กลับหน้าหลัก

วิธีการจัดหาข้อสนเทศทางวัฒนธรรม        ประจักษ์ สายแสง บทความที่ 10
เอกสารประกอบการสัมนางานวัฒนธรรม เรื่อง การพัฒนางานวัฒนธรรมของห้องสมุดและศูนย์วัฒนธรรม
วันที่ 8-11 สิงหาคม 2526 ณ ศูนย์การศึกษาเกี่ยวกับภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตาน


ข้อตกลงเบื้องต้น

     1. วิธี หมายถึง ปฏิบัติการอย่างมีเทคนิคในการให้ได้มาซึ่งสิ่งอันพึ่งประสงค์ จะซื้ออย่างไร จะขออย่างไร จะประสานงานอย่างไร จึงจะได้สนเทศที่ต้องการ วิธีการจัดหาจึงเป็นภาคปฏิบัติของการจัดหา
     2. การจัดหา หมายถึง รูปแบบของการให้ได้มาซึ่งสิ่งอันพึ่งประสงค์ เช่น เมื่อต้องการสนเทศอาจจะใช้รูปแบบของการซื้อ การจำลอง การจัดประกวด การรับบริจาค การยืม การขอ การแลกเปลี่ยน การเก็บมาจากแหล่งข้อมูล จารกรรมและได้มาโดยทุจริตอื่นๆ
       การจัดหาและวิธีการจัดหา มีกล่าวไว้อย่างกว้างขวางในเอกสารหมายเลข 14 และ 15 ของการสัมมนาพัฒนาห้องสมุดเพื่อวัฒนธรรม จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 11-12 มีนาคม 2525
     3. สนเทศ หมายถึง สาระที่บุคลหรือหน่วยงานต้องการได้รับ อาจจะอยู่ในรูปของมโนคติ ( Ideas ) เช่น ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา นิทานโชคลาง ฯลฯ อาจจะอยู่ในรูปปทัสสถาน ( Norms ) เช่น กฎหมาย วิถีประชามารยาท ประเพณี ฯลฯ และอาจจะอยู่ในรูปของสื่อ ( Medium ) เช่น วัตถุ อาคาร เครื่องนุ่งห่ม ก็ได้
     ความหมายของสนเทศมีกล่าวไว้อย่างชัดเจน ดังปรากฏในคำบรรยายของ วิสิทธิ์ จินตวงศ์ ในเอกสารรายงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง สนเทศไทยศึกษา สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2525 ระหว่างเวลา 08:30-17:00 น.
     4. วัฒนธรรม เป็นการดำเนินชีวิตในส่วนที่เกี่ยวกับความดี ความงาม ความจริง ซึ่งปรากฏในสิ่งต่อไปนี้

- สาขาศิลปะ เช่น ภาษา คีตกรรม วรรณกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ฯลฯ สาขานี้เพ่งเล็งผลผลิต ( product )
- สาขามนุษยศาสตร์ เช่น ขนบธรรมเนียม คุณธรรม ศาสนา ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ ปรัชญา โบราณคดี กฎหมาย การปกครอง มารยาทสังคม ฯลฯ
- สาขากีฬา และนันทนาการ เช่น การละเล่น มวย ฟันดาบ ฯลฯ
- สาขาช่างฝีมือ เช่น การเย็บปักถักร้อย การแกะสลัก การทำเครื่องเงิน การทำเครื่องปั้น ฯลฯ สาขานี้เพ่งเล็งขบวนการผลิต ( process )
- สาขาคหกรรมศิลป์ เช่น อาคาร เสื้อผ้า ยา การดูแลเด็ก การอยู่กิน การแก้ปัญหาในครอบครัว ฯลฯ สาขานี้เพ่งเล็งที่ขบวนการใช้และการปฏิบัติ

     เรื่องของวัฒนธรรม มีกล่าวไว้โดยละเอียดใน แนวนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ ผลการประชุมพิจารณาแนวนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 13 - 15 กรกฎาคม 2521
     5.ข้อความดังกล่าวในข้อ 1 2 3 และ 4 ย่อมจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ตามแนวทรรศนะส่วนบุคคล และตามความก้าวหน้าของวิทยาการแต่ละสาขาได้เสมอ
     6.เรื่องที่จะบรรยายตามหัวข้อ "วิธีการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรม" ครั้งนี้ จะอยู่ในแวดวงของสนเทศในข้อ 1 2 3 4 และ 5 ดังกล่าวไว้ข้างต้น

ใครต้องการสนเทศทางวัฒนธรรม

     1.รัฐบาล หน่วยงาน ทั้งทางราชการและเอกชน เช่น รัฐบาลไทย รัฐบาลญี่ปุ่น ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ บริษัทมิตซูบิชิ ต้องการสนเทศทางวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่น วางแผนการผลิต การวางนโยบายการปกครอง
     2.บุคคล ต้องการสนเทศทางวัฒนธรรม เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว เช่น การวิจัย การเขียนตำรา ความสนุกสนาน

การแบ่งกลุ่มวัฒนธรรม

วัฒนธรรมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มวัฒนธรรมหลวงและแบบฉบับ
2. กลุ่มวัฒนธรรมพื้นบ้าน

     กลุ่มวัฒนธรรมหลวงและแบบฉบับเกี่ยวข้องโดยตรงกับราชสำนัก แนวพิธีการต่าง ๆ อันถือเป็นแบบฉบับของการปฏิบัติของทางราชการ ตลอดจนมารยาท ระเบียบวินัย อันถือว่าดีงาม มีแบบฉบับลายลักษณ์อักษร เป็นตัวเทียบ หากเหมือนกับแบบฉบับถือว่าถูกต้อง
     กลุ่มวัฒนธรรมพื้นบ้าน เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสืบต่อวัฒนธรรมเชิงคติชน ไม่มีแบบฉบับเป็นลายลักษณ์อักษร หากแต่สืบต่อกันโดยปาก สำนึกและความจำ
     กลุ่มของวัฒนธรรมย่อมเป็นตัวจำกัดวิธีการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรม สนเทศทางวัฒนธรรมจากกลุ่มวัฒนธรรมหลวง และแบบฉบับมีแหล่งให้จัดหาสะดวกกว่าวัฒนธรรมพื้นบ้าน

บรรณรักษ์จะต้องเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรม โดยอาศัยนักวิชาการวัฒนธรรม และนักคติชนมาเป็นเครื่องมือและผู้ให้ข้อเสนอแนะในการรับบริการ

     การได้มาซึ่งสนเทศใดทางวัฒนธรรมอันต้องใช้กลวิธีเฉพาะทางวิชาการวัฒนธรรมหรือวิธีการคติชน จะต้องจัดการได้โดยบรรณารักษ์เท่านั้น
     ส่วนการได้มาซึ่งสนเทศทางวัฒนธรรมอันต้องใช้ระเบียบวิธีเฉพาะเรื่องนั้น บรรณารักษ์ควรจะกำหนดวิธีการจัดหาขึ้น แล้วให้นักวิชาการทางวัฒนธรรมหรือนักคติชนแล้วแต่กรณี เป็นผู้ใช้วิธีการจัดหานั้น
     วิธีการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรมประการหลังนี้ เป็นบูรณาการ ( Intergration ) ของสาขาวิชา ( Discipline )
     เมื่อมีแนวคิดสรุปเป็นรูปร่างอย่างนี้แล้ว จะประมวลเป็นวิธีการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรมได้ดังนี้

     ขั้นที่ 1 การเสาะหาแหล่งสนเทศ อาจทำได้โดยวิธีต่อไปนี้

     1. ศึกษาจากสนเทศอันเป็นลายลักษณ์และสื่อทางวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ ว่ามีสนเทศใดจากแหล่งไหน
     2. เสาะหาโดยวิธีทางคติชน เป็นการปฏิบัติงาน ค้นหาแหล่งสนเทศในท้องที่ต่างๆ

     ขั้นที่ 2 เมื่อทราบแหล่งสนเทศแล้ว จึงพิจารณาว่าจะใช้วิธีการใดจึงจะเหมาะสมในการได้สนเทศนั้นมา ดังนี้

     1. การขอ กระทำได้ 2 แบบ คือ
       1.1 สถาบันเป็นผู้ขอจากเจ้าของ
       1.2 บุคคลเป็นผู้ขอ
      ในทางปฏิบัติ บุคคลจะต้องเจรจาทาบทามก่อนโดยใช้ไมตรีสัมพันธ์ จากนั้นจึงขอในนามสถาบัน เมื่อได้สนเทศมาแล้วก็จะต้องประกาศเกียรติคุณของผู้ให้ด้วยวิธีต่างกัน เช่น ออกอนุโมทนาบัตร ให้เกียรติบัตร ประกาศขอบคุณทางสื่อมวลชน หรือแม้แต่ให้ปริญญากิติมศักดิ์ การขอเป็นวิธีที่สถาบันต่างๆใช้มากที่สุด
     2. การยืม ส่วนใหญ่เป็นการยืมมาเพื่อจำลองแบบ
     3. การจำลองแบบ ถ้าเป็นเอกสารก็ใช้วิธีการถ่ายเอกสาร
     4. การจัดประกวด เมื่อจัดแล้วอาจจะขอ ยืม หรือขอจำลองแบบ
     5. การจำลองแบบให้แก่เจ้าของ เป็นการนำสนเทศต้นฉบับมาจำลอง แล้วคืนต้นฉบับ กับมอบฉบับจำลองให้อีกด้วย วิธีนี้ล่อใจผู้มีเอกสารหายากให้นำมาจำลองแบบได้เป็นอย่างดี ฝ่ายจำลองแบบให้ก็จำลองออกมาหลาย ๆ ฉบับ
     6. การประกาศรับบริจาค
     7. การแลกเปลี่ยนสนเทศ ทำได้หลายแบบ เช่น
       7.1 จัดทำ ( Data bank ) โดยใช้เทคนิคทางติดต่อขอสนเทศจากแหล่งต่างๆมาไว้ จากนั้นจึงกระจายสนเทศทั้งหมดไปยังแหล่งต่างๆที่ให้สนเทศมา วิธีนี้เราไม่ต้องมีสนเทศอยู่ก่อนเลย
       7.2 ขอแลกเปลี่ยนสนเทศกับแหล่งใดแหล่งหนึ่ง โดยที่เรามีสนเทศไปแลกเปลี่ยน
     8. การซื้อ
     9. การตั้งหน่วยงานย่อยเพื่อป้อนสนเทศเข้ามาสู่หน่วยงานใหญ่ โดยอาศัยทรัพยากรและบุคคลในท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องให้มีผลประโยชน์ทางสนเทศร่วมกัน
    10. การวิจัย การจัดสัมมนา

ตัวอย่างการจัดหาสนเทศทางวัฒนธรรมในประเทศไทย กรณีเฉพาะวรรณกรรมท้องถิ่น

     1. เยอรมัน ใช้วิธีเสาะหาแหล่ง โดยส่งผู้เสาะหาเข้ามาในรูปผู้เชี่ยวชาญ เมื่อทราบแหล่งแล้วก็จัดหาสนเทศ ทั้งโดยการกว้านซื้อ ขอ จำลองแบบ และวิจัยเอง หรือส่งเสริมให้เกิดการวิจัย วิธีนี้ใช้เงินมาก ได้ผลมากพอควร
     2. ญี่ปุ่น ใช้วิธีให้สถาบันต่างๆเสาะหาแหล่ง แล้วจำลองแบบ วิธีนี้ดูจะได้ผลมากที่สุด เป็นการลงทุนที่ได้ผลเกินคาด คาดว่าขณะนี้ญี่ปุ่นมีคัมภีร์ใบลาน - สมุดข่อยฉบับถ่ายไมโครฟิลม์จากล้านนาไทยถึง 10,492 เล่ม และได้สำรวจแหลางที่ จ.ลำปาง เพื่อเตรียมจำลองแบบไว้อีก 49,366 เล่ม ขณะเดียวกันมูลนิธิต่างๆก็ให้ทุนนักวิชาการของไทยถ่ายเอกสารวรรณกรรมท้องถิ่นของไทยเป็นจำนวนมาก ขณะนี้กำลังดำเนินการอย

ตัวอย่างการจัดหาสนเทศวัฒนธรรมในประเทศไทย กรณีไทยศึกษา

     1. โครงการไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้วิธีจัดสัมมนา เช่น สัมมนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บอกเล่า วัฒนธรรมท้องถิ่น การสัมมนาเพื่อให้มีการเสนอบทความเช่นนี้ เป็นทางวิชาการโดยแท้จริง สนเทศที่ได้อยู่ในจำนวนจำกัด
     2. สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้วิธีการทางไมตรีสัมพันธ์เป็น Data bank ให้แก่หน่วยงานทางไทยคดีและเอกชน สนเทศที่จะได้น่าจะมีจำนวนมาก หากใช้วิธีไมตรีสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
     3. ศูนย์ศึกษาและวิจัยวัฒนธรรมพื้นบ้านหัวเมืองฝ่ายเหนือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ใช้วิธีตั้งสถานที่วิจัยย่อยในหมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้สนเทศทางเกษตร กฎหมาย และการตลาดแก่ชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เก็บสนเทศทางวัฒนธรรมกลับมาด้วย ขณะนี้มีสถานีวิจัยย่อย 4 สถานี คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จิตรเกษม ศรีบุญเรือง 1 ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ศูนย์วัฒนธรรมจิตรเกษม ศรีบุญเรือง 2 3 และ 4 อ.เมือง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ และภายในปี พ.ศ. 2526 จะเปิดสถานีวิจัยจิตรเกษม ศรีบุญเรือง 5 ที่ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จิตรเกษม ศรีบุญเรือง 6 ที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก คาดว่าจะมีสถานีต่างๆถึง 205 สถานีในปี พ.ศ. 2540 สนเทศที่ได้มาจากสถานีต่างๆนี้ จะมารับการจัดระบบโดย ดร.จิรวรรณ ภักดีบุตร ซึ่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการจัดระบบข้อมูลของศูนย์และจะเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆได้ในปี พ.ศ. 2530

กลับขึ้นบน
กลับขึ้นบน


<< ย้อนกลับ || || ต่อไป >>