กลับหน้าหลัก

ประเพณีการทำขวัญผึ้ง ตำบลศรีคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ สุโขทัย    ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 11
เอกสารประกอบการสัมนาทางวิชาการเรื่อง วัฒนธรรมพื้นบ้าน : คติความเชื่อ ศิลปกรรม และภาษา
วันที่ 8-10 กันยายน 2526 ณ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย


บทนำ

     การทำขวัญผึ้งเป็นประเพณีของชาวตำบลศรีคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ สุโขทัยมาเป็นเวลานาน เพิ่งจะเลิกพิธีกรรมของประเพณีเมื่อประมาณ 40 กว่าปีมานี้เอง (นับถึง พ.ศ. 2526) ศูนย์ศึกษาและวิจัยวัฒนธรรมพื้นบ้านหัวเมืองฝ่ายเหนือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก ได้ศึกษาประเพณีดังกล่าวตามแนวทางประวัติศาสตร์การฟื้นประวัติศาสตร์ (Historical reconstruction) อันเป็นแนวทางหนึ่งในวิชาคติชน (Folklore) มุ่งที่จะฟื้นประเพณีให้กลับมาเข้าสู่แนวทางปฏิบัติของชาวตำบลศรีคีรีมาศ ให้ได้ตรงตามแนวปฏิบัติของประเพณีแบบดั้งเดิม ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่เพื่อจะศึกษาโครงสร้างของประเพณีทั้งโครงสร้างพื้นผิวและโครงสร้างลึก (deep structure) อันจะเป็นพื้นฐานให้ศึกษาหน้าที่ของประเพณีนี้ที่มีต่อสังคม

     วิธีการศึกษาที่ใช้ในการฟื้นประเพณีครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นวิธีการเบื้องต้นของระเบียบวิธีวิจัยเชิงธรรมชาตินิยม ซึ่งกำหนดให้ผู้ศึกษาเข้าไปรู้จักและคลุกคลีอยู่ในสังคมประเพณีนั้นโดยตรง ทั้งนี้ได้มีนิสิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ผู้ได้ศึกษาวิชาคติชนระดับปริญญาโท จำนวน 11 คน ปริญญาตรี จำนวน 200 คน เข้าไปศึกษาในกลุ่มผู้เกี่ยวเนื่องในพิธีกรรมจำนวนประมาณ 1,700 คน การศึกษาได้กระทำต่อเนื่องกันเริ่มในเดือนธันวาคม 2525 จนถึงวันประกอบพิธีคือวันที่ 16 มกราคม 2526

     ความมุ่งหมายในการนำเสนอบทความครั้งนี้ ก็เพื่อจะให้รายละเอียดของพิธีกรรมที่ใช้ในประเพณีการทำขวัญผึ้ง ตลอดจนการวิเคราะห์หาโครงสร้างลึกของประเพณี ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างเสริมทฤษฎีคติชน กับเพื่อใช้ประกอบเป็นแนวทางอันอาจจะใช้ในการวางแผนงานพัฒนาสังคมเศรษฐกิจการศึกษาและวัฒนธรรม

     การนำเสนอบทความจัดกระทำเป็นสองตอน ตอนแรกกล่าวถึงรายละเอียดของประเพณี และตอนที่สองกล่าวถึง การวิเคราะห์หาโครงสร้างลึกของประเพณีตามสำนึกของผู้วิเคราะห์ ซึ่งได้เข้าร่วมในพิธีกรรมของประเพณี ในฐานะผู้สังเกตการณ์มาโดยตลอด

     การศึกษารายละเอียดของประเพณีนั้นแบ่งเป็นสองขั้นตอน เริ่มแรกจากการสัมมนาสัมภาษณ์วิทยากร ตามวิธีการเบื้องต้นของระเบียบวิธีการวิจัยเชิงธรรมชาตินิยม วิทยากรที่ให้ข้อมูลมีทั้งหมด 9 คน เป็นชาย 8 คนหญิง 1 คน อายุสูงสุดของวิทยากร 72 ปีต่ำสุด 50 ปี วิทยากรทุกคนเคยเห็นพิธีกรรมของประเพณีการทำขวัญผึ้งมาแล้ว

     เมื่อสัมภาษณ์และได้ข้อมูลต่างๆของประเพณีตั้งแต่ความมุ่งหมาย รายละเอียดของพิธีกรรมแล้ว ผู้ศึกษาได้ร่วมกับวิทยากรวางขั้นตอนของพิธีกรรมขึ้น

     จากนั้นได้นำพิธีกรรมที่เรียบเรีนงขั้นตอนขึ้นนี้ไปเสนอให้ชาวบ้านอื่นๆที่เคยร่วมพิธีกรรมได้วิจารณ์ความถูกต้อง จำนวนชาวบ้านที่ให้คำวิจารณ์ทั้งหมด 50 คนจากนั้นนำข้อวิจารณ์ของชาวบ้านดังกล่าวมาเสนอวิทยากร และขอความคิดเห็นเกี่ยวกับขั้นตอนและรายละเอียดของพิธีกรรม เมื่อได้ข้อยุติแล้ว จึงเรียบเรียงขั้นตอนและรายละเอียดของพิธีกรรมขึ้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งสรรหาบุคคลผู้ประกอบพิธีและผู้เกี่ยวข้องในการประกอบพิธี ตามคำแนะนำของวิทยากร เมื่อได้บุคคลตามที่ต้องการทุกประการแล้ว จึงเตรียมดำเนินการพิธีกรรมตามประเพณีที่เคยทำมา

     ส่วนการวิเคราะห์หาโครงสร้างลึกของประเพณีตามสำนึกของผู้วิเคราะห์นั้น ผู้ศึกษาได้ประมาณการจากสภาพการณ์ทุกประการของพิธีกรรม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสถานที่ เวลา บุคคลและพฤติกรรมของบุคคล ตลอดจนสิ่งแฝงเร้นในสำนึกของผู้เข้าร่วมในพิธีกรรม

รายละเอียดของประเพณี

                    (หมายเหตุ : การนำเสนอรายละเอียดของประเพณีนี้ จัดในรูปของสไลด์และเทปบันทึกเสียง)
     พิธีกรรมของประเพณีทำขวัญผึ้งจัดขึ้นในวันขึ้นสามค่ำ เดือนสาม สถานที่ประกอบพิธีอยู่ในป่าทึบ ห่างจากหมู่บ้านราว 200 เส้น สถานที่ประกอบพิธีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แต่มีหลักเกณฑ์การเลือกสถานที่ว่าจะต้องมีต้นไม้ใหญ่ซึ่งมักจะเป็นต้นยางและต้นไม้นั้นจะต้องเคยมีผึ้งหลวงมาทำรังอยู่เสมอๆทุกปี

     เมื่อกำหนดสถานที่แล้ว ในวันขึ้นสองค่ำ เดือนสาม ชาวบ้านจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์จำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน จะไปเตรียมสถานที่ประกอบพิธี โดยถากถางพื้นที่รอบต้นไม้ใหญ่ที่ใช้ประกอบพิธี และกำหนดเขตโดยใช้ไม้ไผ่สานสูงประมาณเอวกั้นเป็นอาณาเขตเป็นวงกลม มีต้นไม้ใหญ่เป็นจุดศูนย์กลางวงกลมมีรัศมีสามวา ไม้ไผ่สานจะเป็นรั้วกั้นเป็นปริมณฑลรอบต้นไม้ใหญ่ เว้นช่องทางให้เข้าแปดช่องทาง เรียกว่าประตูแปดทิศ แต่ละประตูจะมีศาลตีนเดียว ทำด้วยไม้ไผ่ สูงประมาณสองวา สำหรับเป็นที่วางเครื่องเซ่นสังเวย ตรงหน้าต้นไม้ใหญ่จะมีศาลตีนเดียวใหญ่อีกศาลหนึ่ง การเตรียมสถานที่จะต้องรีบกระทำให้เสร็จในตอนบ่ายของวันขึ้นสองค่ำเดือนสาม

     ในวันเดียวกันนั้น ชาวบ้านแทบทุกครัวเรือน โดยเฉพาะเด็ก สตรี และคนชรา ซึ่งมิได้ออกไปเตรียมสถานที่จะช่วยกันทำขนมแดกงาเป็นรูปรังผึ้ง เพื่อจะเตรียมนำไปติดไว้รอบๆบริเวณสถานที่ประกอบพิธี จะมีรังผึ้งซึ่งทำจากขนมแดกงากี่รังก็ได้ แต่จะต้องมีรังหนึ่งซึ่งยาวประมาณหนึ่งศอก เป็นรังผึ้งหลวงที่จะใช้ประกอบพิธี

     การทำรังผึ้งด้วยขนมแดกงา เริ่มต้นด้วยการนำข้าวเหนียวไปล้างด้วยน้ำให้สะอาดแช่น้ำไว้จนข้าวเหนียวขึ้นน้ำ แล้วนำไปนึ่งให้สุก เมื่อสุกแล้วเทข้าวเหนียวที่ยังร้อนอยู่ลงไปในครกระยะติดพันไม้ที่ใช้ตำข้าว โรยเกลือลงไปบนข้าวเหนียวเล็กน้อย โขลกจนน้ำมันงาออกสังเกตว่าน้ำมันงาออกได้จากการที่ข้าวเหนียวไม่ติดครก เมื่อโขลกข้าวเหนียวจนได้ที่แล้วจึงนำไปใส่กระด้ง นวดและผสมงาดำอีกจนข้าวเหนียวนั้นออกสีดำ นำไปปั้นรูปรังผึ้ง แล้วติดไว้กับกิ่งไม้ พร้อมที่จะนำไปแขวนรอบๆบริเวณประกอบพิธีในวันรุ่งขึ้น

     ชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งจะจัดเตรียมเครื่องเซ่นสังเวยไว้ให้พร้อมก่อนเช้าตรู่วันขึ้นสามค่ำ เดือนสาม เครื่องเซ่นสังเวยประกอบด้วยบายศรี หัวหมูหนึ่งหัว ตีนหมูสี่ตีน หางหมูหนึ่งหาง ไก่ต้มหนึ่งตัว เหล่าป่า ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวขาว ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ข้าวสุกจากปากหม้อผักหญ้าปลายำ มะพร้าวอ่อนหนึ่งผล หมากพลูสามคำ ธูปสามดอก เทียนขี้ผึ้งหนึ่งเล่ม

     นอกจากนี้แล้วชาวบ้านแทบทุกครัวเรือนจะต้องเตรียมเหล้าป่าไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อจะได้นำไปในวันรุ่งขึ้น

     ครั้นรุ่งเช้าวันขึ้นสามค่ำ เดือนสาม เมื่อน้ำค้างบนใบหญ้าเริ่มแห้งแล้ว ชาวบ้านแทบทุกครัวเรือนจะช่วยกันนำรังผึ้ง เครื่องเซ่นสังเวยและเหล้า เดินทางไปยังสถานที่ประกอบพิธีในป่าทึบดังกล่าวแล้ว การเดินทางนั้นจะไปเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย เด็กและคนชรา จะเข้าไปร่วมพิธีโดยทั่วกัน ในขณะที่เดินทางไปก็ส่งเสียงดังไม่ว่าจะเป็นการคุยกันหรือการร้องรำทำเพลง ตลอดจนการเคาะจังหวะต่างๆเพื่อให้เป็นที่ครึกครื้นสนุกสนาน สตรีและเด็กจะเตรียมเสบียงอาหารกลางวันมาด้วย

     ประมาณเพล ชาวบ้านทั้งหมดที่มาในพิธีก็จะมารวมกันอยู่รอบๆบริเวณสถานที่ประกอบพิธี ส่งเสียงดังแสดงความสนุกสนานโดยตลอด

     บุคคลจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวบ้านในเรื่องของพิธีกรรม จะนำเครื่องเซ่นสังเวยไปจัดไว้ที่ศาลตีนเดียวทั้งเก้าศาล และศาลที่ใหญ่นั้นจะมีเครื่องเซ่นสังเวยขนาดใหญ่วางไว้ข้างหน้าด้วย

     ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจะต้องเป็นผู้หลักผู้ใหญ่และมีฐานะดีจะนำผ้าม่วง ผ้าไหมไปพันรอบต้นไม้ใหญ่แล้วแขวนด้วยพวงเงินพวงทอง ด้ายขาว ด้ายแดง อย่างละ 1 ไจ ไว้รวมกัน ด้ายแดง ด้ายขาวอีกส่วนหนึ่งจะนำไปพันรอบต้นไม้ใหญ่เก้ารอบ

     ส่วนชาวบ้านรุ่นหนุ่ม จะนำรังผึ้งซึ่งทำด้วยขนมแดกงาไปประดับไว้ตามต้นไม้รอบๆบริเวณสถานที่ทำพิธี ชาวบ้านทั้งหลายก็จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันดังว่า "มีรังผึ้งมากจริง" "มีผึ้งมากจริง"

     ครั้นได้เวลาประกอบพิธีทำขวัญผึ้ง ชาวบ้านทุกคนจะเงียบสงบ ผู้ที่อยู่ในพิธีประมาณ 20 คนจะเข้าไปนั่งอยู่ในเขตปริมณฑล ส่วนชาวบ้านอื่นๆจะนั่งอยู่รอบนอก

     ชาวบ้านราวเก้าคนจุดธูป เทียนและนำไปปักไว้ที่ศาลใหญ่และศาลทั้งแปดทิศแล้วผู้ทำพิธีทำน้ำมนต์เพื่อใช้ปัดเสนียดจัญไร พรมน้ำมนต์ที่เครื่องเซ่นสังเวยและประพรมน้ำมนต์แก่ผู้ที่อยู่ในปริมณฑล ไหว้พระรัตนตรัย กระทำธรณีสาร แล้วร่ายคำสวดและทำขวัญดังต่อไปนี้

     สาธุ สัคเคกาเม คิริสิตร ตะเต จันทริเขวิมาเรทีเป รเถจะคาเม ตรุวันคาหะเน เคหวัดทุมิ เขตเต ทุมมา จายันตุเควาชะระทะระวิสะเมยะ คะคันทัมนา คามิตถังถาจัง เตยะตังนิวาระวัดจะนัง สาคะโอเมสุ นันตุ ทำมาสะวะนะกาโร อะยัมพะทันตา ทำมะสะวะนะกาโร อะยัมพะทันตา ทำมะสะวะนะกาโร อะยัมพะทันตา

บททำขวัญ บทเชิญนางไม้

     ข้าพเจ้าจะขอเชิญพระภูมิเจ้าที่นางแม่ธรณี นางแม่คงคา (ไอ) ขอเชิญพระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ พระเวสสูวัณ ขอเชิญเทพยดาอารักษ์ผู้ปกปักษ์รักษาอยู่ในป่านี้ป่าพงไพรใหญ่ยาวในเขาหลวง ขอเชิญทั้งปวงจงมาสังเวยเครื่องกระยาหาร ทั้งหัวหมู เป็ด (อ้อ เป็ดไม่มีนะ) มีไก่ (หัวเราะ) ขนมต้มขนมแกง ขนมต้มลูกใหญ่ (หัวเราะ)ขนมต้มมี ขนมต้ม ขนมแกง ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวขาว ขอเชิญจงมาขอเชิญพระยานางไม้ทั้งปวงทีอยู่ในเขาหลวง ขอเชิญจงมาให้พร้อมกันในวันนี้ วันนี้ก็ฤกษ์งามยามดี ขอเชิญเจ้าป่าดงพงไพรใหญ่กว้างในเขาหลวง ขอเชิญทั้งปวงจงมาประสิทธิ์พรให้แก่พวกข้าพเจ้าที่ได้มากันในวันนี้ ต่อไปนี้ก็จะเชิญนางไม้แล้วนะครับ

     ข้าพเจ้าจะประนมหัตถ์นมัสการนิ้วข้าพเจ้าสิบนิ้วจะยกขึ้นเหนือหว่างคิ้วข้าพเจ้ามังคละปัดโต ประกอบไปด้วยมิ่งมงคลแปดประการ

ข้าพเจ้าจะขอเชิญ (เอย.....) ขวัญเจ้าพระยานางไม้เจ้าแม่ เอย.....เอย.....มาเถิดนะแม่มาเร็วพลัน ข้าพเจ้าจะขอเชิญเทพ (ไอ) พยาดา พระยานางไม้ เจ้าแม่ (เออ....เอย) มาเถิดมาอยู่เขาหลวงอย่าเป็นห่วงซึ่งสิงขรอย่าเที่ยวเร่ร่อนอยู่กลางดินกินผลไม้ ดงยาง เป็นบาขวัญเจ้าพระยานางไม้เจ้าแม่เอยมาเถิดนะมะแม่มา ม้ามาเป็นใหญ่ในเขาหลวง อย่าขอเขาหลวงข้าพเจ้าจะเชิญซึ่งทั้งพระยาผึ้งทั้งปวงมาอยู่เขาหลวงมาอยู่ที่นี่ อยู่พงไพรป่าพงไพรใหญ่ยาวที่เขาหลวง ข้าพเจ้าจะขอเชิญ (เอย.....) พ่อผึ้งและแม่ผึ้งทั้งปวงจงชวนพาลูกหลาน พร้อมกับทั้งบริวารมาทำรังรวงยาใหญ่ยาวที่เขาหลวง ฝ่ายมนุษย์ทั้งปวงก็รวบรัดมัดคบพู่ผึ้งก็บินหวู่ๆๆๆว่อนร่อนอยู่ตามอากาศ ฝ่ายประเหมาะผึ้งที่มีความสามารถจึงรวบรัดตัดรังใส่ถังและครุแล้วก็โรยครุลงถึงพื้นธรณีเอย บัดนี้จึงเอาไปถวายพระชินสีห์องค์พระสัมมาสัมพุทโธธิญาณ ตั้งแต่ทั้งนั้นพระยาคชสารกับวานร เอาไปถวายพระพุทธเจ้าเป็นคำกล่าวมาตั้งแต่ครั้งนาน

     บัดนี้ข้าพเจ้าจะขอทำขวัญผึ้งมีข้าวเหนียวนั้นแทนทำรังรวงมีขนมต้มลูกใหญ่ เอาน้ำอ้อย

น้ำตาลใส่เป็นรังผึ้งจึงเป็นประเพณีมาถึงกาลนับตั้งแต่โบราณมาจนกระทั่งถึงบัดนี้....นี้ ข้าพเจ้าจะขอเชิญเทพยดาอารักษ์ที่ข้าพเจ้าได้ชุมเชิญมาสังเวยในเครื่องกระยาหารในครั้งนี้จงมาคุ้มครองป้องกันประสิทธิ์พรให้แก่พวกข้าพเจ้าได้มาทำขวัญในกาลพิธีครั้งนี้ขอจงให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญอย่าได้มีโพยภัยเข้ามากดกั้นใน (วิทยากรพูดกันเองฟังไม่รู้เรื่อง) โพยภัยอย่าได้มี มีแต่ความสุขความเจริญพร้อมกันทุกถ้วนหน้าจนถึงนิพพานทั่งเถอะธนสาร ทั่วกาลนานเทอญ ขอจงอวยชัยให้พร แก่ข้าพเจ้าจงมิ-คนใดที่เสียงโตๆให้โห่ร้องเอาชัย ข้าพเจ้าครั้งนี้ก็สาธุพร้อมๆกัน พวกเรานะก็เสร็จพิธี

     เมื่อร่ายคำสวดและคำขวัญแล้ว กลุ่มชาวบ้านทั้งชายหญิงก็สมมติตนว่าเป็นพ่อผึ้ง แม่ผึ้งมาจากป่าต่างๆนำเด็กๆซึ่งสมมติว่าเป็นลูกผึ้ง ชวนกันเข้ามาทางประตูทั้งแปดทิศ ผู้เฝ้าประตูจะซักถามที่มาของผึ้งสมมติเหล่านั้น เมื่อเข้ามาแล้ว ก็จะชวนกันออกไปทางประตูที่อยู่ตรงกันข้าม แล้วชวนกันเข้ามาใหม่อีกทางประตูอื่นๆจนครบแปดประตู จากนั้นผู้ประกอบพิธีทั้งหมดก็จะอำลาต้นไม้ใหญ่ เป็นอันเสร็จพิธี

     หลังจากเสร็จพิธี ชาวบ้านจะเล่นขโมยรังผึ้ง โดยสมมติให้ชาวบ้านหลายๆคนเป็นขโมยไปลักรังผึ้งที่แขวนไว้ตามต้นไม้ ชาวบ้านหลายๆคนที่สมมติว่าเป็นตำรวจจะไปจับกุมขโมยเหล่านั้นมาให้ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาจะตัดสินให้จำคุกขโมยทั้งหลายเป็นปี แต่จำนวนปีที่ต้องโทษในคุกนั้นให้เปลี่ยนเป็นดื่มเหล้าเป็นก๊อก เช่น จำคุกสิบปี ก็ให้ดื่มเหล้าสิบก๊อกแทน การเล่นเช่นนี้จะเป็นที่สนุกสนานของชาวบ้านมาก ในเวลาเล่นจะมีเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่ว ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่เมามากจนขาดสติ ก็จะรับการพยุงจากเพื่อนๆเป็นอย่างดี เมื่อเป็นที่สนุกสนานสมควรแล้ว ชาวบ้านก็จะเดินทางกลับเป็นคณะเช่นเดียวกับตอนที่มาประกอบพิธี

บทวิเคราะห์ประเพณีทำขวัญผึ้งโดยใช้สำนึกของผู้ศึกษา

     การวิเคราะห์ประเพณีทำขวัญผึ้งในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ใช้สำนึกของตนเองเป็นหลัก เหตุที่ผู้ศึกษาใช้วิธีอันล่อแหลมเช่นนี้ในการวิเคราะห์ก็เพราะว่า ผู้ศึกษารู้จักและคลุกคลีอยู่กับชาวตำบลศรีคีรีมาศ เป็นเวลาประมาณ 16 ปี และได้ทำวิจัยในตำบลนี้เกี่ยวกับคติชนแล้วสองเรื่องกับเป็นผู้ศึกษาประเพณีการทำขวัญผึ้งมาประมาณห้าปี อนึ่งในการฟื้นประเพณีขึ้นมานั้นผู้ศึกษาอยู่ในฐานะของผู้ฟื้นและผู้สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

     ผู้ศึกษาขอเสนอผลการวิเคราะห์เป็นข้อๆดังนี้

     1. สถานที่ซึ่งใช้ประกอบพิธีเป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านคาดว่าผึ้งจะมาทำรัง เหตุนี้จึงต้องทำในป่าลึก
หมายเหตุ การนำเสนอรายละเอียดของประเพณีนี้จัดทำในรูปของสไลด์และเทปบันทึกเสียง
     2. วันที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม คือวันขึ้นสามค่ำ เดือนสาม เพราะเป็นฤดูกาลที่ผึ้งจะทำรังด้วยดอกสมุนไพร พร้อมที่จะมีการตีผึ้งในเดือนห้า
     3. ประเพณีนี้น่าจะเกิดขึ้นจากการที่ราษฎรส่งส่วยให้แก่แผ่นดินแทนการใช้แรงงาน กาส่งส่วยเช่นที่ว่านี้มีมาแต่สมัยอยุธยาตอนต้น
     4. ประเพณีนี้เลิกไปเพราะมีการปรับปรุงประมวลรัษฎากรในพ.ศ. 2476
     5. ชาวบ้านทั่วไปถือว่าพิธีกรรมนี้จะนำศิริมงคลมาให้แก่ผู้ตีผึ้ง ทำให้ได้น้ำผึ้งคุณภาพดี มีปริมาณมากนี้เป็นโครงสร้างพื้นผิวของประเพณี
     6. สิ่งซ่อนเร้นในใจของชาวบ้านในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีนี้ก็คือ
ต้องการความปลอดภัยจากสัตว์ร้ายและสิ่งลึกลับต่าง ๆ ในขณะออกไปตีผึ้ง ด้วยเหตุนี้จึงต้องประกอบพิธีกรรมเพื่อให้หลักประกันว่า สิ่งลึกลับอันมีอำนาจในป่าจะไม่ทำอันตราย การส่งเสียงดังและให้มีการเล่นเสียงดัง ก็เพื่อเป็นการขับไล่สัตว์ร้ายให้หนีไปไกลๆ จากพิธีเป็นเวลาหลายๆเดือน คลุมไปจนถึงเวลาไปตีผึ้งซึ่งจะมาทำรังในป่าบริเวณประกอบพิธีกรรมด้วยข้อความในข้อ 6. นี้แสดงโครงสร้างลึกของประเพณีการทำขวัญผึ้ง


บรรณานุกรม

ประจักษ์ สายแสง. "การวิจัยวัฒนธรรมพื้นบ้านโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงธรรมชาตินิยม"
ข่าวสารการวิจัยการศึกษา : 18-19 พฤศจิกายน 2525
ประจักษ์ สายแสง. วรรณกรรมจากตำบลศรีคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 2516. 229 หน้า, อัดสำเนา

กลับขึ้นบน
กลับขึ้นบน


<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>