วรรณกรรมสองแคว ตอนที่ 39 เรื่อง ความเชื่อทั่วโลกเกี่ยวกับแมว 5
ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2545 โดย รศ.ดร.ประจักษ์ สายแสง,
ดร.ทิวารักษ์ เสรีภาพ

สืบค้นเพิ่มเติม

      สวัสดีครับท่านผู้ฟังที่เคารพครับ รายการวรรณกรรมสองแควกลับมาพบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง ผมนายประจักษ์ สายแสง ดำเนินรายการ ก็มีท่านผู้ฟังได้เขียนมาบอกขอให้พูดเรื่องนิทานของ แมวสีสวาท และ แมวตาเพชร พอจะหาได้อยู่หรอก แต่ของแมวเปอร์เซียร์ที่ชื่อจีจี้ โฮ.... อันนี้ลำบากนะไอ้แมวสีสวาท แมวตาเพชรพอจะหาได้อยู่หรอก แต่ของแมวเปอร์เซียเนี่ยได้ให้เขาตรวจสอบดูแล้ว ทาง Internet ก็ไม่พบตัวละครที่เป็นแมวที่ชื่อจีจี้ แต่ประการใด

       แต่ท่านไม่ต้องวิตกหรอกเดี๋ยวเดี๋ยว ผมหาวิธีดูแลให้ว่าจะทำประการใดดีนะครับ มันก็ยังอยู่ในเรื่องแมวอยู่ แหละวันนี้นะครับ แมวทั้งหลายเนี่ย ในคราวที่แล้วนั้นได้พูดถึงแมวในนิทานของชาวบ้านเป็นแมวฝรั่ง เรื่องมันก็มีอยู่ว่า

        มีเศรษฐีคนหนึ่งอายุมากแล้ว เขาก็เห็นว่าจะต้องมอบมรดกให้ลูกของเขา เขามีลูกสามคน นี่ไม่กล่าวถึงนะว่าภรรยาไปอยู่ไหนอ่ะ มีลูกชายสามคน ก็มอบมรดกให้ลูกชาย คนโตนั่นก็ให้ได้โรงสี โอ้โฮคนนี้ก็สำคัญได้โรงสี คนที่สองให้ได้ลาตัวนึง ลาเนี่ยหน้าตาคล้ายๆ ม้านเนี่ยนะฮะ ให้ลาตัวนึง แล้วคนที่สามให้แมวตัวนี่เป็นมรดกมอบให้ เนี่ยคราวที่แล้วเราพูดไปถึงตอนนี้นะครับ

       คราวนี้พอได้มรดก ทุกคนก็รับมอบมรดก คนที่ได้โรงสีก็ต้องพอใจเป็นของธรรมดา เพราะมันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามันมีหลักฐาน ส่วนคนที่ได้ลาก็คงจะต้องทำงานหนักหน่อยล่ะ เอาลาออกไปทำมาหากินให้แล้ว เรายังจะต้องเลี้ยงดูมันอีกด้วย นี่เป็นความคิดของเออชายคนเล็ก ลูกคนเล็กที่รับมรดก เขาก็เสียอกเสียใจอยู่หรอก นั่งบ่นอยู่เลยว่าแล้วจะทำยังไงเนี่ย กับมรดกที่ได้เนี่ยะ

      ในขณะที่บ่นนั้นปรากฏว่าเจ้าแมวตัวนี้มันฟังรู้เรื่อง นิทานอย่างนี้ต้องเป็นแมวไม่ใช่ธรรมดาแล้วเนี่ย แมววิเศษเนี่ยอย่างเงี่ย เป็น Magic cat ว่างั้นเถอะ มันก็บอกว่า "อย่าไปเสียอกเสียใจเลยที่ได้มันมาเนี่ย ความจริงควรจะภูมิใจด้วยซ้ำ ดีกว่าไอ้ได้โรงสีเก่าๆ ผุๆ นั่นมาดีกว่าได้ลาตัวขี้เรื้อนนั้นมา" ฮ่าๆ แมวมันว่านะ บอกกะเจ้าของมันเสียด้วยสิเจ้าของมันก็บอกแล้วจะทำยังไงนี่จะช่วยยังไงได้บ้าง ละ แมวเนี่ยแมวจะช่วยเขาได้ยังไง เขาจนปัญญาแล้วล่ะที่จะเลี้ยงดูแมวนี้อีก

        แมวก็บอก มันไม่ยากไม่เย็นอะไรหรอก เพียงแต่ว่าต้องลงทุนหาเสื้อคลุมหลวมๆ ให้ฉันสักตัวนึ่ง แมวมันไม่เอาเสื้อคลุมที่คับๆ นะ หาหมวกขนนกให้สักใบหนึ่ง ถ้าแมวสวมหมวกขนนกนี่ ท่านคิดดูภาพเถอะมันคงจะดีทีเดียว แสดงว่าแมวตัวนี้มันคงโตเกือบเท่าคนนะ แมวในนิทานเนี่ยมันขอหมวกขนนกใบหนึ่ง กระเป๋าใหญ่ๆ ใบนึง นี่ขอกระเป๋าคงไม่ใช่กระเป๋าเจมส์บอนด์ กระเป๋าใส่ของนี่แหละ แล้วก็รองเท่าบู๊ต คู่หนึ่งมันขอสี่อย่างนะ ขอรองเท้า ขอเสื้อคลุมหลวมๆ ขอหมวกแล้วขอกระเป๋า

       ชายผู้นี้ก็วิ่งไปหาของที่ตัวเคยมีมามอบให้แมวทั้งหมด นี่ตามนิทานนี่แมวมันคงตัวใหญ่เท่าคนแหละ ถ้ามันพูดได้ถึงขนาดนี้มันต้องเป็นแมววิเศษแหละ ไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอกท่าน เพราะว่ามันก็วิเศษนั่นเองเน๊าะ พอให้ของแมวไปทั้งสี่อย่าง เจ้าแมวที่มันขอได้ของไปเรียบร้อยเนี่ย มันก็สวมบู๊ตออกไปเลย สวมหมวกขนนก สวมเสื้อคลุม ถึอกระเป๋าไป

      ไปถึงมันเก่งและมันไปจับกระต่ายได้ตัวหนึ่งอ้วนตั๊กเลย เดินอีกแมวก็จับกระต่ายได้อีกสองตัว แสดงว่าแมวนี้ใหญ่ถึงจับกระต่ายได้ แล้วกระต่ายอ้วน ได้กระต่ายคู่หนึ่งใส่ในกระเป๋า สมัยก่อนเขากินเป็นอาหารนะทางยุโรปเนี่ย เดี๋ยวนี้ก็ยังกินกันอยู่อ่ะ ฝรั่งเศสจึงมีการหมักกระต่าย กินกระต่ายเน่าแทนปลาร้า บ้านเรานี่แหละ

      นี่เขาพอได้เจ้าแมวนี่มันได้กระต่ายสอง ได้กระต่ายมาสองตัว มันก็นำกระต่ายไปถวายพระราชา นำไปถวายพระราชาเลย บอกเลยว่า "ฝ่าบาท บัดนี้ได้มีชายหนุ่มรูปหล่อ สูงศักดิ์ได้ฝากกระต่าย ส่งกระต่ายอย่างดีเยี่ยมนี้มาถวายแด่พระองค์" ไอ้แมวเจรจาเองทั้งหมดเลยนี่ ไอ้ชายหนุ่มคนนั้นก็นอนอยู่บ้านไปตามระเบียบ

      พระราชาก็รับกระต่ายนั้นไว้ เปิดออกดูโอ้โฮเป็นกระต่าย ซึ่งทำอาหารได้อย่างดีมากเลย ไม่ใช่พระราชาเท่านั้นที่จะพอพระทัย พระราชินีก็พอพระทัยด้วย พระธิดาก็พอพระทัยด้วย ที่ได้กระต่ายมาสองตัว

      อีกสองสามวันต่อมา เจ้าแมวตัวนี้สวมเครื่องแบบครบถ้วนสวมหมวกขนนก สวมเสื้อคลุมหลวมๆ นั้น สวมรองเท้าบู๊ต หิ้วกระเป๋าเข้าไป คราวนี้ไม่ใช่นกไม่ใช่ ไม่ใช่เอ่อกระต่าย แต่เป็นนกกระทา นำเอานกกระทาไป ..โฮ ! หลายตัวทีเดียว เอาไปเป็นของขวัญพร้อมกับบอกว่า ชายหนุ่มผู้รูปหล่อและสูงศักดิ์ได้ส่งนกกระทามาถวายแด่พระองค์ พระราชารับข้าวก็เอ๊น่าดูโว๊ยของขวัญแต่ละอย่างเนี่ย

      ในวันต่อมา เจ้านี่ก็มาเยี่ยมอีกแหละ เจ้าแมวนี่นะ นำเอานกชนิดหนึ่งมา อันนี้ภาษาฝรั่งนั้นนก skylarks ก็คือ นกล๊าค ละมั่ง ซึ่งร้องเสียเพราะ ของเราไม่รู้จะเทียบกับนกอะไรพวกนี้ แต่คงไม่ใช่นกฮูกล่ะ คงจะเป็นนกดีๆ ซะหน่อยหนึ่งนี่แหละ ก็นำเอานกนี่มาถวายอีกแล้ว ก็บอกว่า อ่า...."ชายสูงศักดิ์ผู้นี้น่ะ เขาเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่มาก"

      ขุนนางก็บอกว่า " เขาจะต้องจงรักภักดีต่อพระราชามากเลย" นี่นี่นี่ก็เป็นเสียงกระซิบต่อกันนะ ที่จริงก็คิดกันเลยทั้งนั้นน่ะ ขุนนางบางคนพูดยิ่งกว่านั้นอีกบอกว่า " เอ้เขาจะเป็นใครนะ เราไม่เคยรู้เรื่องเขาเลย" แต่ก็มีขุนนางอีกคนทำเป็นอวดรู้ บอกว่า "ฉันก็เคยได้ยินชื่อเขามาเหมือนกันนะ แต่ฉันรู้จักกับพ่อเขา" นี่เจ้าคนนี้เกิดไปรู้ขึ้นมา รู้ได้ยังไงก็ไม่รู้วา ชายสูงศักดิ์ผู้นี้เป็นใคร

      ส่วนพระราชินีนั่นสนใจชายที่เอื้อเฟื้อผู้นี้มากเลยละ ก็เลยถามเจ้าแมวเนี่ย ถามว่า"เจ้านายของเธอเนี่ยเป็นหนุ่มใช่ไหมเนี่ย แล้วเป็นคนที่สง่างามใช่ไหม" นี่เป็นการถามนำนะเนี่ย เจ้าแมวก็ตอบว่า "ใช่แล้ว นอกจากจะเป็นหนุ่มสง่างามแล้วยังรวยอีกด้วย" แล้วก็เขาจะรู้สึกเป็นเกียรติมากนะถ้าพระราชินีกับพระราชา รวมทั้งพระธิดาเนี่ย จะไปร่วมเขาที่ปราสาทของเขาหน่อยนะ  มันให้มีปราสาทขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีอะไรสักอย่างเลยในตอนนี้ พอแมวพูดแค่นั้นพระราชินีก็ยินดีมากเลย

      ครั้นแมวน่ะกลับไปแล้วก็คุยถึงเรื่องพระราชาและพระราชินี ประสงค์ที่จะมาเยี่ยมเขา โอ้โหชายคนนั้นพอได้ยินเข้าก็ตกอกตกใจ "มาเยี่ยมได้ไงละเนี่ยยากจนอยู่ด้วย จะทำยังไงดี ฉันเองน่ะก็ไม่ได้จะรู้เรื่องอะไรหรอก แล้วก็ยากจนอยู่ด้วยเนี่ย พระราชามาจะทำยังไง" เจ้าแมวก็บอกว่า "ไม่ต้องห่วงปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง ฉันมีแผนการอยู่แล้ว" ไอ้แมวตัวนี้มันแมวเจ้าเล่ห์ เหมือนกันเนาะที่จริงเนาะ แต่มันก็เก่งน่ะ

      จากนั้นเจ้าแมวตัวนี้ก็นำของไปถวายพระราชาอยู่เรื่อย แล้วมันสังเกตนะว่าพอนำพวกสัตว์ต่างๆ ไปถวายพระราชา มันสังเกตว่า พวกที่ได้รับของแล้วนี่นะ เอาของที่มันไปถวายเนี่ยใส่รถมาไป แล้วรถม้านั้นออกเอาของพวกนี้ไปถวายเจ้าหญิงพระธิดาในตอนบ่ายทุกๆ วันเลย ที่เอาไปเอาไปถวาย ก็แปลว่าของที่เอาไปเนี่ย ไปอยู่กับเจ้าหญิงซะแล้ว

       แมวกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น มาถึงก็บอกเจ้านายเลยว่า "ถึงเวลาแล้วนะ ที่จะต้องทำแผนทำตามแผนที่ฉันได้ตั้งเอาไว้ เพราะฉะนั้นเจ้านายจะต้องไปว่ายน้ำในแม่น้ำ" เจ้านายตกใจ "ก็ฉันว่ายน้ำไม่เป็น" แมวบอก "ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เรามีวิธี ขอให้เชื่อใจเถอะ ฉันมีวิธี "

       จากนั้นพอถึงวันนึง เป็นวันที่เอ่อ พระราชาพระราชินี แล้วก็พระธิดากำลังเสด็จกันพอดีเลย ผ่านมาทางแม่น้ำสายนึง เมื่อรถม้าผ่านไปแค่นั้นเองแหละเจ้าแมวก็ผลักเจ้านายของตัวตกลงไปในน้ำ นี่มันต้องตัวใหญ่นะ ถ้าแมวบ้านเราเนี่ยมันคงผลักไม่ได้หรอก ผลักตกลงไป พอผลักลงไปเจ้าแมวก็ยังตะโกน "ช่วยด้วย ๆ เอ่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ตกน้ำ" มันตะโกนลั่นเลย ของความช่วยเหลือ

       พระราชาได้ยินเสียงร้องเข้าก็ส่งองครักษ์เข้าช่วยเหลือทันที มันคงรอจังหวะนะ ว่ารถม้าผ่านจังหวะพอดี ถ้าไปผลักก่อนนั้นสงสัยเจ้าชายคงจะมีโอกาสลงไปตายในน้ำเสียละมังเนี่ย นี่ก็ส่งองครักษ์ลงไปช่วย องครักษ์ก็ช่วยขึ้นมา ช่วยหนุ่มรูปหล่อสูงศักิ์ตอนนี้เห็นจะต้องวงเล็บว่า ผู้น่าสงสาร ตกลงไปในน้ำสำลักน้ำเกือบตายไป

       ทั้งพระราชาพระราชินี แล้วก็เจ้าหญิง พระธิดา นี่ก็เอะอะโวยวาย ให้หาเสื้อผ้ามาให้ใส่มันเป็นเรื่องของนิทาน จะไปถามว่าไปเที่ยวเอามาจากไหนเนี่ยไม่ได้ เขาเตรียมของเขามาแล้วตามแบบของนิทาน พอหาเสื้อผ้าใหม่มาเช็ดตัวชายผู้นี้ เอาเสื้อผ้าใหม่สวมให้เรียบร้อยเลย

      พอสงบเรียบร้อย พอสวมเรียบร้อยพระราชินีก็หันไปถามพระธิดาเลย พอเห็นชายผู้นี้แต่งตัวแล้วก็สวยหน้าตาหล่อ ก็ถามว่า "ลูกต้องการจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ใช่ไหม" เจ้าหญิงก็ตอบ "ใช่" นี่เจ้าหญิง เจ้าหญิงในเรื่องนี้ก็ต้องตอบอย่างนี้ ใช่ด้วยความยินดีเลยแหละ

       ฝ่ายเจ้าแมวนั้นบังเอิญได้ยินรัฐมนตรีคนนึงที่มาในขบวนนั้นบอกว่า เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าชายคนนี้มันร่ำรวยอะไรไหม พอได้ยินแค่นั้น เจ้าแมวก็พูดขึ้นเลย "โอ้โห ชายรูปหล่อสูงศักดิ์ผู้นี้ร่ำรวย ร่ำรวยมากเลย" เพราะอะไร "เป็นเจ้าของปราสาทขนาดใหญ่" มีประสาทนะมี castle นี่ขนาดใหญ่ "มีแผ่นดินมากมาย" ไอ้พวกนี้มันบ้าแผ่นดิน บ้าปราสาทอยู่ด้วยเลยนี่นะ "ต้องไปดูด้วยตัวคุณเอง ถ้าอยากจะไปดู" มันบอกรัฐมนตรีนะ "ฉันจะรอคุณที่ปราสาท" พูดอย่างงี้เลย

       พอพูดปั้บแมวก็รีบพุ่งพรวดไปเลยในทิศทางที่มีปราสาทอยู่ มันไปเที่ยวหาปราสาท มันเตรียมการเอาไว้แล้ว ในขณะที่มันวิ่งไปนั้น เจ้าแมววิ่งไปเนี่ย มันก็ตะโกนบอกพวกชาวนาซึ่งกำลังทำงานอยู่ทั้งนั้นแหละ บอกว่า "ถ้ามีคนถามบอกว่าใครเป็นเจ้านายคุณ ให้ตอบเลยว่า เป็นสุภาพบุรุษรูปหล่อสูงศักดิ์ แล้วก็ร่ำรวย ถ้าไม่ตอบจะเสียใจ" มันนัดหมดเลย ชาวนาทุกคนก็เตรียมการเอาไว้ ถ้าใครถามก็จะให้ก็ตอบเช่นนี้ก็แล้วกัน

       เพราะฉะนั้น พอรถม้าของพระราชานี่เข้าเรียกรถพระที่นั่งนะ เจ้ารถม้าก็แล้วกัน พอรถม้าของพระราชาผ่านไปเนี่ย พระราชาก็ถามว่า "ใครเป็นเจ้านายเหรอพวกนี้ " บรรดาชาวนาก็บอก "ก็ชายหนุ่มรูปหล่อผู้ร่ำรวยและสูงศักดิ์ผู้นั้น นั่นเป็นเจ้านายนั่นแหละที่สวมเสื้อใหม่เลย ใหม่เอี่ยมมานี่แหละๆ คือเจ้านาย"

       

ในระยะเวลานั้นเอง เจ้าแมว แมวตัวสำคัญนี่นะก็มาถึงปราสาทแต่เป็นปราสาทของยักษ์กินคน เอามาแล้วนี่เป็นไอยักษ์กินคน ยักษ์นี้โหดร้ายมาก เจ้าแมวมันวางแผนอย่างดี พอมาถึงมันก็เคาะประตูปราสาท เคาะประตูปราสาท ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก็ยักษ์ก็ต้องเดินออกมาตามหลักการน่ะ ไม่ใช่ยักษ์ไปนอนเล่นยักษ์ก็เดินออกมา แมวก็คิดในใจเหมือนกันว่าจะต้องระวังตัวให้ดีไม่งั้นสงสัยเสร็จแน่เลย

       พอยักษ์เดินออกมาแค่นั้นแหละแมวก็ถอดหมวกขนนกออก แล้วก็คำนับพรอ้มกับพูดว่า "ท่านยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าขอเคารพท่านอย่างสูง" เจ้ายักษ์ที่พูดอย่างหยาบคายเลย "เอ็งจะมาเอาอะไรวะ" ไอ้แมวก็ใจดีจะเรียกว่าใจดีสู้เสือก็ไม่ได้ ต้องเรียกว่าใจดีสู้ยักษ์เลยอีตอนนี้นะ ก็บอกว่า "ท่านยักษ์ที่เคารพ เขาได้ข่าวว่าท่านมีพลังยิ่งใหญ่มาก แล้วก็แปลงตัวเป็นสัตว์ เป็นสิงโต เป็นเสือดาว เป็นช้างได้ใช่ไหม"

       เจ้ายักษ์ก็บอกว่า "ถูกแล้ว แน่นอนแล้วจะเอาอะไรอีกล่ะ" "ฉันเถียงกับเพื่อนฉันนะเรื่องนี้ พวกเพื่อนฉันมันบอกว่าไม่จริงหรอก ยักษ์นะแปลงตัวอะไรก็ได้หรอก แต่แปลงตัวให้เล็กลงไม่มีทางเลย อย่างแปลงตัวให้เท่าหนู เท่าลูกหนูนี่ ยักษ์ไม่มีทางแปลงตัวได้"

       นี่เจ้าแมวมันออกอุบายนะ เจ้ายักษ์ได้ยินดังนั้นก็โกรธเลย "ทำไมมันจะไม่ได้ ข้าแปลงตัวได้ทั้งนั้นแหละ เป็นตัวอะไรก็เป็นได้ทั้งนั้น ขนาดไหนก็ได้" แมวก็ว่า "ถ้าอย่างนั้น เพื่อนฉันเห็นว่าจะให้แน่จริงท่านลองแปลงตัวดูซินะ แปลงเป็นหนูก็ได้ จะดีไหมละ แปลงเป็นหนูขนาดเล็กๆ นะ เอาเท่าลูกหนูก็ได้ ดูซิว่ายักษ์ขนาดใหญ่มันจะกลายเป็นหนูได้ยังไง"

        ยักษ์ก็หลงเชื่อเจ้าแมวตามแบบของนิทานพรรณนี้นี้ ก็แปลงตัวเป็นหนูวิ่งไป เจ้าแมวนี่ก็โดดงับหนูกินจนหมดเลย เป็นอันว่ายักษ์เข้าไปอยู่ในท้องแมวหมดแล้ว พอกินเสร็จเรียบร้อยมันก็เปิดเข้าไปในปราสาท จังหวะเหมาะพระราชาเสด็จถึงเลย เจ้าแมวก็เชื้อเชิญพระราชาเข้าไป แล้วก็วิ่งไปที่เจ้านายของมันพร้อมกับพูดว่า "ขอให้ท่านนี้นะ ทูลเชิญให้พระองค์เสด็จเข้าไปในปราสาทเถอะ"

       ข้างฝ่ายเจ้านายก็แหม "ฝ่าบาทและพระราชินีและพระธิดา เชิญเสด็จเข้าไปในปราสาทของข้าพเจ้า" ทั้งหมดก็เข้าไปในปราสาท ส่วนเจ้าบุตรชาย เจ้าของแมวนี้ก็แหมเอ้ย จึงขอแมวเจ้าชายเจ้าของแมว ตอนนี้ก็อยู่ในชุดที่สวยมากเลยยังกับเป็นเจ้าชายสูงศักดิ์จริงๆ นั่นแหละ

 

       พอเข้าไปในปราสาทพอลงจากวังพระราชาก็พูดว่า "โอ้โห นี่ท่านสุภาพบุรุษที่รัก คนนี่เป็นคนดีมากนะ รูปงาม หนุ่มแน่น มีที่ดินมากมาย ร่ำรวย ไหนลองบอกซิว่าคุณนี่แต่งงานหรือยัง" เจ้านี่ก็บอก "ยัง ยังไม่แต่งงานเลย กำลังหาภรรยาอยู่" ในขณะนั้นนี้ พอส่งยิ้มให้ ก็สรุปก็คือเจ้านี่ก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงก็อยู่กินกันอย่างมีความสุขในปราสาทนั้น ฮือเจ้าแมวก็เลยขยิบตาเล็กน้อย พร้อมกับพูดว่า "ดูซิว่าฉันเนี่ยมีค่ามากกว่าโรงสีเก่าๆ แล้วหมาขี้เอ๊ยลาขี้เลื้อนนั่นจริงไหมละ"

       นี่ก็เป็นนิทาน อันนี้เขาก็เล่ากันให้ฟัง คนอายุมากอายุน้อยอะไรก็ฟังกันตามสบาย ฟังแล้วก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรหรอก แต่ให้เห็นว่าเจ้าแมวนี่มันมีบทบาทมากทีเดียวละนะ นี่เป็นแมวฉลาด คราวนี้ไอแมวเนี่ยมันก็ไม่ใช่มีเฉพาะในนิทานอย่างงี้หรอกครับ บางทีมันไปเกี่ยวข้องกับคนสำคัญๆ หลายคน

       นี่ผมคงไม่พูดถึงท่านผุ้ว่า ก.ท.ม. อะไรหรอก แต่จะพูดถึงไอสไตน์ซึ่งคิดระเบิดปรมาณูขึ้น ระเบิดปรมณูที่ใช้กันวุ่นวายนี่นะครับ ไอสไตน์นี่เขามีแนวนะท่านนะ มีแมวอยู่ แมวๆ ตัวเมียตัวนึง แล้วมันก็ตั้งครรภ์ขึ้นตั้งครรภ์ ไม่ใช่มันคันมันอะไรนะ มันทีท้องเนี่ย แล้วมันก็ออกลูกมาห้าตัว นี่ถ้าอยู่เมืองไทยเสร็จเลย แมวห้าหมาหกเขาห้ามเลี้ยง แต่นี่ไม่เป็นไรมั้งออกลูกมาห้ารวมทั้งตัวมันก็เป็นหก ก็ไม่เสียหายอะไร

       ไอสไตน์เนี่ย พอลูกแมวโตขึ้น เขาก็จัดการอำนวยความสะดวก จากที่ๆ แมวอยู่มายังที่เขาอยู่ โดยการเจาะเป็นช่องให้แมวมาหาเขา ช่องใหญ่จะสำหรับแม่แมว ช่องเล็กเจาะสำหรับลูกแมว เพราะฉะนั้นเขาเจาะช่องใหญ่หนึ่ง ช่องเล็กห้าช่อง พอเวลาเรียกแมวจะได้ออกมา  ก็ปรากฏว่าพอเขาเรียกเนี่ยแม่แมวก็เดินทางช่องใหญ่ ลูกแมวก็เดินตามช่องใหญ่มาด้วย ไอสäตน์ก็เลยงงเลย นี่พูดถึงเรื่องแมวที่ไม่เกี่ยวข้องกับไอสไตน์หรอก

        คราวนี้ก็จะพูดถึงเรื่องแมวที่ปรากฏในทางอินเดียซะหน่อยนึง แมวตัวนี้มันเข้าไปเป็นส่วนประกอบในนิทานที่มาของ สุรา หรือ เหล้า กำเนิดสุรา กำเนิดเหล้านี่เองแหละ ในที่นี้ก็คงรวมทั้งกำเนิดไวน์ กำเนิดเบียร์ กำเนิดกระแช่ กำเนิดอุ อะไรก็ต้องรวมอยู่ในนี้ทั้งหมด เพราะว่ามันสังกัดอยู่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลิกเดอร์ด้วยทั่วกันนี่นะ นี่ก็จะพูดถึง เอ้อ ไม่ใช่ลิกเดอร์อย่างเดียว ซิ ซอฟดิงค์ด้วย

        พูดถึงตำนานเรื่องนี้ ก็มีตำนานปรากฏในสันสกฤตนะครับเป็นสองตำนาน ตำนานหนึ่งเป็นเรื่องการกวนน้ำอมฤต แต่อันนั้นจะไม่เล่าเพราะมันไม่เกี่ยวกับแมว ก็จะต้องมีตำนานที่เกี่ยวกับแมว เรื่องก็มีอยู่ว่า สุรามีกำเนิดมาดังนี้

        ครั้งหนึ่งมีฤาษีตนหนึ่ง ชื่อว่า วารุณี ฤาษีตนนี้ก็ชื่อแปลก วารุณีนี่มันชื่อผู้หญิงนะ ตัวเองไปเที่ยวตั้งชื่อเป็นฤาษีก็คือเป็นครู เป็นอาจารย์นี่แหละ ฤาษีส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในป่านะ เพราะว่าต้องการที่สงบเงียบ สำหรับศึกษาวิจัยทำ research อะไรทำนองนั้น ถ้าฤาษีที่มาอยู่ในบ้านในเมืองชอบฟังพงฟังเพลง อึกทึกคึกโครม พวกนั้นไม่ใช่พวกนั้นเป็นพวก พราหมณ์ พราหมณ์นี่ชอบอยู่ในเมือง แต่ฤาษีเขาอยู่ในป่า ทำวิจัยไป ถึงเวลาถ้ามีลูกศิษย์ ไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ ฤาษีก็สอนให้แนะนั่นนะสอนวิชาต่างๆ ให้

        ก็มีฤาษีที่ชื่อวารุณี นี่แหละฤาษีก็บำเพ็ญพรตอยู่ใต้ต้นไม้ ก็อาศัยต้นไม้อาศัยธรรมชาติสมัยก่อนมันร่มเย็นดี ไม่ต้องติดองติดแอร์ อะไร ที่จริงฤาษีเขาฉลาดนะนั่งใต้ต้นไม้เนี่ยมันมีออกซิเย่น ลงมาในตอนกลางวันนะ พอถึงกลางคืนฤาษีก็เข้าอาศรมไป ตอนนั้นคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาฤาษีก็ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวแล้ว

       นี่ฤาษีเขาอยู่ใต้ต้นไม้ ใต้ต้นไม้มันมีค่าคบ แล้วเป็นโพรงท่านถึงเวลาฝนตกน้ำมันขังในโพรงนะสิ พอน้ำขังแล้วก็มีพวกนกเนี่ยมันไปคาบผลไม้ชนิดต่างๆ ในป่ามากินตรงนั้น กินลงไป มันก็คงจะไอ้ผลไม้หล่นร่วงลงไปในค่าคบ ไม้เยอะเลย มันเป็นโพรงไม้ขนาดใหญ่ มีน้ำฝนอยู่แล้วมีผลไป มันก็เกิดการหมักนะสิท่าน ถ้าจะพูดภาษาของเราก็เกิด fermentation อะไรทำนองนั้นอะนะ

       หมักเสร็จก็เปลี่ยนจากน้ำตาลที่อยู่ในผลไม้นั้นให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ พอเป็นแอลกอฮอล์ มันก็มีกลิ่น กลิ่นมันอ่ามันหนักมันก็ลอยลงมาข้างล่างมากระทบกับจมูกของฤาษี ฤาษีก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์เข้าก็ โอ้โฮมันอะไรของมัน มันมีกลิ่นพิลึกไม่เคยได้ยินเลย

       ธรรมดาฤาษีนี่เป็นคนชอบรู้ชอบเห็นนั่งเฉยๆ ไม่ได้หรอก ฤาษีเลยปีนขึ้นไป คิดดูภาพนะคนนุ่งหนังสือปีนขึ้นไปด้วยเนี่ย ผมเผิมยุ่งขมวดเลย ปีนขี้นไปบนค่าคบนั้น เอาพอไปมองเห็นว่า เอ้อมันเป็นน้ำขังอยู่นะ แล้วไอ้กลิ่นนั้นออกจากน้ำเนี่ย เอานิ้วแตะดูในน้ำแล้วมาดมดู มันก็มีกลิ่น แล้วมันกลิ่นจะว่าหอมก็หอม จะว่ามันกลิ่นฉุนก็ฉุน ฤาษีก็ต้องวิจัยนี่คราวนี้ทดลองดูม๊ะ แต่เอาน้ำนะเอามือเอานิ้วแตะน้ำแล้วมาจิ้มลงในปาก เอ๊ะมันมีรสซาบซ่าชอบกล มันต้องให้มากกว่านี้

       ฤาษีคิดดังนั้นแล้วก็ลงมาข้างล่าง นำเอากระบอกไม้ไผ่ขึ้นไปตักเอาน้ำมาหนึ่งกระบอก มาวิจัยอยู่ข้างล่าง น้ำในกระบอกนั้นไปเรื่อยๆ จนเพลิน ดื่มไปดื่มมาเพลินดื่มหมดกระบอกเลย หมดกระบอกเข้า ฤาษีหมดสติเลยครับคราวนี้ รู้สึกมันใจชุ่มชื่นยังไงก็ไม่รู้นะ มีอาการเรียกว่า เมานั่นเองแหละ แต่ๆ ก่อนคำว่าเมามันยังไม่มี ฤาษีเมาแล้วก็เลยหลับไป ตื่นขึ้นมา ฤาษีมีอารมณ์ดีสุขภาพดี นี่แปลกนะไอ้พวกแอลดีไฮด์ ในนั้นมันยังคงอยู่มันๆ ไม่อยู่หรือไงไม่รู้ฤาษีเลยไม่ปวดหัวนะนี่นะ

       ฤาษีก็สุขภาพดีเป็นอันมาก ฤาษีก็เลยเอามาดื่มอีก วิจัยอีก โอวิจัยโดยวิธีทดลองดื่มนี่หลายกระบอกทีเดียวแหละดื่มจนกระทั่ง เมาไปเมามา วิจัยอยู่หลายเดือนมั้ง ก็เลยคิดว่าถ้าเราเอาน้ำเนี่ยไปถวายพระราชา ก็คงจะดีพระราชาก็คงจะประธานรางวัลให้เรา

       คิดดังนั้นแล้วฤาษีก็นำเอาน้ำเนี่ย ตักเอาตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่ จำนวนหลายกระบอกทีเดียวไปถวายพระราชา พระราชาแทนที่จะดื่ม พระองค์เกรงว่าจะเป็นยาพิษ พระองค์เอากรอกปากแมวตั้งยี่สิบสามสิบตัว แมวกินเหล้าเข้าไปก็เต้นกันอุดตลุดไปหมด บางตัวก็เมาแประพับไป

       ข้างฝ่ายพระราชาก็ถือว่าฤาษีนี่ทำหน้าเกลียดมาก เอาของอะไรมาให้เรากินขนาดแมวยังเสร็จ สั่งแมว เอ้ยจะสั่งแมวขอโทษ สั่งฤาษีเอ้ยสั่งเพชรฆาตให้เอาฤาษีไปประหารชีวิต เสร็จเลยฤาษี แต่พอฤาษีตายไปแล้ว ปรากฏว่าแมวหายเมา แมวตื่นขั้นมีสุขภาพดีโดยทั่วกัน พระราชาก็สำนึกในบาปก็เลยตั้งชื่อเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า วารุณี ดื่มแล้วก็ขอให้เมาโดยทั่วกันนี่

        เรื่องนี้ก็จบอีตรงมีแมวเข้ามาเป็นตัวทดลองแค่นั้นแหละ ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก ก็พอดีหมดเวลานะครับ ผมนายประจักษ์ สายแสงก็ขอกราบลาท่านผู้ฟังไปก่อนครับผมพบกันคราวหน้าครับ สวัสดีครับ

กลับขึ้นบน 

<< ย้อน || || ต่อไป >>