พิธีสู่ขวัญในหมู่บ้านท่าข้าม
วิทยากร
: นายคำปัน ไชยลังการ อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: กิตติมา รัศมี นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่ : 12 กรกฎาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับนายคำปัน ไชยลังการ
กิตติมา : วันนี้จะให้พ่อพูดเกี่ยวกับเรื่องการทำพิธีสู่ขวัญให้ฟังค่ะ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
พ่อคำปัน: เอาเรียกขวัญแต่งงานนะ / นี่เป็นคำเรียกขวัญแต่งงานครับ
อาจาโส อาจาโย วาจาจะยังมังกะโล อาจะในวันนี้หากเป๋นวันดี เป็นวัน ไจยะดิถีใสบ่เสร้า เป็นวันมูลมั่งเต้าเลิศลาภา เป็นป่าแม่ขนุนงิ้ว เขาก็มัดได้เจ้าก๋ำนำกา รจนาก็เป็นวันนี้แหละหนาเจ้า หากเป็นวันมังกะโลดี แต้และดีเลิศหนอเจ้าประสิทธิ์หน่อเต้า เขามาได้นางไกรสร เสวยเมืองนครบุรีอันใหญ่กว้างเป็นสิริมงคลดี เขาก็มาสร้างเลือดเลี้ยงน้องนัดกันไว้ว่าวันนี้หากเป็นวันหัวเวียงหมอนสองเจ้าจึ่งจันจึงได้มาสมรสกันนะพิอแม่ ตามธรรมพระเจ้ากล่าวไว้บ่สูญหายเสีย เหตุนี้เราได้มาเป็นผู้มี ตามธรรมพระเจ้าชาติที่แล้วเคยเป็นผัวเมียคู่รักกัน ก็มี 2 อย่างนะเจ้า หากได้เป็นผัวเมียกันมาแล้วเล่า เกิดมาแล้วได้พบกันอีก ใสบ่เศร้า อย่างนั้นหนา อุปมาเหมือนดอกบัวบาน ก็เหมือน 2 เจ้าได้มาสมรสกันนี่เล่า กรรมเวรได้สร้างนำมา บัดนี้ผู้ข้าจะปัดเคราะห์ 2 เจ้า มีทั้งเคราะห์ปี เคราะห์เดือน เคราะห์วันยามร้ายกาจ เคราะห์ป่าเดินจร เคราะห์เมื่อนั่งนอน เหน็ดเหนื่อย เมื่อยไข้ และ เคราะห์ปวดกายา เคราะห์โลกาอุบาทว์ มีทั้งปากขาด และ ตัวจน เคราะห์ลมฝนเปลี่ยวเปล่าเคราะห์เก่าเมินนาน เคราะห์เมื่อคืนบ่หัน เคราะห์เมื่อวันบ่รู้ ได้มาซกสูกายา 32 เคราะห์นานา อาจจ้างมีทั้งเคราะห์เสือหมี และ ช้างม้า วัว ควาย เป็ดไก่หมูหมา ก็หื้อตกจากกายา 2 เจื้องเจ้า ไปเสียในวันนี้ ยามนี้ วันนี้ และ ดีดี ลดดั่งน้ำกลิ้งในบัวใบบอน สมดังคำพระภูธร กล่าวไว้ว่า สัพปัตตา สัพปัตตา สัพทุกขวินาสันตุ 30 สงเคราะห์เจ้าทั้งสอง ก็ตกไปแล้วพี่น้องทั้งหลายมิตรสหายเขาก็มาตกแต่งงามดี เขาก็มาหยิบเอาบายศรีมิตรเป็นหลายหลืบชั้นใส่ยองคาน มีทั้งสัพพดงดอกบาน เขาก็มาตกแต่งมีทั้งดอกมะลิซ้อน และ สะบันงา มีทั้งดอกเก็ดทะเลาะลิดำห่อ มีทั้งดอกกาสะลอง และ กาหลง มีทั้งดอกคะยง และ กุหลาบ มีทั้งรสหอม สาบทั้งสิ้น มีทั้งปูน จุม และ ปูนฝ่อ งามดี แต้หนอ รึตาผู้ข้าราธนาอันเชิญ 32 ขวัญแห่งเจ้า แม้นไปตกไหนกันเล่า ขอเจิญปิ๊ก ป๊อกคืนมา หากเป๋น 32 ขวัญเจ้า หากไปตกเสียยังน้ำ เป็นเพื่อนปู ปลา ไปตา อรัญญากลาง เถื่อนกว้าง เป็นเพื่อนเสือ สิงห์กระทิง แรดช้าง ก็ขอเชิญรีบเร็วมา แม้น 32 ขวัญเจ้า หากได้ไปตกเหวและตกหาด ตามผาลาดดอยจัน ผู้เข้าเรียกร้องจงมามา กันว่า 32 ขวัญเจ้ามาพร้อมแล้ว จงมารัยลาภลาภา ของเชิญมาทั้ง 2 รับลาภลาภา ผู้ข้าก็ขอเชิญมาทั้งสองเจ้าผู้ข้าจักผูกข้อมือเบื้องซ้าย และเบื้องขวา หื้อได้อยู่เจิญดี หื้อได้มีความดี สมสู่สร้าง บ่หื้อได้เป็นร้าง เป็นหม้าย หื้อได้จูกุ้มจิ่นญาติจีวัง กันว่าเจ้าทั้ง 2 ได้เป็นผัวเมียกั๋นแล้ว หื้อได้อยู่สุขเจริญดี นั้นจั่งจุ่งมีเตียงแต้ดีหลี ยันตนนิมิตัง วะ มัง กะ ลัง จะ โย จะ มา นะ โป สะ สะ กุ นัง สะ โท ปะ มัน กะ โฮ ทุ มิ นัง อะ กัน ตัง พุทธา นุภะ เวนะ สะเมน ยันตุนนิ มิ ตัง วะ มัง กะ ลัง จะ โย จะ มา นัง นา โปสสะ กุ นัง สะ โท ปะ มัน กะ โฮ ทุ มิ นัง อะ กัน ตัง พุทธา นุ ตะ เว นะ สะ เมน สะ กะ ตะ สังขา ระ ตะ นัง โอ จะ ถัง โอตะ มัง วะ รัง อะ โห มิ ยัง สังขา เต เสสุ ทะ คินา นะ จันตุ ปัด ทะวา จะ เม โลกา อุ ปะ สะ เมน ตุ เต
กิตติมา : อย่างเมื่อสักครูนี้เรียกพิธีเรียกขวัญแต่งงานใช่ไหมคะ / มีคำแปลย่อหรือไม่ แบบว่าพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไรในบทนั้น
พ่อคำปัน : ก็มีผูกขวัญแต่งงาน ให้พร
กิตติมา : แล้วพิธีสู่ขวัญ นอกจากแต่งงานแล้วยังมีพิธีอะไรอีก
พ่อคำปัน : ผูกขวัญแล้วก็ให้พรเสียเท่านั้น
กิตติมา : นอกจากพิธีแต่งงานแล้วังมีงานอะไรอีกที่เขาใช้พิธีสู่ขวัญ / อย่างเช่นว่าคนเจ็บไข้ได้ป่วย เขาสู่ขวัญกันไหมคะ
พ่อคำปัน : สู่ขวัญด้วย
กิตติมา : คนเจ็บใช่ไหมคะ / นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกคะพ่อ คำเรียกขวัญคนเจ็บ
พ่อคำปัน : สู่ขวัญหรือ
ดี แล อะจะไนวัน ก็หากเป็นวันดี จักผู้เบื้องซ้ายเจ้าไว้ บ่หื้อขวัญเจ้าได้หนี ผูกขวัญเจ้าไว้หื้อได้อยู่ดีกว่าเก่าจักผูกขวัญเจ้า เล่าไป ด้วยเดช อันบริสุทธิ์ ที่ บูชา โลกเข้าหาลือ แปลจะผูกเอาเพชรและแสง ก็หื้อมัน ผู้เข้าจักผูกมือเบื้องซ้ายบ่หื้อขวัญเจ้าหนี จักผูกขวัญเจ้าไว้ได้อยู่ดี ยิ่งกว่าเก่า จักผูกขวัญเจ้าละไว้ โดยไปกับเต๊ดตำบล หรือชุดฝันบูชาโลก เข้าหาลือแปงแม้นจะผูกเพชรและ แสง ก็หื้อมันไปกับเต๊ด เช่นนี้ บ่สั้น บ่ยาว พอประมาณ จักผูกช้างไปสั้นก็หื้ออยู่จักผูกเอาวัวควาย ขี้หลุดก็ห้อหวน จักผูกกับคนก็หื้อหาย พยาธิมัน ก็ดี กว่า เชือก บ่วงบาศ ทั้งหลายจู่แห่ง อยู่ ปาทา ไปปาเทดจินี่หนา มี อานุภาพ แดนวิเศษ ปวงข้าจะมัดมือ เบื้อซ้ายเจ้าไว้ บ่หื้อขวัญเจ้าได้หนี ไป อยู่ฉิมพลี ใน ป่า ไปล่าเดินดง ไปหลงแอ่ว เดิอนมืด ขวัญเจ้าไปเล่นและตกใจ บ่หื้อ ขวัญเจ้า ไป เล่น และ ตกใจ บ่หื้อขวัญเจ้าไปอยู่ดงไพร และ ป่าเถื่อน พบเพื่อน แรด ช้าง และ เสือ หมี ผี ยักษ์ เย็น ตัวใหญ่ หื้อได้อยู่ดี มีสุข ตั้งแต่วันนี้ ยามนี้ ไปนั้น จงจักมี เตี่ยงแต้ ดี
พ่อคำปัน : มีเท่านี้แหละครับ
กิตติมา : มีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ใช้ในการสู่ขวัญ
พ่อคำปัน : มี แต่งขันให้สวยงาม
กิตติมา : แล้วมีอะไรอีกคะ
พ่อคำปัน : มีไก่
กิตติมา : ไก่กี่ตัว
พ่อคำปัน : มี 2 ตัวนั่นแหละ / มีกล้วย / ข้าวต้ม / ขนม
กิตติมา : มีข้าวสารด้วย / ดอกไม้ / อย่างที่เขาทำบายศรีส่วนมากเขาทำกันกี่ชั้น
พ่อคำปัน : ก็แล้วแต่
กิตติมา : แล้วแต่เรา / แล้วมีความหมายหรือเปล่าว่าชั้นนี้หมายความว่าอย่างไร
พ่อคำปัน : อันนี้ไม่เคยได้ยินนะ แต่เขาบอกว่ามีหลายหลืบชั้น เอามาใส่ยองคานมีดอกไม้หลายชนิด
กิตติมา : นอกจากแต่งงาน / คนเจ็บ คน ป่วย / แล้ว ยังมีอะไรอีกที่เขาใช้สู่ขวัญกัน / งานบวชมีไหมคะ
พ่อคำปัน : อันนี้พ่อร้องไม่ได้
กิตติมา : ไม่ต้องร้องให้ฟังก็ได้อยากรู้ว่าเขาทำกันอย่างไร
พ่อคำปัน : เวลาบวช ก็ เอาพระมา มีเงินใส่ซองไว้ให้พระแล้วพระจะจัดการเองแล้วทำซองอ้อย ( หมายถึง ถังสีเหลือง ที่ใส่ต้นอ้อย ปักตรงกลาง) เอาของใส่ไป ( เช่น แฟ๊บ สบู่ ยาสีฟัน ) / เอาที่นอนใส่ ผ้าปูที่นอนใส่ มุ้ง หมอน ใส่ลงไป ตกแต่งให้สวยงาม
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อฯ