สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ รายการวรรณกรรมสองแคว
กลับมาพบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง ผมนายประจักษ์ สายแสง ดำเนินรายการครับ
ผมได้รับจดหมาย คราวนี้เป็นจดหมายที่ได้รับจากข้างนอกครับ บอก เอ่อ.. สรุปความได้ว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
ฯ ทรงเห็นชอบกับการศึกษาในเชิงสหสาขาวิทยาการเรื่องน้ำ ในช่วงนี้ขอให้ผมเนี่ย
กล่าวถึงวรรณกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมที่เป็น อ่า...บอกเล่า
ไม่อยากให้ฟังเรื่องยาว ๆ นักนะครับ วรรณกรรมพวกคำพังเพย สุภาษิต ภาษิต
นิทานสั้น ๆ เกี่ยวกับน้ำ ขอให้พูดเรื่องนี้ด้วย
เนี่ย ! ในนี้ขอ มีการกราบขอบพระคุณล่วงหน้า (หัวเราะ) มาด้วยครับผม ก็ไม่ยากอะไรครับ
ก็จะพูดเรื่องน้ำติดต่อกันไป เรื่องน้ำเนี่ย water เนี่ย เป็นเรื่องใหญ่นะท่านนะ
เพราะฉะนั้นคงพูดติดต่อกันนาน ทีเดียวล่ะครับ ก็คงจะไม่ถึงกับท่านเบื่อหรอกครับ
ยิ่งในวันอาทิตย์ พูดถึงเรื่องน้ำในช่วงนี้ อาจจะวิตกเรื่องน้ำท่วมหรือเรื่องฝนแล้งอะไรก็แล้วแต่เถอะ
ว่าน้ำเนี่ยเป็นของที่จัดว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของโลกเรานะครับ
และของความเป็นมนุษย์ ส่วนประกอบของความเป็นมนุษย์นั้น โบราณแบ่งไว้ 4
อย่าง เรียกว่า ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เนี่ยเรื่องใหญ่เลย ดิน น้ำ
ลม ไฟ
ดินกับน้ำสองสิ่งนี้ อ่า...ใช้เรียกคำว่าแม่นำหน้านะครับ เป็นแม่พระธรณี
แม่พระคงคา มองเห็นชัดเลยว่ามีความสำคัญมาก ยกย่องมาก เป็นเพศแม่ เป็นเพศที่ให้การเลี้ยงดูหล่อเลี้ยงชีวิตเนี่ย
แม่พระธรณี แม่พระคงคา
แม่พระธรณีก็เถอะ ถึงเวลามีอะไรช่วยเหลือขึ้นมาอย่างเช่น ช่วยเหลือพระพุทธเจ้าเนี่ย
ก็บีบมวยผมออกมาเป็นน้ำอีกนั่นแหละ เพราะว่าน้ำก็อยู่ในดินน่ะครับ แม่พระธรณี
แม่พระคงคา
ที่จริงพระคงคาจริง
ๆ เนี่ยอยู่บนอากาศนะท่านนะ ตามความคิดของฮินดูเขาน่ะ อยู่บนอากาศนะฮะ
ท่านที่มีโอกาสอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่นางพิมปักม่านเนี่ย เขาจะปักม่านเป็นรูปเหมือนที่ปรากฎในไตรภูมิพระร่วง
...ปักเป็นหิมพานต์ตระหง่านงาม อร่ามรูปพระสุเมรุภูผา วินันตกหัสกันเป็นหลั่นมา
การวิกอิสินธรยุคุณธร... ถึงตอนนี้ครับ ...อากาศคงคาชลาสินธุ์ มุจรินทร์ห้าแถวแนวสลอน...
เนี่ยพระคงคาเดินอยู่บนอากาศ
แล้วต่อมาก็ท้าวสาครเนี่ยอัญเชิญลงมาเพื่อมาให้ อ่า ....ถูกกับอัฐิของลูกของตนซึ่งมีอยู่ตั้งหกหมื่นองค์นะฮะ
แล้วลูกก็จะได้เป็นอมตะ ด้วยเหตุที่พระคงคาลงมาสู่โลกมนุษย์เนี่ย เอ่อ...โดยการอัญเชิญของท้าวสาครหรือท้าวสคร
เราจึงเรียกแหล่งน้ำขนาดใหญ่ว่าสาครนะครับ ตามชื่อของท้าวสาคร
เนี่ยก็เป็นอันว่ามีแม่น้ำ แม่พระธรณีเนี่ย แม่พระคงคาเนี่ยแหละครับ แม่พระคงคานั้น
ก็ดูจะมีความสำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์เรา จนถึงกับนักปรัชญากรีกคนหนึ่งชื่อ
ธาเลส บอกว่ามนุษย์เกิดจากน้ำ และอยู่ได้ด้วยน้ำนะฮะ
นักปราชญ์
นักปรัชญาของกรีก มีอยู่ 4 คนครับ คนนึงบอกมนุษย์เกิดด้วยน้ำ ทาเธสน่ะแหละ
คนนึงบอกเกิดด้วยลม คนนึงเกิดด้วยไฟ คนนึงเกิดด้วยดิน ก็คงไม่ต้องเอ่ยชื่อให้เหนื่อยนะ
เอาอีกสักคนนึงเถอะตรงข้ามกับน้ำก็คือไฟ นักปราชญ์ที่บอกว่ามนุษย์เกิดจากไฟ
คือ เฮราเครตุส ทั้งสี่คนเนี่ย นักปราชญ์ 4 คนเนี่ย รวมกันเข้าก็มนุษย์เกิดจาก
ดิน น้ำ ลม ไฟ
แต่เริ่มแรกนั้นบอกว่า
มนุษย์เกิดจากน้ำและอยู่ได้ด้วยน้ำ ธาเลสเขาบอกอย่างนั้น คำนี้เป็นเป็นปรัชญาที่ลึกซึ้งนะครับ
มองในเชิงชีวภาพก็ได้ มองในเชิงของความคิดก็ได้ มนุษย์เกิดจากน้ำและอยู่ได้ด้วยน้ำ
น้ำนั้นไปอยู่ที่ไหน
ๆ จะมีรูปร่างเหมือนกับภาชนะที่ตัวบรรจุอยู่ ไปอยู่ในขวดก็รูปร่างเป็นขวด
อยู่ในแก้วก็รูปร่างเป็นแก้ว น้ำมีลักษณะของความสอดคล้องต้องกัน ใช้เป็นภาษาของทางสังคมวิทยาว่ามี
concencus ตัวนั้นน่ะครับ สอดคล้องต้องกัน
ต่างจากไฟซึ่งขัดแย้งกัน
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า conflic con เหมือนกันแต่ไฟมันเป็น conflic มันขัดแย้ง
แต่น้ำเป็น concencus สอดคล้องต้องกัน
คนที่มีธาตุน้ำคือคนที่ไม่อยากจะขัดคอใคร ฮะ ถือหลักว่า ...ขัดขัน ขัดเชี่ยน
ขัดขันเป็นมันสวย คนขัดคอคนคนเฮงซวย... (หัวเราะ) อะไรทำนองนั้นมั้ง เราก็ไม่ค่อยชอบขัดคอใคร
ถ้าใครที่มีใครที่มีธาตุน้ำอยู่ในตัวนะครับ
ใครที่มีธาตุไฟมักจะชอบขัด นั่นเป็นของธรรมดา แต่ขัดหรือไม่ขัดก็แล้วแต่
มันทำให้เจริญก็ใช้ได้ทั้งนั้นล่ะครับ เนี่ย นักปรัชญาของกรีกนะครับ
ธาเลส บอกว่ามนุษย์เกิดจากน้ำและอยู่ได้ด้วยน้ำ
คราวนี้มาดูสำนวนทางน้ำของเรา สำนวนเกี่ยวกับน้ำตั้งแต่เริ่ม เอ่อ.. โบราณจนถึงปัจจุบัน
หรือปัจจุบันไปโบราณก็แล้วแต่ บางครั้งเราได้ยินเพื่อนเขาพูดว่า เค้าเป็นคนนิยมกีฬาทางน้ำ
ฮะ เราก็คิดว่าเค้าคงจะชอบว่ายน้ำ ดำน้ำหรือเล่นโปโลน้ำ เปล่าเลยเค้าเป็นคนนิยมดื่มสุรา
แอลกอฮอล์ แต่บอกว่าตัวเป็นคนนิยมกีฬาทางน้ำ เนี่ยฟังดูพิลึกกึกกือเหมือนกันนะ
เป็นคำสนทนาในวงอาหาร คำแรกก็กีฬาทางน้ำ
คำว่านำใสใจจริง น้ำใสใจจริงเห็นจะแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ความมี concerity
นะ มีความจริงใจตัวนี้ เขาเป็นคนมีน้ำใสใจจริง คำนี้เป็นคำที่ส่อแววไปในทางที่ดีนะครับ
คำว่าน้ำใสใจจริง
คำว่าน้ำใจอีกคำนึง คำว่าน้ำใจ เป็นคำที่ให้ความหมายในทางที่ดี เขาเป็นคนมีน้ำใจ
เขาเป็นคนมีสปิริตอะไรทำนองนี้ วันนี้พูดภาษาอังกฤษมากไปซะแล้ว มีคำว่าน้ำใจนะครับ
เป็นคำที่ดี
แต่ขณะเดียวกันมีคำว่าคำว่าน้ำใจใคร่
ท่านคงเคยได้ยินนะฮะ น้ำใจใคร่ คำนี้เป็นชื่อพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสมุนไพร
ท่านที่สนใจต้นน้ำใจใคร่นี้ควรจะดูหนังสือชื่อ พืชหายาก พันธ์ไม้หายาก
ซึ่งสถาบันราชมงคลเค้าทำขึ้นนะครับของทั่วประเทศ เค้าทำขึ้นโดยมีต้นน้ำใจใคร่ด้วย
เค้าถ่ายภาพมามีทั้งดอก ทั้งลูก ทั้งใบ ลำต้น บอกสรรพคงสรรพคุณ ไอ้สรรพคงนั่นคงไม่บอกหรอก
บอกสรรพคุณไว้พร้อมเลยที่เดียวแหละเนี่ย น้ำใจ
น้ำมือ
คำว่าน้ำมือนี้ความหมายไปในทางไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ตายด้วยน้ำมือของคนนั้นคนนี้ยังงี้
ความหมายไม่สู้ดีนัก
คำแต่ละคำ แม้จะเอาน้ำมานำหน้าความหมายมันก็มีทั้ง ในทางดี ทางกลาง ๆ และก็ทางตกต่ำ
มีหลายคำ
น้ำคำ
น้ำคำ คำพูดเนี่ย คำนี้ความหมายดี น้ำคำความหมายทั่วไปจะหมายถึงการพูด
แล้วก็เป็นคำพูดที่เพราะจึงจะใช้คำว่าน้ำคำ น้ำคำหวาน น้ำคำหวานก็คำพูดเพราะคำพูดที่ฟังแล้วสบายอกสบายใจ
ฟังแล้ว ...อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย...
อย่างเงี้ย
แต่บางทีเค้าก็ไม่ให้คบกับคนพูดหวานมาก
ๆ นักนะ ในนิราศเมืองเพชรเขียนเอาไว้เลย ...เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น
ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล...
นั่นก็พวกที่กลัวคำหวาน แต่อย่างน้อยน่ะพูดหวานไว้ก็ดีล่ะครับ พูดภาษาดอกไม้ล่ะ
แต่ว่าในดอกไม้ก็มีน้ำหวานอยู่ คำว่าน้ำคำ
คำว่าน้ำหน้า น้ำหน้า น้ำหน้าเนี่ยไม่ใช่น้ำที่ออกทางหน้านะ น้ำหน้า สมน้ำหน้าแปลว่าสมแล้วที่น้ำตามันไหล
น้ำหน้า ก็คือน้ำที่ไหลออกจากตานั่นแหละ บางที่เราไม่เรียกว่า น้ำหน้า
เราเรียกว่าน้ำตา แต่ถ้าเวลาพูดประชดประชันจะใช้คำว่าสมน้ำหน้านะฮะ แต่ไม่ต้องต่อกะลาหัวเจาะอะไรทำนองนั้นนะ
สมน้ำหน้าแล้วที่น้ำตามันไหลออกมา
น้ำตา บางทีน้ำไหลจากตาเรียกว่าน้ำตา แต่หู เนี่ย ไม่มีน้ำไหลออกมานะ ยกเว้นเป็นน้ำหนวกมั้ง
แต่เราก็มีคำว่าน้ำหูน้ำตา โอ้โฮ! เธอเอ๊ย! มันเผ็ดจนฉันน้ำหูน้ำตาไหล
ไอ้คำว่าน้ำหูเนี่ย ก็เป็นคำที่ใส่เข้าไปอย่างนั้นแหละท่าน ให้มันคล้องจองกันให้เติมเข้าไป
น้ำหูเนี่ยไม่มีหรอก น้ำหูน้ำตา
น้ำร้อนปลาเป็น
น้ำเย็นปลาตาย นี่ก็เป็นคำพังเพย มันเกี่ยวกับคำพูดนะครับ อันนี้คำพูดการกระทำที่ดี
น้ำร้อนปลาเป็นน้ำเย็นปลาตาย ถ้าพูดดี ๆ เนี่ยรับรองเลยครับ บางคนเขาก็ทำให้เขาตายใจนะท่านนะ
พูดดี ๆ กับเขา แต่ไปพูดไม่ดีกับเขาเนี่ย เขาสู้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลย ปลาตายเพราะปลามันชอบตายน้ำเย็น
บางทีปลาตายน้ำตื้นท่านคงได้ยินนะฮะ เก่ง ๆ แท้ ๆ ไม่น่าไปเสียท่าเลย แหม
ร่ำเรียนอะไรมาตั้งเยอะเลย ไปเสียท่าเด็กเสิร์ฟเค้าหลอกเอาก็มี บางทีไม่น่าเป็นไปได้เลยนะนี่นะ
ปลาตายน้ำตื้นแท้ ๆ 
มีคำว่า
เป็นสำนวนอีกคำนึง คำว่าชักแม่น้ำทั้งห้า คำว่าชักแม่น้ำทั้งห้านั้น ถ้าจะพูดเป็นภาษาบ้านเราก็คือหว่านล้อม
พูดจาหว่านล้อมเขาเรียกชักแม่น้ำทั้งห้า ถ้าเป็นคนที่เรียนวรรณคดีมาหน่อยก็จะต้องบอกอีกแหละว่า
แม่น้ำทั้งห้าคืออะไรประกอบด้วย คงคา ยมุนา ลงไปนู่นไปจบที่สรภูมหิ อะไรนั่นล่ะครับว่าไปเถอะแต่จริง
ๆ แล้วชักแม่น้ำทั้งห้าก็คือการพูดจาหว่านล้อม ถ้าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ
ก็ใช้คำว่า introctinate นั่นเองน่ะฮะ พูดจาหว่านล้อมให้เขาเชื่อเรียกว่าชักชวนน่ะ
ชักชวนนะไม่ใช่ชวนไปชัก นี่ถ้าชวนไปชัก เดี๋ยวก็ชักกันตาตั้ง อุตลุดหมดเสียหายเลย
ชักชวนนะ introctinate น่ะ หว่านล้อมเรียกว่า ชักแม่น้ำทั้งห้า จะพูดให้เขาเชื่อก็ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า
พูดยังไงให้เขานับถือ ให้เค้าเชื่อที่ตัวพูดล่ะก็เป็นสำนวนน่ะฮะ
แล้วก็มีคำว่ากรวดน้ำ กรวด แปลว่า เท ภาษาเขมรเนี่ย กรวด แปลว่า เท กรวดน้ำก็เทน้ำ
กรวดน้ำเค้าก็ใช้เวลาที่พระท่านยถาสัพพีนะฮะ พอท่านเริ่มสวดว่า ยถาวารีวหา
เราก็เทน้ำลงไปนะครับ เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เค้าเรียกกรวดน้ำ
กรวดแปลว่าเทนะฮะ
คราวนี้บางทีมันมีสำนวนว่า
กรวดน้ำคว่ำขัน กรวดเสร็จคว่ำขันเลย อันนี้แปลว่าเลิกกันไปเลย ไม่คบหาสมาคมกันอีกแล้ว
ให้เรียกว่ากรวดน้ำคว่ำขัน ...กรวดน้ำคว่ำขัน รักกันชาติเดียว... ชาติหน้าอย่ามารักกันอีกเลย
ที่จริงมีชาติหน้าก็ไม่ต้องรักเท่าไหร่หรอก บางคนชอบพูด ถึงตายก็ยังรัก
ยังงี้ ไอ้คนที่อยู่ด้วยกลัวนะ ตายก็ยังรักเนี่ย มันกลับมาหาล่ะยุ่งเลย
ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเถอะ อะไรทำนองนี้ ไม่ต้องมาก็ได้หรอก นี่กรวดน้ำ
อีกคำนึงคำว่า หลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร นี่ก็เป็นสำนวนเลยนะ หลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร
นี้เค้าใช้ในพิธีมงคลสมรสนะครับ เอ่อ... มีการรดน้ำอวยพรเนี่ย มีคำว่าน้ำด้วยทั้งนั้น
รดน้ำอวยพรก็ใช้กันตอนสงกรานต์ด้วยก็มี หรือตอนวันคล้ายวันเกิดของผู้ใหญ่บางท่าน
เราก็ไปรดน้ำขอพรท่านนะ
ทางเหนือเรียกว่าดำหัวเนี่ย
ทางล้านนา เชียงใหม่ ลำพูนลำปางเรียกดำหัว ดำหัวก็คือเวลาที่เค้ามาหาเราเนี่ยเค้ามารดน้ำที่มือเรา
เราก็เอามือที่เค้ารดน้ำที่มีน้ำน่ะใส่หัวเรานะฮะ น้ำก็เปียกหัว จากนั้นก็ไอ้ที่เปียกที่ติดกับมือก็สลัด
เป็นการพรมให้ผู้ที่เข้ามารดน้ำ และก็อวยพรให้เขาไป เวลาสลัดก็พูดไป แล้วแต่อยากจะให้พรเค้าแบบไหน
ถ้ามองดูว่าเค้าอยากจะร่ำรวยก็ให้พรเค้าไปว่า นอนหลับก็ฮื้อได้เงินหมื่น
นอนตื่นก็ฮื้อได้เงินแสน จะอี้ก็ได้นะ! เปิ้นก็จะมักขนาด นั่นแหละ
ยังมีสาดน้ำ นอกจากรดน้ำอวยพร รดน้ำดำหัวแล้วยังมีสาดน้ำ สาดเนี่ยก็ใช้ระหว่างเพื่อนฝูง
เป็นการเล่นกันให้สนุก ก็ใช้เวลาสงกรานต์เท่านั้น เท่านั้นนะ ต้องทำตามเทศกาลตามนักขัตฤกษ์นะ
ไม่ใช่อยู่ ๆ จะสาดน้ำเล่นสาดหัวกันไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ก็ออกไปก็มาเล่นสงกรานต์กันมั้ย
ในช่วงวันอาทิตย์นี้ ไม่ได้นะต้องถึงเทศกาลเค้าจึงจะเล่นได้
ส่วนอีก อ่า ! สำนวนนึง อีกวลีนึง อย่างเช่น กรณีของที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงหลั่งทักษิโณทก ในตอนนั้นประกาศอิสรภาพนะครับ การหลั่งทักษิโณทกในครั้งนั้น
ที่ทรงหลั่งทักษิโณทก แปลว่า แผ่นดินอยุธยากับแผ่นดินของหงสาวดีขาดกันตั้งแต่บัดนั้นนะครับ
น้ำเนี่ยนำมาใช้ในพิธีกรรมได้หลายอย่าง
เมื่อกี่มีทั้งกรวดน้ำ มีทั้งหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ มีทั้งรดน้ำดำหัว และมีทั้งหลั่งทักษิโณทกนะฮะ
หลายอย่างนะท่านนะ ใช้แต่ละความหมายไม่เหมือนกันน่ะ
ในพิธีกรรมแม้แต่
รดน้ำศพ ท่านเห็นไหมฮะศพ รดน้ำเค้าจะเอามือยื่นออกมา มือขวานะ นอนหงาย
มือขวายื่นมา เขาก็ไปรดน้ำศพ เป็นการขอขมาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก่อนที่จะนำร่างไปฝัง
หรือไปเผา หรือไปเก็บตรงไหนก็แล้วแต่ เพราะเป็นการขอขมากัน หลายคนบอกว่าเพื่อเป็นอนุสสติ
ให้เห็นว่ายื่นมือออกมาให้ด ูเห็นมั้ยข้าพเจ้ามามือเปล่ากลับมือเปล่า ข้าพเจ้าไม่ได้เอาอะไรไปเลยดูสิ
เป็นการบอกอย่างนั้น ทำให้หลายคนสงสัยว่า ยื่นมาเฉพาะมือขวานี่แล้วมือซ้ายที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั่น
เอาอะไรไปมั้ย ถ้าสงสัยอย่างนี้ (หัวเราะ) ก็ไปเปิดดูก็คงจะได้เห็นมั้ง
ว่าคนที่เขาตายแล้วเนี่ย เขาเอาอะไรไป คงไม่มีอะไรไปหรอก มามือเปล่ากลับมือเปล่าทั้งนั้นแหละ
เมื่อรดน้ำศพจากนั้นมีการขอบคุณพระแม่คงคา
ขอบคุณน้ำเนี่ย thank you water ที่เคยพูดคราวที่แล้วเนี่ย นี่ก็จัดในพิธีลอยกระทง
ลอยกระทงเดือนสิบสองนะครับ เดือนกติกมาส กติกมาส ดาวกฤษติกาหรือดาวลูกไก่แจ่มใสมากตอนนั้น
เดือนสิบสอง เขามีการลอยกระทงเป็นการขอบคุณน้ำ ที่ได้เอื้อชีวิตมาโดยตลอดเลย
ผมจำได้ว่าท่านสาธารณสุข
จังหวัดพิษณุโลก เนี่ย ! ท่านจัดพิธีบวชแม่น้ำนะ บวชแม่น้ำน่าน เมื่อซัก
3-4 ปีมาแล้ว นายแพทย์บุญเลิศ ลิ้้มทองกุลนี่แหละครับ ท่านจัดการบวชแม่น้ำน่านน่ะนะ
จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อไม่ให้น้ำเน่า ไม่ให้มีมลภาวะในน้ำครับ แล้วให้คนเนี่ยกตัญญูต่อน้ำไม่ทิ้งสิ่งของขยะ
อะไรที่มันจะเป็นพิษลงในน้ำ แม่น้ำน่านก็จะกลายเป็นแม่น้ำดี ๆ ไม่เป็นน้ำเสีย
นั้นบวชเสียเป็นการนำพิธีกรรม เข้ามาช่วยให้แม่น้ำนั้นใสสะอาดอยู่ตลอด
เพราะแม่น้ำน่านนั้นใช้ดื่ม ใช้กิน ใช้หลายอย่างมาได้โดยตลอด ปัจจุบันน่ะไม่มีใครเอาไปดื่มหรอกครับ
ยกเว้นเอามาทำประปาอย่างเต็มที่แล้ว นี่ก็เสียดาย เดิมเป็นท่อน้ำดีดีแท้
ๆ เดี๋ยวนี้กลายเป็นท่อน้ำเสียไปซะแล้ว ท่อน้ำเน่าไปซะแล้วน่ะนะครับ การบวชแม่น่ำเนี่ยป้องกันน้ำเน่า
คำว่า น้ำเน่า คำนี้ก็มาเป็นสำนวนซะแล้ว พวกที่เรียนทางด้านวรรณกรรมปัจจุบันก็ชอบพูดถึงกันเสมอ
นวนิยายน้ำเน่า เอ่อ ละครน้ำเน่านี่ก็ใช้ เอ่อ ละครน้ำเน่านี่ก็ควรจะเป็นเรื่องที่ดูกัน
หมุนอยู่ตรงนั้นแหละ มันเป็นชีวิตภายในบ้านน่ะ ชีวิตภายในบ้านในเรือนมันไม่ค่อยออกไปข้างนอก
เห็นจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าเป็น domestic story อะไรทำนองนั้นน่ะครับ เรื่องดาวพระศุกร์
เรื่องดอกโศก อะไรก็พันกันในนั้น เรื่องนี้ก็เป็นที่ชอบของคนไทย เพราะเราก็ไม่ค่อยชอบออกนอกบ้านเท่าไหร่
ก็ดีอยู่แล้วแหละ อ่า.. นะ นวนิยายน้ำเน่า
แล้วก็มีคำว่าน้ำหอม ถ้าน้ำเน่าแล้วก็มีน้ำหอม น้ำหอม น้ำอบ คนก็ใช้พรมตามตัวนะฮะ
เพื่อให้มีกลิ่นหอม ฝรั่งเวลาเขาใช้น้ำหอม เขาไม่มาทำแบบเรานะ เขาไม่เอา
บางคนนี่เอาน้ำหอมแตะเสื้อผ้านี่แปลกมาก ฝรั่งเนี่ยเวลาเค้าใส่น้ำหอม เขาจะเอาไปแตะที่ชีพจร
มันออกมาเต้นน่ะ แตะไปตรงนั้นนิดเดียวแค่นั้นน่ะ มันจะหอมไปทั่วตัว มันคงเดินตามเส้นเลือดไป
อะไรทำนองนั้นกระมัง นั่นก็เป็นน้ำหอม
น้ำหอม
ถ้าพูดน้ำหอมเฉย ๆ ก็หมายถึงว่าน้ำอบเนี่ย พวกบรรดาโอดิโคโลญจ์ พวกน้ำหอมมาดามโรช่าอะไรทำนองนี้มั้ง
แต่ถ้ามีคำประกอบข้างหน้าเป็น มะพร้าวน้ำหอมอันนี้ไปอีกอย่างนึงนะ มะพร้าวน้ำหอมนี่คือ
น้ำของมะพร้าวนี่มันหอม เวลาผ่าออกมาแล้ว ยิ่งแช่ไว้หน่อยเนี่ย ทั้งหอมทั้งเย็นสบายอกสบายใจ
อ่า ... นี่น้ำหอม น้ำอบ
น้ำนม
เอ่อ... น้ำนมเนี่ยในสมัยก่อนนะ หรือเดี๋ยวนี้จะใช้หรือเปล่าไม่ได้ถามเขาดู
เขาบอกในอินเดียเนี่ย พวกที่เขาถือวรรณะมากเลย พวกฮินดูเนี่ยนะครับ เขามีวรรณะพราหมณ์
วรรณะกษัตริย์ วรรณะแพศย์ วรรณะศูทร
พราหมณ์ก็พวกครูผู้สอน
กษัตริย์ก็พวกนักรบแพศย์ก็พวกพ่อค้าวานิชย์ พวกศูทรนี่ก็พวกกรรมกร แล้วก็ยังมีพวกจัณฑาล
จัณฑาลนี่ถ้าเข้าไปบ้านไหนล่ะยุ่งเลย ไปนั่งอยู่ตรงบ้านเขา เวลาจัณฑาลออกไปแล้ว
เขาต้องเอาน้ำนมราดบ้านนะ ป้องกันเสนียดจัญไรเอาน้ำนมสดเนี่ย น้ำนมวัวเนี่ย
เพราะวัวเป็นสัตว์มีมงคล นี่วัวนี่เป็นสัตว์พาหนะทรงของพระศิวะ อันนั้นเป็นโคนนทิหรือโคศุภราชเนี่ย
ฉะนั้นถ้าจัณฑาลไปนั่งตรงไหนในบ้านเขาก็ต้องเอาน้ำราดเลย
เคยมีเรื่องจัณฑาลบางคนมันไปขอลูกสาวเขา เขาไม่ให้มันไปนั่งรออยู่หน้าบ้านเลย
ต้องยกให้มันน่ะ ไม่งั้นมันไม่ไปบ้านเราก็จะเป็นเสนียดจัญไร เสียลูกสาวไปยังดีกว่างั้นมั้ง
นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เอาน้ำนมล้างบ้าน เนี่ยล้างตรงที่ ๆ จัณฑาลเขานั่ง
หรือมันนอนตรงนั้นน่ะ
น้ำนมเนี่ยสำคัญนะน้ำนม
ค่าน้ำนมนี่ก็เป็นเรื่องของความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อมารดาจะทำอะไรขนาดไหน
ยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ทดแทนกับค่าน้ำนมที่ดื่มจากแม่ไม่ได้นะฮะ คนดื่มน้ำนม
น้ำนมแม่ จิตใจก็เป็นคนพวกนั้นว่า งั้นถ้าไปดื่มน้ำนมอย่างอื่นจิตใจก็เป็นอย่างอื่นไปด้วย
(หัวเราะ!) ถ้าจะพูดอย่างนี้ก็ลำบาก เพราะปกติเราดื่มนมวัวกันเยอะนะเดี๋ยวนี้นะท่านนะ
นอกจากน้ำนมก็จะมีน้ำนมแมว
น้ำนมแมวนี่ไม่ใช่น้ำนม แต่เป็นน้ำที่มีกลิ่นหอม ใช้ใส่ในลอดช่องสิงค์โปร์
นี่น้ำนมแมวนะท่าน นมอย่างอื่นก็ไม่หอม
ได้เคยพูดในรายการนี้ไว้ครั้งหนึ่ง
ถึง น.ม.ส. ท่านเขียนถึงดอกนมแมว ท่านเขียนว่า ...นมแมวไฉนนั่น ก้อนละถันวิฬาร์ไฉน
หมื่นแสน ณ แดนไตร อุระหอมบ่ห่อนจะมี... เรื่องนี้ปรากฎในพระนนท์คำฉันท์นะท่านนะ
|  
นมแมว |
อันนี้ว่าน้ำนมแมวหรอก
เป็นน้ำหอมใส่ในลอดช่องสิงค์โปร์ เด็กรุ่นใหม่บางคนก็ไม่เคยกินนะลอดช่องสิงค์โปร์เนี่ย
มีน้ำนม น้ำมะพร้าว มะพร้าวน้ำหอม
น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพอันนี้ต้องใช้มะพร้าวห้าวนะท่าน มะพร้าวห้าว คือมะพร้าวที่แก่
ที่เขาปอกเรียบร้อยแล้วเห็นกะลาแล้ว พอเวลาเขาจะเผาศพเขาก็ต่อยขึ้นมา ต่อยโป้งให้แตก
ไม่ถึงดังโป้งหรอก ดังยังไงก็แล้วแต่เถอะ แต่มะพร้าวก็แยกออก แล้วน้ำก็ไหลออกมานะท่านนะ
ใช้ล้างหน้าศพถือว่าเป็นน้ำที่บริสุทธิ์มาก ใช้ล้างหน้าศพได้เพราะเป็นประเพณีนิยม
ถามว่าทำไมไม่ใช้น้ำอย่างอื่น
ก็น้ำจากผลไม้อย่างอื่นมันหายากนี่ท่าน มันจะมีแต่น้ำมะพร้าวนั่นแหละ ไม่ใช่ไปเที่ยวเอาเครือน้ำ
มาตัดให้น้ำไหลล้างหน้าศพมันก็หายากซะด้วย ใช้น้ำมะพร้าวมันหาได้ง่าย อะไรหาได้ง่ายไม่ยาก
สิ่งนั้นก็พอจะอยู่ในพิธีได้ หรือไม่ก็เป็นของที่หายากมาก ๆ ถ้าพิธีกรรมนั้นเป็นพิธีที่เร้นลับซะหน่อย
น้ำมะพร้าวนะครับ
จากนั้นก็เป็นน้ำเหล้าต่าง
ๆ น้ำแชมเปญ (หัวเราะ) แชมเปญเนี่ยเขาจะเปิดในเวลาฉลองสิ่งใหม่ เช่นฉลองเรือที่จะออกไปใหม่
เขาจะมีการเปิดแชมเปญ บางทีก็ไม่เปิดธรรมดา เอาขวดทุบที่หัวเรือเลยท่าน
ให้แชมเปญมันไหลลงไป เนี่ยเป็นการฉลองเรือลำใหม่ อย่างอื่นเขาก็เปิดแชมเปญธรรมดาไม่ได้
ไปทุบไปเล่นแบบนั้น
น้ำมนต์
อันนี้มันมีทั้งน้ำมนต์ที่ทำจากด้านของฮินดู ที่ทำจากด้านของพุทธบ้างนะครับ
รดน้ำมนต์นี่ พระท่านประพรมน้ำมนต์ให้ รดน้ำมนต์ น้ำมนต์ก็จะประกอบด้วยน้ำมีดอกเทียน
มีส้มป่อย มีใบเงินใบทองอยู่ในนั้น
เวลาจะทำน้ำมนต์เนี่ย
เขาก็จะทำในตอนที่พระเจริญพระพุทธมนต์ ในบทมงคลสูตรนะฮะ พอท่านจะเริ่มสวดว่า
อเสวนา จ พาลานังเนี่ย เราก็ พระท่านจะหยดเทียนลงไปในน้ำมนต์ ก็ทำกันตรงนั้นพอดีแหละ
พอรดลงไป บางคนก็ ถ้ารดน้ำมนต์แล้วมันไม่มีดอกเทียน มันไม่มีใบ อ่ะ.. ส้มป่อย
ไม่มีใบเงินใบทองน่ะมันรู้สึกคล้าย ๆ มันไม่ใช่น้ำมนต์น่ะ เขาว่าอย่างนั้น
มันเป็นของธรรมดาก็แล้วแต่จะคิดเอาเถอะครับ
ก็ดูตอนหลวงพ่อคูณท่านรดน้ำมนต์สิ
เห็นมั้ยมีคนไปในงานวันคล้ายวันเกิดของท่านน่ะ ไปอะไรล่ะไปกราบท่านตั้ง
30,000 กว่าคน ท่านจะมารดธรรมดาก็ไม่ได้ ท่านก็ฉีดใส่รถดับเพลิงนะ น่ะใส่แล้วก็ฉีดออกมา
ทุกคนก็รับน้ำมนต์ของหลวงพ่อคูณโดยทั่วกัน ก็เป็นศิริมงคล อันขึ้นอยู่กับใจนะท่านนะ
น้ำมนต์เขาใช้ไล่ผีก็ได้
ผีนี่ก็แปลกนะกลัวน้ำมนต์ บางทีกลัวข้าวสาร เอาข้าวสารซัดผีมันก็กลัว ในเรื่องขุนช้างขุนแผนเอาข้าวสารซัดถูกผี
ผีเจ็บยังกะถูกเอาก้อนกรวดร้อน ๆ ซัดเข้าไปอย่างนั้นล่ะ ส่วนรดด้วยน้ำมนต์นี่ผีก็กลัวนะท่านนะ
เอาน้ำมนต์เทใส่ ถ้าผีกำลังเข้าคนอยู่ ผีก็ออกไป เขาก็จะ ้คนที่นั่ง เขาก็จะสั่นด้วยความหนาวเย็น
นี่ก็เป็นอิทธิฤทธิ์ของน้ำมนต์นะท่าน
บางทีถ้าทำน้ำมนต์ไม่ดีก็ไม่มีคนเชื่อนะ พระบางรูปทำแล้วไม่มีคนเชื่อ เราจึงมีสำนวนว่า
ทำแล้วไม่เชื่อน้ำมนต์ อย่ามาพูดซะให้ยาก ฉันไม่เชื่อน้ำมนต์เธอหรอก พระพูดเปรียบเทียบไปถึงว่า
เราเนี่ยทำอะไรไม่เป็นแก่นสารสาระ เขาเลยไม่เชื่อ ไม่เชื่อน้ำมนต์นี่นะฮะ
น้ำมนต์
น้ำมัน
เคยมีเรื่องมาแล้ว เรื่องจะเอาไปทาลูกระเบิดอะไรทำนองนั้นน่ะ นี่ก็น้ำมันธรรมดา
น้ำมันมันเป็นเหตุให้เกิดสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก เนี่ยหลายคนบอกสาเหตุใหญ่จริง
ๆ ก็คือน้ำมัน แล้วก็ทำให้ทั่วโลกปั่นป่วนก็ด้วยน้ำมันเนี่ย ราคาขึ้น ๆ
ลง ๆ อะไรเอ่ยขึ้น ๆ ลง ๆ รวดเร็วกว่าน้ำขึ้นน้ำลง คำตอบคือ ราคาน้ำมัน
ขึ้น ๆ ลง ๆ
น้ำมัน
บางคนพูดว่าน้ำมูกน้ำมัน ฟังดูมันไม่เห็นเกี่ยวกันเท่าไหร่เลย น้ำมูกมันออกมาจากจมูก
มันออกมาจากจมูกจึงเร็วกว่า น้ำมูก คำว่าจมูกเนี่ยภาษาเขมรใช้ว่า จรโมะ
นะฮะ น้ำที่ไหลออกมาจากจมูกจึงเรียกว่าน้ำมูกนะฮะ จรโมะ ภาษาลาวใช้คำว่า
ดัง ดังแปลว่าจมูก ภาษาไทยเป็นดั้ง ดั้งจมูก คำเนี้ย น้ำมูก น้ำมัน
น้ำลายน้ำลายลายก็บอกอยู่แล้วละลาย
น้ำลายก็คือน้ำที่ใช้ละลายอาหารนะฮะ มันละลายอาหารแข็ง การละลายอาหารแข็งให้อ่อน
แล้วกลายเป็นน้ำเนี่ย ละลายจนกลายเป็นน้ำเนี่ย เราเรียกว่าการย่อยอาหาร
เพราะฉะนั้นน้ำลายเนี่ย บางคนเรียกว่าน้ำย่อยก็มี เช่น กินอะไรเรียกน้ำย่อยซะหน่อย
ไอ้ที่กินเรียกน้ำย่อยนั้นถ้าเป็นฝรั่งเขากินไวน์
เพราะไวน์มันมีรสเปรี้ยวนะท่านนะ ปรัชญาของไวน์ก็คือมีรสเปรี้ยวท่าน ถ้าไม่เปรี้ยวมันก็ไม่เชิงจะเป็นไวน์หรอก
ของเราตอนนี้มีไวน์กระชายดำ มันไม่เปรี้ยวนะท่านนะ ก็เป็นไวน์แบบไทยน่ะ
เข้าท่าดี ก็จะเป็นไวน์ประจำชาติซะด้วย
ดื่มไวน์เข้าไปจะทำให้เกิดอยากอาหาร เพราะมันเรียกน้ำย่อย ที่มาเลเซียเนี่ย
ผมเคยไปที่ร้านที่เขาขายเป็ดย่างนะท่านนะ พอเข้าไปนั่งที่โต๊ะยังไม่ทันสั่งเป็ดหรอก
เขาจะเอาถ้วยเล็ก ๆ มาให้เราถ้วยนึง ในถ้วยนั้นจะมีมะม่วงดองชิ้นเท่านิ้วก้อยวางอยู่
1 ชิ้น เราเอามากิน พอกินเสร็จมันจะเรียกน้ำย่อยออกมาทันทีเลยครับ เราจะสั่งเป็ดเป็นตัวเลยท่าน
โห...
แกมีวิธีขายอาหารดีนะ เอาของเปรี้ยว ๆ มาให้กิน มันจะทำให้หิวนะท่านของเปรี้ยวเนี่ย
เพราะอะไร ? เพราะว่าจะเกิด เขาเรียกน้ำลายสอไง น้ำลาย น้ำลายสอออกมา สอแปลว่าออกมารวมกันอยู่น่ะ
เนี่ยน้ำ น้ำลายใช้ละลายอาหารแข็ง จึงเรียกว่าน้ำย่อยก็ได้นะ คำว่าน้ำลาย
น้ำไหลเชี่ยวอีกคำนึง
น้ำไหลเชี่ยวนี่ถ้าเปิดพจนานุกรมเนี่ยคงจะมาก คำว่าน้ำเนี่ยไม่ต้องเปิดนะนั่งนึก
ๆ เอา นี่ก็เยอะแยะ น้ำไหลเชี่ยวเขาเปรียบเทียบกับทรัพย์ของคนตระหนี่นะ
คนที่ตระหนี่ถี่เหนียวจัดมากเลยเนี่ย อย่างนี้เขาเรียกว่าคนที่ตระหนี่นั้น
มีทรัพย์เหมือนน้ำไหลเชี่ยวไม่เกิดประโยชน์กับใครเลย มีไปก็มีไปอย่างนั้นเพราะไม่มีการบริจาค
ไม่มีการแบ่งปัน ไม่มีการให้ ทรัพย์ของคนตระหนี่ เปรียบดังน้ำไหลเชี่ยวนี่นะฮะ
ส่วนศัพท์อีกคำหนึ่งก็คือน้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ ไม่ใช่ศัพท์ประทานโทษ เป็นสำนวน
น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ อันนี้อีกอย่างนึงนะ หมายความว่าถ้า เขา เขากำลังมีอารมณ์ไม่สู้จะดีนัก
แล้วพูดอะไรออกมา จะทำอะไรบางอย่าง อย่าไปขวาง ถ้าขวางจะเกิดเรื่องกันขึ้น
เนี่ย น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ คนกำลังมีอารมณ์โกรธ ๆ มาก ๆ เนี่ย อย่าไปทำอะไรท่าน
เฉย ๆ ซะนะฮะ วางเฉยเดี๋ยวก็หายโกรธเอง แต่ถ้าไปต่อล้อต่อเถียงจะมีเรื่องยุ่ง
น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
น้ำวน น้ำวน น้ำวนนี่มันเกิดจากการไหลของน้ำ แล้วมันมีช่องอยู่ข้างล่าง
มันจะไหล แล้วบางทีมันจะดูดลงไปด้วยนะฮะ แม่น้ำที่ไหนที่มีน้ำวนเนี่ย บริเวณนั้นคนตกลงไปแล้วตายนะท่านนะ
มันวนดูดลงไปข้างล่าง
แล้วสมัยก่อนเนี่ยตรงไหนมีน้ำวนจะมีจระเข้กบดานอยู่
กบดานแปลว่าไปรออยู่ข้างล่าง พอสัตว์ที่หมุนถูกน้ำหมุนลงไปปั๊บ มันก็คาบปุ๊บเอาไปได้เลย
ไม่ต้องเสียเวลาหาอาหารให้เสียพลังงานของจระเข้ รออยู่ตรงนั้นน้ำก็พัดเอาคนหรือสัตว์ลงไปน่ะฮะ
น้ำวน
น้ำนิ่งไหลลึกนี่เป็นสำนวนเปรียบเทียบ น้ำนิ่งไหลลึก คนเฉย ๆ ขรึม ๆ แต่คิดอะไรลึกซึ้งเนี่ย
เขาเรียกน้ำนิ่งไหลลึกนะท่านนะ ไม่กะเปิ๊บกะป๊าบว่างั้นเถอะ แต่ท่าทางเอาเรื่องทีเดียวแหละ
น้ำนิ่งไหลลึก เป็นคนคิดลึกล้ำแต่ไม่ค่อยแสดงออก
น้ำลึกหยั่งได้เนี่ยอันนี้ แต่น้ำใจหยั่งยาก น้ำลึกนี่เราหยั่งลงไปได้
แต่น้ำใจคนเนี่ยไม่รู้ว่าจะหยั่งยังไง นี้ก็เคยมี ผมจำชื่อไม่ได้นะ ท่านเป็นอาจารย์อยู่ราชภัฏนะ
ดูจะอยู่พิบูลสงครามเนี่ย ท่านเขียน ท่านเขียนโคลงเลียนแบบโคลงโลกนิติ
อาจารย์ประดิษฐ์หรือเปล่าไม่แน่ใจ
ประดิษฐ์ กลัดประเสริฐ ล่ะมั้ง ผมเคยเห็นวรรณกรรมที่ท่านเขียน ท่านเขียนว่า
...มหาสมุทรสุดลึกล้นคณนา สายดิ่งทิ้งทอดมาหยั่งได้ เขาหลวงอาจวัดวากำหนด...
อันนี้เหมือนกับที่เขาเขียนโบราณทั้งนั้น แต่บาทที่ 4 ไม่เหมือน ...มนุษย์นี้ไซร้
หยั่งได้ด้วยหลาวทองเหลือง...(หัวเราะ) เออ ฟังดูก็แปลกนะ จิตมนุษย์นี้หยั่งยาก
ถ้าหยั่งน้ำลึกเราพอหยั่งได้ เขาเรียกน้ำลึกหยั่งได้
อีกคำนึงคำว่าน้ำตาลใกล้มด
น้ำตาลใกล้มด โห... อันนี้สุนทราภรณ์นำมาทำเป็นเพลงนะครับ โดยใช้ทำนอง
เพลงเขมรเขียว ประกอบเข้าไป น้ำตาลใกล้มดใครอดงดได้ เพลงนี้แหละครับน้ำตาลใกล้มด
ของบางอย่างไม่ควรเอาไว้ใกล้กัน เอาไว้ใกล้กันจะเกิดปัญหา น้ำตาลใกล้มดหรือปลาย่างใกล้แมวทำนองนี้
เกิดปัญหาทั้งนั้นแหละ ท่านว่าน้ำตาลเนี่ย
คำว่าน้ำตาล น้ำตาลเมา เออ อันนี้กินเข้าไปแล้วก็เมา เมานี้เมาแล้วสนุกนะน้ำตาลเมาเนี่ย
เอาน้ำตาลโตนดเนี่ย มาทำด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้เป็นน้ำตาลเมา
บางทีก็มีคำว่าน้ำขาว
น้ำขาวเนี่ยก็เป็นของมึนเมาชนิดหนึ่ง ทำจาก เอ่อ ข้าวเหนียว น้ำขาวนะฮะ
มีบ้านชื่อบ้านน้ำขาว บ้านน้ำขาวไม่ได้แปลว่าบ้านที่มีการทำของมึนเมา ไม่ใช่หรอกท่าน
แต่น้ำมันมีสีขาว ๆ แสดงว่าดินมันคงจะขาว แล้วละลายออกมา เรียกว่าบ้านน้ำขาว
อืม ชื่อบ้านเนี่ย บ้านน้ำขาว บ้านน้ำรอด
บ้านน้ำรุม บ้านน้ำฤทธิ์ มีหลายอย่างเลย น้ำปิง น้ำวัง น้ำแม่ทา คำว่าน้ำปิง
น้ำวัง เป็นชื่อแม่น้ำนะท่าน แทนที่จะเรียกแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำทา
เขาเรียกน้ำแม่ปิง น้ำแม่วัง น้ำแม่ทา นี้เรียกกลับกัน โดยภาษาล้านนาเขาจะเป็นอย่างนั้น
นี่พูดถึงน้ำตาลหรอก
น้ำตาลเมา น้ำตาลปึก ท่านคงจะเคยเห็นน้ำตาลปึก ก็เป็นน้ำตาลที่ทำจากต้นตาล
หรือจากมะพร้าวก็แล้วแต่ นำมาเคี่ยวจนกระทั่งแข็งนะครับเป็นน้ำตาลปึก ถ้าทำจากน้ำอ้อยก็เรียกว่าน้ำอ้อย
ทำเป็นวงๆ เขาเรียกงบน้ำอ้อยเนี่ยท่าน ตอนหลังงบน้ำอ้อยก็มาเป็นชื่อพระเครื่องตระกูลหนึ่งเหมือนกันน่ะ
เรียกว่าพระเครื่องแบบงบน้ำอ้อย น้ำตาลของหวานทั้งนั้น
ถ้ามีน้ำตาลน่ะต้องมีน้ำปลา น้ำปลาน่ะก็ทำจากปลา เอาปลามาแล้วก็หมักเกลือไว้
ผึ่งแดดไว้ก็จะกลายเป็นน้ำปลา แต่น้ำปลาปัจจุบันบางอย่างไม่ได้ทำจากน้ำปลา
แต่จะทำจากหนังของพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเนี่ย พวกวัว ควาย เนี่ยก็แล้วแต่
บางคนบอกเขาเอาหอยทากไปทำน้ำปลาก็มี ก็อันนี้ผมก็ไม่ค่อยทราบ แต่เท่าที่ทราบนะของพิษณุโลก
เขามีน้ำปลาปลาสร้อยแถวบางระกำเนี่ย เป็นน้ำปลาที่จัดว่ารสดีทีเดียว น้ำปลาทำจากปลาสร้อยนะท่านนะ
ถ้ามีน้ำตาลก็รสหวาน
น้ำปลาก็รสเค็ม แล้วก็มีน้ำส้ม น้ำส้มสายชู อ่า เติมด้วยน้ำส้มสายชูนี่จะรสเปรี้ยว
ก็เป็นอยู่ในตระกูลของพวกกรดน้ำส้ม พวกอะซิติกแอสิคนั่นแหละครับ น้ำมะนาว
น้ำมะนาวหรือเลมอนเนส ตอนหลังเรียกว่าน้ำมะเนส น้ำมะเนสก็คือ น้ำมะนาว
(หัวเราะ) เลมอนเนสตัวเดียวกันนั่นล่ะครับ
น้ำมะนาวเนี่ยเขาถือว่าดื่มแล้วดี
คนเขามีข้อค้นคว้าเหมือนกันนะ ว่าคนฉลาดเนี่ยชอบกินของเปรี้ยว อันนี้คนที่พูดให้ผมฟังน่ะ
ท่านสอนอยู่ที่จุฬาฯน่ะนะ ก็ขออนุญาตไม่อ้างชื่อท่านหรอก เพราะว่าท่านน่ะเป็นคนที่กินเปรี้ยวทีเดียว
ท่านนั้นก็เลยบอกว่าคนฉลาดจะชอบกินของเปรี้ยว พวกน้ำส้ม น้ำมะนาวเนี่ย
ที่จริงพวกนี้มันมีวิตามิน C สูง กินเข้าไปแล้วก็จะทำให้มีความต้านทาน
ไม่ค่อยจะเป็นหวัด รวมถึงน้ำผลไม้หลายชนิดนะครับ ก็นำผลไม้นี้มาคั้นทำเป็นน้ำผลไม้
เขาเรียกว่าน้ำผลไม้
น้ำผลไม้นี่ไม่ใช่เราเพิ่งทำกันหรอกท่าน
ในสมัยพุทธกาลนั้น น้ำที่ทำมาจากพืชนั้นกำหนดเอาไว้ ชื่อน้ำอัฐบาลท่าน
อัฐะก็แปลว่า 8 อัฐปาณะ น้ำทั้ง 8 ประการที่พระภิกษุเนี่ยฉัน
พระพุทธเจ้าก็กำหนด กำหนดไว้ให้ฉันได้ น้ำอัฐบาลก็มีอยู่ 8 ชนิดเนี่ย โจจบาล
โมจบาล มทุจบาล อะไรก็ว่ากันไปเถอะ เขามีคำแปลนะท่านนะ มทุกบาลเนี่ยคือน้ำลูกมะซาง
ท่านคงรู้จักมะซางนะ มะซางเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่นะท่านนะ ลูกมันเอามาทำน้ำผลไม้ได้
ปรากฏในพระคัมภีร์พระพุทธศาสนา
น่าทำนะน้ำมะซางเนี่ยฮะ
ปัจจุบันมีแต่น้ำกระเจี๊ยบมั่ง เอ่อ น้ำแครอทมั่ง น่าจะทำน้ำมะซาง ถ้าท่านไม่เคยเห็นต้นมะซางก็ดูหนังสือชื่อ
พันธุ์ไม้หายาก ของสถาบันราชมงคลเขาจัดทำขึ้น ปกแข็ง เล่มใหญ่เลยท่าน มีต้นมะซางเอาไว้ให้ดู
แล้วเราควรไปเก็บเอาลูกมะซาง มาทำน้ำมะซางตามแบบอย่างของพระพุทธศาสนานะท่านนะ
เขาเรียกมทุกบาล
แล้วยังมีน้ำเหง้าอุบล น้ำเหง้าอุบลคือน้ำรากบัวท่าน รากบัวหลวงเนี่ย เขาเอามาบีบมาคั้น
แล้วก็ได้น้ำออกมาเรียกว่าน้ำเหง้าอุบล ถ้ากินเข้าไปก็จะมีรสเย็นสุขุม
แก้ร้อนใน เฮ้อ ผมก็ยังไม่เคยกินเลย น้ำเหง้าอุบลเนี่ย พูด ๆ แล้วก็อยากจะกินนะ
เหง้าก็แปลว่ารากนะ น้ำเหง้าอุบลก็น้ำรากบัวเนี่ย เราเคยกินแต่รากบัวเชื่อมนะท่าน
ทางบางระกำเนี่ยน้ำท่วมมาก เขาทำนาไม่ค่อยได้ผล
เขาเลยปลูกบัวแทนเลย เป็น มีอะไรล่ะ ปลูกบัวแล้วก็เอาทั้งดอกบัว ใบบัว
เหง้าบัวมาขาย ญี่ปุ่นเขาเคยรับซื้อเอาไปนะท่าน ซื้อจากชุมแสงไปเยอะเลย
ลูกศิษย์ผมที่ชุมแสงโทรมาถามที่ทับกฤชเนี่ย ถามว่าเขาซื้อไปทำไมอาจารย์
บอกไม่ทราบอ่ะ ไปถามญี่ปุ่นเขาดูสิ เขาซื้อไปทำไมกิโลละ 9 บาท
ใบบัว
อย่าลืมว่าใบบัวนี่ห่อข้าวเนี่ย ข้าวไม่ ไม่ ไม่ค่อยจะบูดนะท่านนะ ห่อข้าวไว้ตั้งแต่ตี
4 ถึง 2 ทุ่มแล้วยังกินได้เลย ปัจจุบันข้าวใส่ถุงพลาสติกประมาณ 6 โมงเช้า
บ่าย 3 บูดแล้ว งั้นถ้าเราหันกลับมาใช้ใบบัวจะดีนะ
นี่พูดถึงน้ำอัฐบาลแล้วก็ออกไปน้ำเหง้าอุบล
แล้วออกไปใบอุบลไปนู่น มีน้ำแครอท มีน้ำมะเขือเทศนี่เขาวิจัยกันแล้ว น้ำ
2 ชนิดนี้นะครับ ไม่ใช่น้ำหรอก ตัวแครอทนี่ก็ได้ ตัวมะเขือเทศ มะเขือส้มเนี่ย
มะเขือเปรี้ยวเล็ก ๆ เนี่ย พวกนี้นั้นชะลอความหนุ่มความสาวไว้ได้นะฮะ ทำให้เป็็นหนุ่มเป็นสาวเสมอ
มิน่าล่ะผมเห็นฝรั่งเนี่ยเขาชอบกินน้ำมะเขือเทศ
เขาชอบกินซอสมะเขือเทศ แต่หลายคนบอกว่าซอสมะเขือเทศเมืองไทยเนี่ย เขาทำจากต้นมะละกอนะอาจารย์
เขาเอาต้นมะละกอเนี่ยไปทำ อาจารย์อย่านึกว่าเขาทำจากมะเขือเทศเชียวล่ะ
เราก็กินลูกมะเขือเปรี้ยวบ้านเราก็ได้ มะเขือส้มเล็ก ๆ ลูกเท่าหัวนิ้วมือนั่นแหละ
นั่นกินแล้วก็ไม่แก่นะท่าน ทำให้หนุ่มสาวอยู่ตลอด น่าจะเป็นความจริงนะ
สมัยเป็นเด็กมีคนบอกผมว่าถ้ากินมะเขือเทศผิวจะสวยครับ นี่เราก็เลยจะกินกันโดยทั่วกันล่ะคราวนี้
เอาใส่ในส้มตำก็ได้มะเขือเทศ
มะเขือส้มเนี่ย มะเขือเทศใส่ลงไปก็แทนรสเปรี้ยวของมะนาวได้ด้วย
ใส่ในส้มตำ ถ้าเป็นส้มตำปลาร้า ก็จะยิ่งเข้ากันได้ดีนะท่านนะ กินเข้าไปแล้วจะไม่แก่
ผิวก็จะงามทีเดียว นี่ก็เป็นน้ำแครอท น้ำมะเขือเทศนะ
ยังมีคำว่าน้ำยา ตัวนี้น้ำยา ถ้าใช้ในวิชาเคมีก็มีความหมายหนึ่ง เป็น solution
นะท่านนะ แต่ถ้ามาใช้ในตลาดน่ะ มันหมายถึงสิ่งที่กินกับขนมจีน เขาเรียกขนมจีนน้ำยานะ
บางคนไปแปลเป็นอะไรไม่รู้เนี่ย Chinese cake with water medicine ว่าเข้าไปนั่น
(หัวเราะ)
น้ำยาเนี่ยน้ำยาปลาส่วนมากที่นิยมทำกัน ปลาที่นิยมเอามาทำน้ำยา แล้วก็มีชื่อเสียงมากที่สุดเลย
ก็คือปลากาท่าน ปลากา ปลากาเนี่ยก็ตัวสีดำ ก้างเยอะนะ เขาเอามาทำน้ำยา
จะได้น้ำยาที่อร่อยที่สุด แต่ถ้าไม่มีปลากาเขาก็ให้ใช้ปลาตะโกก อยู่ในตระกูลใกล้เคียงกันก็จะอร่อย
ตอนหลังไม่มีจริง ๆ ก็น้ำยาปลาช่อนนี่แหละ ก็ใช้ได้ล่ะครับ แต่ถ้าเป็นน้ำยาปลากา
น้ำยาปลาตะโกกเนี่ย เขาจัดเป็นขนมจีนขั้นมาตรฐานนะท่านนะ
เอาใส่ลงไปน่ะแล้วก็ตามด้วยใบแมงลักเนี่ย ยอดแมงลักเข้าไป บางคนยังมี เอ่อ
ผักกาดดองหั่นฝอยเข้าไปอีกด้วย ก็ใช้้ได้ทีเดียวแหละครับ มันก็อร่อยกันไปอีกอย่างนึง
มีพริก พริกคั่วนะ พริกแห้งเนี่ยคั่วน้ำมัน แล้วก็ใส่ลงไป เวลาที่กินขนมจีนน้ำยาเนี่ยก็จะมีรสดี
บางคนใช้ถั่วงอกลงไปด้วย เพื่อลดความเผ็ดลง นี่เขาใช้กับน้ำยานะ
ถ้าใช้กับน้ำพริกเนี่ยเขามีหัวปลีหั่นเข้าไปอีกครับ
น้ำพริกที่กินกับขนมจีนนะ ผมไม่ได้หมายถึงน้ำพริกที่เอามาจิ้มกัน ถ้าน้ำพริกที่เอามาจิ้มน่ะ
เขาก็ อืม ก็ ก็ ใช้ผักนานาชนิด ก็ว่ากันไปเถอะจะจิ้มด้วยอะไรก็ เขาใช้จิ้มนะท่านนะ
 
ดาหลา |
คนโบราณนี่ฉลาด
เวลาจะกินอาหารให้ได้รสเนี่ย เขาเอาผักเนี่ย ติ๊งต่างเป็นผักตำลึงต้มอย่างเงี้ย
ยอดตำลึงต้มเนี่ยอะไรล่ะฮะ จับ ๆ ๆ ๆ ให้มันเป็นก้อนกลม ๆ หน่อย แล้วก็เอาจิ้มลงไปในถ้วยน้ำพริก
แล้วก็เอาขึ้นมากิน อันนี้ล่ะท่าน จิ้มจะทำให้ได้รสพอดี ไม่เผ็ด ไม่เค็ม
ไม่เปรี้ยว แต่ถ้าตักนะ หมายถึงเอาผักวางลงในจานนะ แล้วเอาช้อนน่ะตักน้ำพริกมาใส่
อย่างนี้เขาเรียกว่าน้ำตักมากกว่า ก็จะไม่ได้รสดีเท่าที่ควร เพราะเราจะกะขนาดไม่ถูกว่าเราควรจะตักมาเท่าไร
ถ้าจิ้มเนี่ยเป็นเรื่องที่เหมาะมากเลย คนแต่ก่อนเนี่ยเขาใช้น้ำจิ้มนะท่านนะ
ขนมจีน เอ่อ ขอโทษน้ำพริก จิ้มน้ำพริกเนี่ย อยู่กับแม่หรืออยู่กับพ่อ ถ้าอยู่กับแม่ใส่แพลอยไป
ถ้าอยู่กับพ่อหักคอจิ้มน้ำพริก เนี่ยอย่างนี้นะฮะ จิ้มน้ำพริกไม่ใช่ตักน้ำพริกมาใส่
นี่พูดถึงน้ำยาขนมจีนแล้วไปถึงน้ำพริก ซึ่งความหมายของน้ำพริกก็มีอยู่
2 อย่าง คือ น้ำพริกที่กินกับขนมจีน กับอีกอย่างนึงก็คือน้ำพริกที่กินกับผักนะครับ
สองอย่างนี้ก็ไม่เหมือนกัน เนี่ย
น้ำ
น้ำทิ้ง เออ น้ำทิ้งแปลว่าไม่ใช้แล้วทิ้งไป แปลว่าน้ำไม่สะอาดจึงทิ้ง น้ำทิ้ง
น้ำโสโครก น้ำโสโครกจะมีพวกแบคทีเรียอยู่นะน่ะ ที่บิ๊ก D2B ตกลงไปน่ะ แล้วมันเข้าไปทางหูหรือเปล่าก็ไม่รู้นั่นน่ะ
ในน้ำโสโครกน่ะ มีเชื้อ เชื้อรา เชื้ออะไรอยู่น่ะ พวกไลเคนหรือเปล่าหรือพวกไหนก็ไม่รู้น่ะ
เรียกไม่ค่อยจะถูกน่ะนะราเนี่ย ลืมไปหมดแล้ว


น้ำครำ นี้เรากลัวน้ำครำนะครับ อย่าไปปนกับคำว่า น้ำชำ นะท่านคนละอย่างนะ
น้ำชำมันคือ น้ำที่ซึมออกมาจากไอ้ที่เกิดที่ใดที่หนึ่งของน้ำน่ะ ซึมออกมาเขาเรียกว่าน้ำชำ
ถ้าภาษาอีสานเรียกซำ ภาษาเหนือเรียกจำ เพราะงั้นแหละเวลาที่เราขึ้นภูกระดึงน่ะ
สถานที่แรกที่เราขึ้นไปถึงน่ะคือ ซำตาแฮก ซำ เอ่อ น้ำซึมออกมาตรงนั้น ตาแฮกแปลว่าครั้งแรก
ตาแฮก ครั้งแรก ครั้งแรกที่มีน้ำซึมมาตรงนั้น ต่อมาจึงจะเป็นซำบอน ซำกกกอก
ซำกกโดน ไอ้นั่นก็ว่ากันไปอันนี้เป็นซำตาแฮก ซำแรกที่ขึ้นไปถึงก็มีน้ำไหลผ่านมานิดนึง
เดี๋ยวนี้ไม่มีมั้งซำแฮกเนี่ย ไม่เห็นมีน้ำไหลมาเลยตรงนั้น
ถ้าทางเหนือไม่เรียกซำเรียกจำ
อย่างเช่นที่ลำพูนเนี่ยมีหมู่บ้านชื่อ หมู่บ้านจำขี้มด จำตาเหินเนี่ยฮะ
ตาเหินก็เป็นพืชตระกูลพวกข่า พวกขิง พวกดาหลา อะไรอย่างเงี้ย จำตาเหินแต่เราเรียกว่าต้นตาเหิน
ทางภาคกลางไม่เรียกตาเหินธรรมดานะ เรียกตาเหินไหว ตาเหินไหว แล้วก็เป็นสมุนไพรนะตาเหินไหวเนี่ย
ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ตากินเข้าไปไม่ใช่เดินไหวนะ เหินไหวเลยล่ะ น่าดูเลยตาเหิน
ทางเหนือเรียกตาเหิน จำขี้มด จำขี้มดตรงนั้นก็จะมีรังมดอยู่นะฮะ จำขี้มด
จำตาเหินนี้อยู่ที่ลำพูน นี่มาจากคำว่าน้ำชำนี่เองเป็นน้ำที่ซึมมา อย่าไปปนกับน้ำครำที่เป็นน้ำสกปรกนะคนละเรื่อง
ถ้าน้ำคร่ำคนละอย่างกันเลยนะ น้ำคร่ำเนี่ยสำหรับอะไรล่ะฮะ เอ่อ คนที่จะคลอดเนี่ยแล้วมีน้ำคร่ำแตกออกมาเนี่ย
น้ำปัสสาวะอันนี้เอาไปดองกับลูกสมอ นี้ตำราทางพระพุทธศาสนากล่าวเอาไว้
น้ำปัสสาวะนี้ดองกับลูกสมอ เพราะงั้นต้องเป็นน้ำปัสสาวะของคนที่ไม่กินเนื้อ
ไม่กินน้ำชา กาแฟ ไม่กินพวกแอลกอฮอล์นะท่านนะ ปัสสาวะเขาจึงจะดี ก็น่าจะเป็นปัสสาวะเด็กอ่อนเนี่ย
ที่นำไปดองกับลูกสมอจนกระทั่งมันเน่าเลยนะ เน่าออกมาก็ไปเป็นยาได้ กินเข้าไปก็จะทำให้หายโรคเลยทีเดียวล่ะ
เพราะสมอมันเป็นยาอยู่แล้ว อริตกะเนี่ยเป็นยาอย่างดี
ทางเชียงใหม่นั้นสมัยก่อนเขามีสมอชื่อสมอ 5 แส้ ใครไปขโมยเขาลูกนึงเขาตีถึง
5 ครั้ง แสดงว่าสมอเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าสูงมากนะท่านนะ เนี่ยนำน้ำปัสสาวะไปดองกับลูกสมอจนเน่า
แล้วก็เอามาเป็นยา พระท่านก็ใช้ยาโดยวิธีนี้ คนที่กินน้ำปัสสาวะนี่มีหลายคนนะ
เท่าที่ผมทราบนะ คนนึงแหละคืออดีตนายกรัฐมนตรีของอินเดียชื่อ โมราจิ เดซาย
คนนี้ตอนตายไปอายุ 94 ปีนะ เขาดื่มปัสสาวะเขาเป็นประจำเลยท่าน
ปัสสาวะนี่มันช่วยได้หลายอย่างนะ
เวลาไฟไหม้ป่าเนี่ย เขาก็ใช้ปัสสาวะเนี่ย ปัสสาวะใส่เสื้อผ้าไม่ให้ควันไฟเข้าไป
ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสำลัก เขาไม่ เขาไม่ปัสสาวะเรี่ยราดหรอกท่าน พวกที่เขาเข้าป่าแถวแอฟริกาเนี่ย
ถ้าเขาไม่แน่ใจว่าจะมีแหล่งน้ำ เขาไม่ปัสสาวะเรี่ยราดหรอกท่าน ถ้าจะปัสสาวะ
เขาจะปัสสาวะใส่ลงในกระติกน้ำเลย ดื่มน้ำไปหน่อยปัสสาวะลงไปแทนที่ แล้วเขาก็เอามาหมุนเวียนกันกินอยู่ตลอดเวลาเลย
จะทำให้สุขภาพดีเขาว่า ๆ อย่างนั้นนะ อันนี้เราไม่ควรทดลอง
แต่ถ้าจะมี คนบอกผมว่าเวลาที่เขาจะเอาปัสสาวะมาดื่มเนี่ย ถ้าเป็นผู้ชายเวลาปัสสาวะไปเนี่ย
ครั้งแรกมันจะมีตะกอน ห้ามรองนะท่านนะ ปล่อยปิ๊ดออกไปเฉย ๆ แล้วปัสสาวะก่อนจะหมดก็จะมีตะกอน
ห้ามไปรองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะรองเอามาใช้ประโยชน์ ให้รองตรงกลาง
ๆ ปัสสาวะท่านจึงจะดี จะได้ปัสสาวะที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ว่างั้นนะฮะ นี่ก็ตำรานี้
ที่จริงก็ไม่ทราบว่าจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นหรอก น้ำปัสสาวะนะ
น้ำฝน บางคนมีน้ำฝนน้ำฟ้าบอกไว้เลยรวมกัน น้ำฟ้า ก็คือ น้ำฝน น้ำทั้งหมดน่ะมันมาจากฟ้าทั้งนั้นแหละท่าน
ก็ฝนตกไง น้ำฟ้าอันนี้ในลิลิตโองการแช่งน้ำกล่าวเอาไว้ว่า กล่าวถึง ....น้ำฟ้าฟาดซองหาว
ดับเดโช ฉ่ำหล้า ปลาดินดาวเดือนแอ่น ลมกล้าป่วนไปมา.... น้ำฟ้าก็คือน้ำฝนที่ตกลงมา
แล้วก็ดับไฟในตอนที่โลกเรานี้อะไรล่ะฮะ ที่มีพระอาทิตย์ 7 ดวง แล้วโลกก็ไหม้
ท้ายสุดก็มีฝนลงมาดับนะครับ เรียกว่าน้ำฟ้า
น้ำท่า
อันนี้คือ น้ำตักจากท่าน้ำจึงเรียกว่าน้ำท่านะท่านนะ เราต้องกล่าวถึงเรื่องน้ำเนี่ยต่อไปอีกหลายครั้งเลยทีเดียวล่ะท่าน
โดยผมพยายามที่จะให้มีวรรณกรรมเรื่องยาว ๆ เข้ามาประกอบเรื่องน้ำด้วย ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นการอธิบายสำนวนไป
ตามที่ท่านขอมา ผมก็ยินดีล่ะครับ ถ้าท่านมีอะไรที่ท่านอยากจะฟังจากผม ท่านก็เขียนมาได้เลยครับ
หลายท่านบอกว่าโทรมาก็ไม่พบ อันนั้นพอดีเครื่องผมมันปิดอยู่เสมอ ท่านเขียนมานะครับ
แล้วผมก็จะออกรายการอย่างนี้ให้
สำหรับวันนี้ก็หมดเวลาครับ ผมนายประจักษ์ สายแสง ขอกราบลาท่านผู้ฟังไปก่อน
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ สวัสดีครับผม