The true difference is that one relates what has happened, and other what may happen. (จากAristotle's Poeties บทที่ ix ) (1)

     ด้วยเหตุที่ธรรมชาติของวรรณกรรมและประวัติศาสตร์มีความแตกต่างกันนี้เอง การใช้เป็นหลักฐานทางวรรณกรรมมุขปาฐะเข้าไปอ้างในประวัติศาสตร์จึงมีข้อจำกัดและวิธีการเฉพาะในการนำไปอ้างอิง
ข้อจำกัดของการนำวรรณกรรมมุขปาฐะไปเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกิดจากความเปลี่ยนแปลงในตัวเรื่องของวรรณกรรมมุขปาฐะ ศิราพร ฐิตะฐาน (2) กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในทฤษฎีการแพร่กระจายของนิทานว่า ปัจจัยที่ทำให้นิทานเปลี่ยนแปลงไปก็คือ ผู้เล่านิทาน ผู้ฟังนิทาน และจุดประสงค์ในการเล่านิทาน และกล่าวว่าลักษณะของความเปลี่ยนแปลงในตัวเรื่องมีหลายประการ เช่น

1. การตัดความประกอบด้วย
  1.1 ตัดความที่ไม่สำคัญ
  1.2 ตัดความที่ไม่คุ้นเคย
  1.3 ตัดความที่ไม่สบอารมณ์
2. การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพื่อให้ปรองดองกับความคุ้นเคยของผู้เล่าและผู้ฟัง
3. การขยายความเพื่อขายความคิดและให้เกิดความปรองดองกับวัฒนธรรมของผู้เล่าและผู้ฟัง
4. การผนวกเรื่อง อาจจะดึงเอาแก่นเรื่อง (motif) ของเรื่องอื่นมาเพิ่มเติม หรือรวมนิทานหลายๆเรื่องเข้าด้วยกัน
5. การสลับเหตุการณ์ อาจเกิดขึ้นเพราะผู้เล่าจำเรื่องได้แม่นยำ
6. การคงแก่นเรื่องเดิม เกิดขึ้นเพราะผู้เล่าและ/หรือผู้ฟังไม่อยากเปลี่ยนเอกลักษณ์ของเรื่อง แต่ยอมให้เปลี่ยนรายละเอียดได้

     ในเมื่อนิทานมีการเปลี่ยนแปลงในตัวเรื่องดังกล่าวข้างต้นนี้เอง การนำนิทานไปอ้างเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จึงจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง

     วรรณกรรมมุขปาฐะมิได้จำกัดอยู่เฉพาะแวดวงนิทาน แต่รวมถึง

- นิยาย(เรื่องเล่าที่มีหลักฐานทางสถานที่ หรือปรากฎการณ์)
- เพลงร้อง(เช่น เพลงคำตัก เพลงนา เพลงบอก เพลงร้องเรือฯลฯ)
- ภาษิต(เช่น สุภาษิต คำพังเพย คำด่า คำตัดพ้อต่อว่าคำให้พรฯลฯ)
- บทกล่าวประกอบพิธีต่างๆ

     วรรณกรรมมุขปาฐะดังกล่าวนี้แสดงวิธีชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญของคนในอดีตและปัจจุบันได้ จึงน่าจะนำมาตีความประกอบข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับวัฒนธรรมและอารยธรรมได้ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องจัดกระทำอย่างดี กับต้องอาศัยหลักฐานลายลักษณ์ประกอบด้วยจึงจะนำไปอ้างอิงได้อย่างน่าเชื่อมั่น

     ทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์จากวรรณกรรมมุขปาฐะ คือทฤษฎีประวัติศาสตร์การพื้นประวัติศาสตร์ (historical-reconstruction) (3) การใช้ทฤษฎีนี้น่าจะทำได้ในขอบเขตของ 3 ชั่วอายุคน (ปู่ พ่อ ลูก, ยาย แม่ ลูก) ซึ่งถ้าจะนับถอยหลังจากปีนี้ไปก็ได้ราวๆ 174-200 ปี เหตุที่เสนอเช่นนี้ก็เพราะว่าช่วง 3 อายุคนนั้น หากเล่าตามสายตรง (ปู่ พ่อ ลูก) แล้ว จะมีความเปลี่ยนแปลงในตัวเรื่องไม่มากนัก

     อนึ่ง การตีความเรื่องที่ได้รับจากวรรณกรรมมุขปาฐะนั้น อาจทำในเชิงจิตวิทยาภาษาก็ได้ นอกเหนือไปจากแก่นเรื่องและรายละเอียดต่างๆ

2. วรรณกรรมมุขปาฐะอันเกี่ยวกับนครศรีธรรมราช

     ปรีชา นุ่นสุข (4) กล่าวไว้ใน หลักฐานทางโบราณคดีในภาคใต้ของประเทศไทยที่เกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัย ว่า ภาคใต้มีวรรณกรรมมุขปาฐะอยู่เป็นจำนวนมากทั้งถ้อยคำสำนวน คำพังเพย นิทาน และบทสวดที่ใช้ในพิธีกรรมของชาวบ้าน

     วิเชียร ณ นคร (5) ยกตัวอย่างเพลงร้องเรือที่เป็นประวัติไว้ใน นครศรีธรรมราชว่า

เมือคอนเหอ            แต่ก่อนเขาเล่ามา
พระศรีธรรมโศกราชมีวาสนา   ได้ก่อมหาธาตุยอดทองคำ
ไว้เป็นที่บูชามหาชน        ฝูงคนนับถืออุปถัมภ์
ที่ทรุดโทรมซ่อมไว้มิให้ตํ่า     เช้าค่ำมีคนบูชา.......เหอ

     เพลงที่ วิเชียร ณ นคร ยกตัวอย่างนี้ปรองดองกับตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช (6) และน่าจะได้ต้นเรื่องไปจากตำนานนี้ด้วย การที่จะฟื้น (rcconstruc) ประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชจากเพลงร้องเรือบทนี้ จำจะต้องตรวจสอบวิจารณ์ทั้งภายนอกและภายในตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช (7) กับตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งสองตำนานนี้มีท่วงทำนองวรรณกรรมมุขปาฐะมาก่อน

     หากเป็นไปได้ การสืบค้นประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชจากวรรณกรรมมุขปาฐะจะต้องทำทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยค้นตามชื่อชุดของนครศรีธรรมราช เช่น ตามพรลิงค์ โฮลิง โพลิง ตันมาลิง (8) ลิกอร์ โลเค็ก ละคร พระเวียง เชียะโท้ (9) การสืบค้นดังว่านี้จะทำในลังกา มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน ก็ได้ แม้จะมีความยากลำบากอย่างยิ่งก็ตามที

     ส่วนการสืบค้นประวัติศาสตร์นครศร๊ธรรมราชจากวรรณกรรมมุขปาฐะในหัวเมืองฝ่ายเหนือและลานนาไทย หากจะให้แน่นแฟ้นจำจะต้องใช้หลักฐานทางจารึกวรรณกรรมลายลักษณ์ โบราณคดี ตลอดจนภาษาศาสตร์และคติชนเข้าประกอบด้วย

     จากจารึกหลักที่ 1 ที่กล่าวว่า ".....พ่อขุนรามหำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา....." (10) นั้น ชวนให้เกิดความสงสัยว่าใครเป็นผู้สั่งให้จารึกข้อความตอนนี้ อันเป็นข้อความว่าที่ กด ปู่ครูของสุโขทัย และยกย่องมหาเถรสังฆราชจากเมืองนครศรีธรรมราชเป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้สั่งจารึกข้อความนี้เคยรํ่าเรียนในเมืองนครศรีธรรมราช หรือไม่ก็เป็นชาวนครศรีธรรมราช หลักฐานจากลานนาไทยกล่าวว่า อันหนึ่งพระยาศรีธรรมราชนครหลวง กับพระยาศรีอยุธิยาอันเป็นญาติพระยาร่วง...." (11) ซึ่งชี้ชัดถึงความสัมพันธ์เชิงญาติกัน ระหว่างพระร่วงกับเมืองนครศรีธรรมราช

     ถึงกระนั้น แม้ในขณะนี้ก็ยังไม่พบวรรณกรรมมุขปาฐะในหัวเมืงฝ่ายเหนือและลานนาไทยที่กล่าวถึงหรืออ้างถึงเมืองนครศรีธรรมราชเลย

     นครศรีธรรมราชมีความเกี่ยวพันกับสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และกรุงเทพฯตลอดมาก็จริงอยู่ แต่การสืบค้นวรรณกรรมมุขปาฐะเพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราชแหล่งดังกล่าวก็ทำได้ไม่ง่ายนัก ในบางแหล่ง เช่น สุโขทัยจะฟื้นประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชได้เฉพาะในแง่ภาษา (ในทางแก่นเรื่องยังไม่พบ) ร่องรอยของภาษานครศรีธรรมราชยังคงมีอยู่ในสุโขทัย ศูนย์ศึกษาและวิจัยวัฒนธรรมพื้นบ้านหัวเมืองฝ่ายเหนือเคยทำตามข้อเสนอแนะของนิคม มุสิกะคามะ ซึ่งให้บันทึกเสียงคำอ่านจารึกหลักที่ 1 ด้วยภาษาต่าง ๆ ของสุโขทัย แล้วเทียบกับภาษาของนครศรีธรรมราชผลปรากฏว่าเสียงใกล้เคียงกันมาก John M. Brown (12) กล่าวว่าภาษาสุโขทัยครั้งกรุงสุโขทัยและภาษานครศรีธรรมราชปัจจุบันมีที่มาจากแหล่งเดียวกัน วรรณกรรมมุขปาฐะหลายเรื่องของสุโขทัย กล่าวถึงเขาพระร่วง แต่ออกเสียงเป็นเขาพระหลวงและเป็นเขาหลวงในที่สุด การออกเสียงเช่นนี้คล้ายกับภาษานครศรีธรรมราช เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนสุโขทัยครั้งกรุงสุโขทัยพูดจากันด้วยภาษานครศรีธรรมราชแบบปัจจุบัน เพราะเป็นภาษากลาง เป็นภาษานักปราชญ์ในยุคนั้น

3. แนวทางที่เป็นไปได้ในการค้นคว้าประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราชจากวรรณกรรมมุขปาฐะ

     นอกจากการค้นคว้าจากนอกประเทศหรือแหล่งอื่นในประเทศซึ่งทำได้ยากยิ่งแล้วทางเลือกที่เป็ไปได้มากและแน่นแฟ้นมากก็คือ การค้นคว้าประวัติศาสตร์จากวรรณกรรมมุขปาฐะในภาคใต้เอง โดยเฉพาะในนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงและจะเป็นไปได้ว่าข้อมูลที่ได้รับช่วง 174-200 ปีถอยหลังไป เป็นข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากความจริงทางประวัติศาสตร์นัก

     อนึ่งการศึกษาสภาพสังคมความเป็นอยู่ของชาวนครศรีธรรมราชตามที่ปรากฏในวรรณกรรมมุขปาฐะ น่าจะเป็นหลักฐานบางประการทางประวัติศาสตร์ได้ด้วย

     ในรายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นเป็นเอกสารรวบรวมผลจากการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ประวัติศาสสตร์นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 1 ข้อความของ ปรีชา นุ่มสุข ที่มีต่อ ศรีสักร วัลลิโภดม (13) น่าสนใจมากและมีการค้นคว้าต่อไปโดยวิธีทางคติชนซึ่งจะต้องอาศัยวรรณกรรมมุขปาฐะ จะเป็นที่ยอมรับเพียงไรก็คงต้องอภิปรายกันอีกมาก

     ตัวอย่างการศึกษาวรรณกรรมมุขปาฐะเพื่อเชื่อมโยงสู่ประวัติศาสตร์ นครศรีธรรมราชมีปรากฏในข้อเขียนของวิมล ดำศรี และประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์ วิมลดำศรี ศึกษาเศรษฐกิจและสังคมจากวรรณกรรมมุขปาฐะแท้ ๆ ส่วนประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์ ศึกษาเรื่องนางเลือดขาวซึ่งเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ด้วย


เชิงอรรถประกอบเรื่อง

1. Aristotle's Poetics, p.68
2. ศิราพร ฐิตะฐาน ทฤษฎีการแพร่กระจายขงนิทาน หน้า 20-69
3. Dorson, Richard M., Folklore and Folklife Studioes. p.14-17
4. ปรีชา นุ่มสุข หลักฐานทางโบราณคดีในภาคใต้ของประเทศไทยที่เกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัย หน้า 13
5. วิเชียร ณ นคร และคณะ นครศรีธรรมราช หน้า 335
6. วิเชียร ณ นคร และคณะ นครศรีธรรมราช หน้า 504-516
7. วิเชียร ณ นคร และคณะ นครศรีธรรมราช หน้า 137-147
8. ปรีชา นุ่มสุข หลักฐานทางโบราณคดีในภาคใต้ของประเทศไทยที่เกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัย หน้า 95
9. วิเชียร ณ นคร และคณะ นครศรีธรรมราช หน้า 3
10. ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 หน้า 21-22
11. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ หน้า 15
12. Brow, J.M., From Ancient Thai to Modern Dialects, Referrence Sheet. 10.
13. รายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช หน้า 69-70
14. ประวัติศาสตร์และโบราณคดีนครศรีธรรมราช ชุดที่ 2 หน้า 199-218
15. ประวัติศาสตร์และโบราณคดีนครศรีธรรมราช ชุดที่ 2 หน้า 219-233

กลับขึ้นบน
กลับขึ้นบน


<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>