ประเพณีขึ้นท้าวทั้ง ๔
วิทยากร
: นายคำนอง นวลดั้ว อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 หมู่ที่10 ต.เวียง อ.เทิง จ. เชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: กัลยา วรรณสาร นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
นายคำนอง นวลดั้ว
ท้าวทั้ง ๔ หรือเรียกว่า ท้าวจตุโลกบาล เป็นเทวดาที่รักษาทุกข์สุขของมนุษย์โลกไว้ทั้งสี่ทิศ และทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่มนุษย์โลก อำนวยความสุขความเจริญให้แก่มนุษย์โลกทั้งหลายอีกด้วย ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ องค์นี้ คือ
๑. ท้าวกุเวร ( หรือบางทีเรียกว่าท้าวเวสสุวรรณ) มีหน้าที่รักษาอยู่ทางทิศอุดร (เหนือ) มีพวกยักษ์เป็นบริวาร
๒. ท้าวธตะรัฐ มีหน้าที่รักษาอยู่ทางทิศบูรพา ( ตะวันออก) มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร
๓. ท้าววิรุฬหก มีหน้าที่รักษาอยู่ทางทิศทักษิณ ( ใต้) มีพวกอสูรเป็นบริวาร
๔. ท้าววิรุฬปักข์ มีหน้าที่รักษาอยู่ทางทิศประจิม ( ตะวันตก ) มีฝูงนาคเป็นบริวารท้าวจตุโลกบาลหรือท้าวทั้ง ๔ นี้ มีพระยาอินทาธิราชเป็นประธาน ในการทำพิธีขึ้นท้างทั้ง ๔ นี้ มีธรรมเสียมว่าเมื่อจะทำการมงคลต่าง ๆ เป็นต้นว่า ขึ้นเรือนใหม่ แต่งงาน บวชนาค งานทำบุญปอย และงานประเพณีต่าง ๆ เช่น งานพิธีสักการะบูชาเสาอินทขีล ( หลักเมือง ) และในเทศกาลตรุษสงกรานต์ ก็มักจะมีการทำพิธีขึ้นท้าวทั้ง ๔ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
เครื่องพลีกรรม ก็มีขนม ของหวาน คาว บุหรี่ หมาก เมี่ยง กล้วย อ้อย ช่อทุง อย่างละ ๔ ธูปเทียน บรรจุลงในสะตวง ( กระทง) ที่ทำด้วยหยวกกล้วย ขนาดกว้างประมาณ ๑ คืบเศษ หรืออาจเล็กกว่านิดหน่อย เพราะจะต้องเอาสะตวงนี้ไปวางไว้บนเสาไม้ ซึ่งสมมุติว่าเป็นปราสาทของเทวดาทั้ง ๔ ตนนี้ ส่วนอันกลางจะสูงกว่า สมมุติว่าเป็นของพระยาอินทาธิราชองค์ประมุข สะตวงนี้ จะต้องเตรียมไว้ ๕ อัน สำหรับเทวดาและกระทงเล็กอีกองค์หนึ่ง วางไว้ที่ตีนเสาปราสาท สมมุติว่าเป็นของแม่ธรณีเจ้าที่ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในการมงคลที่จัดขึ้น ส่วนความมุ่งหมายในการทำพิธีขึ้นท้าวทั้ง ๔ นี้ ก็เพื่อขอให้เทวดาทั้ง ๔ ตนมาพิทักษ์รักษา คุ้มครอง และดลบันดาลให้มีความสุขสวัสดี ปราศจากภยันตรายทั้งมวล
ในการทำพิธี จะมี อาจารย์ ประจำหมู่บ้านมาเป็นผู้ทำพิธี มีการอัญเชิญเทวดาก่อน แล้วกล่าวคำโอกาสเวนทานถวายแก่เทวดา ให้มารับของพลีกรรมนั้น ๆ แล้วเป็นเสร็จพิธี
วิทยากร
: นายนิพนธ์ อ้ายชัย อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 148 หมู่ 10 ชุมชนสันสลี ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นางบังอร ฮ่วนสกุล นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : 11 กรกฎาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับนายนิพนธ์ อ้ายชัย
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2547 ข้าพเจ้านางบังอร ฮ่วนสกุล นิสิตปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ได้ไปเยี่ยมบ้านนายนิพนธ์ อ้ายชัย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ชุมชนสันสลี ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ประกอบพิธีในงานสิริมงคลต่างๆ และเป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เพื่อสอบถามเรื่องท้าวทั้งสี่ซึ่ง อาจารย์หนานพนธ์ก็เล่าว่า
ท้าวทั้งสี่ เป็นลักษณะของความเชื่อเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน เวลามีกิจกรรมและพิธีการต่าง ๆ ลักษณะของความเชื่อเช่น มีการทำบุญบ้านใหม่ ปลูกบ้านสร้างบ้าน การทำบุญกุศลทางพระพุทธศาสนา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ผู้วายชนม์
ก่อนพิธีการอื่นใดจะเกิดขึ้น ก็จะมีการเซ่นไหว้หรือบวงสรวงทางเมืองเหนือเรียกว่า ขึ้นท้าวทั้งสี่ ท้าวทั้งสี่ในที่นี่เป็นชื่อลักษณะของเทวดา ภาคกลางจะเรียกว่า ท้าว จตุโลกบาล ดูแลทิศทั้งสี่ เบื้องบนมีพระอินทร์เป็นราชาธิบดี เบื้องล่างมีแม่ธรณีเป็นที่สุด
ท้าวทั้งสี่จะบ่งบอกถึงเทพหรือเทวดา 5 องค์ แต่เรียกว่าท้าวทั้งสี่ เทวดาในที่นี้คือ ชั้นจตุรามหาราชิก มีพระอินทร์เป็นราชาธิบดี มีบริวารผู้ที่ดูแลทิศทั้ง 4 คือ พระยาทางเมืองเหนือเรียกว่า พระยาธตรฐะ ตนรักษาทิศตะวันออก พระยาวิรุฬหกะ ตนรักษาอยู่ทิศใต้ พระยาวิรูปักขะ ตกรักษาทิศตะวันตก พระยากุเวระ ตนรักษาอยู่ทิศเหนือ ซึ่งมีราชาธิบดีคือทางเหนือเรียกว่า พระยาอินทร์ตาเจ้าฟ้า คือพระอินทร์
ในเมื่อมีกิจกรรมการงานต่าง ๆ บริวารในเทวดาทั้งสี่เป็นผู้ดูแลสรรพสัตว์มนุษย์โลกทั้งหลาย แต่ละที่แต่ละแห่ง ในวันพระวันศีล มีการสำรวจตรวจสอบในการกระทำความดีของคนทั้งหลายต่าง ๆ ที่ประพฤติปฏิบัติ จึงมีพิธีกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นมา ถ้าเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา
ท้าวจตุโลกบาลหรือท้าวทั้งสี่ ครั้งเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไปแสดงธรรมเทศนาที่ไหน ท้าวทั้งสี่หรือท้าวจตุโลกบาลนี้ จะต้องไปเป็นผู้ดูแลรักษา ไปเปล่งรัศมีคือความแจ้งสว่าง ณ ที่นั้น แม้กระทั่งองค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สำเร็จเป็นสัพพัญญูสัมมาเจ้า
มีพราหม์ถวายข้าวมัสธุปายาทท้าวทั้งสี่ก็จะได้มาถวายบาตรซึ่งเป็นแก้ว แต่ละองค์นำมาแต่ละทิศ ในเมื่อมาถึงแล้วพระพุทธเจ้าก็ไม่สามารถรับได้ ต้องทำให้บาตรที่ได้รับจากท้าวทั้งสี่เป็นใบเดียว รับอาหารข้าวคือข้าวจตุผง ข้าวจตุก้อน จากพาณิชย์ นี่คือความเป็นไปเป็นมาในเมื่อจะมีการกระทำบุญอาทิเช่น การปลูกบ้านใหม่ สร้างบ้านใหม่ จะมีการอัญเชิญเอา ท้าวทั้งสี่
สี่งที่เป็นเครื่องบูชา เครื่องสักการะ บวงสรวงเซ่นไหว้ จะประกอบด้วย เครื่องสี่ มีแกงส้ม แกงหวาน หมากพลู กล้วยอ้อย และเมี่ยงบุหรี่ อาหารลูกส้มของหวานอย่างละ 4 ชิ้น เอาใส่ในสะตวงทางเหนือเรียกว่าสะตวง ทางภาคกลางเรียกว่ากระทง และมีช่อ ช่อแต่ละกระทงก็จะปักด้วยสี่
แต่บางท้องถิ่นบางท้องที่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสี บางท้องที่ก็จะใช้สีขาวบริสุทธิ์บ่งบอกสี่ที่บริสุทธิ์ ขาวสะอาด สะตวงหรือกระทงอย่างละ 4 ช่อ สะตวงอันกลางอันบนจะมีลักษณะฉัตรจ้องหมายถึงว่าบูชาเซ่นไหว้พระอินทร์ซึ่งอยู่สูง อันตัวล่างสุดคือแม่ธรณีก็จะมีข้าวปั้น กล้วยหน่วย หมากกำ พลูใบและดอกไม้ธูปเทียนวางแม่ธรณี
ฉะนั้น คำที่มีกล่าวว่าที่ว่าไว้ก็จะยกตัวอย่างให้ฟังเป็นบางส่วนคือ
"... สุนันตุ พลโต๋ เทวะสังขาโย ดูราพระยาเจ้าทั้งหลายทุกตนทุกองค์คือพระยาธตรฐะ ตนรักษาทิศตะวันออก พระยาวิรุฬหกะ ตนรักษาอยู่ทิศใต้ พระยาวิรูปักขะ ตนรักษาทิศตะวันตก พระยากุเวระ ตนรักษาอยู่ทิศเหนือก็ดี พระยาอินทร์ตาเจ้าฟ้า ตนเป็นใหญ่เจเทวดาทั้งหลายในสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า มีท้าวทั้งสี่เป็นต้น เป็นประธาน ไต้ต่ำใต้มีท้าววิรุฬหกะและนางธรณีเป็นที่สุด บัดนี้ผู้ข้าทั้งหลายหมายมี .(ระบุชื่อของบุคคลเจ้าของพิธีการนั้น ๆ ) ได้ก๋ำเป็งถือศีลกิ๋นตานมากน้อยเท่าไหร่ก็ดี ก็ขอถวายส่วนบุญกุศลเตี่ยมแถมยังสมปารแห่งเจ้าทั้งหลายตนประเสริฐจงมาอนุโมทนายินดี เจ่นผู้ข้าทั้งหลายและก็ขอหื้อเจ้าทั้งหลายจุต๋น จุองค์จงมาปกปักรักษายังพ่อแม่พี่น้องลูกเต้าหลานเหลนตาสีตาสาข้าคนและของเลี้ยงทั้งหลายให้พ้นจากอุปะทวะกังวลอันตรายทั้งหลายให้ระงับกลับหายไปจุคู้จุตัวสัตว์ มีพระยาเวสสุวรรณและนายหนังสืออันจัดโทษ จัดคุณ จัดบาปแก่โลกทั้งมวล ขอได้หลีกเว้นจากเขตบ้านเรือนเมืองของผู้ข้าทั้งหลาย ขอให้ผู้ข้าทั้งหลาย จงประกอบไปด้วยสัปปะสัสดี อย่าให้เจ็บไข้ไม้หนาวทั้งมวล ขอให้พ้นจากภัยยะพิบัติอุปะกังวลอันตรายอันประกอบไปด้วยข้าวของ เงินคำ ช้าง ม้า วัวควาย แก้วแหวนแสนสี่ง ข้าวเปลือกข้าวสาร พร่ำพร้อมทั้งมวลตามดังคำนักคำผาถนา จุเยื่องจุประการนักแต้ดีหลี..."
นี่เป็นคำที่ต้องกล่าวอัญเชิญท้าวทั้งสี่เข้ามารับทราบและเพื่อคุ้มครองดูแลรักษา เป็นจารีตและเป็นประเพณีวัฒนธรรมสืบเนื่องกันมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และบางอย่างบางครั้งจะมีการทำบุญบ้านใหม่ก็ดี พิธีการอื่น ๆ ก็ดี จะประกอบพิธีการขั้นแรกเบื้องต้นที่สุดคือการขึ้นท้าวทั้งสี่ อย่างเจ้าแม่ธรณีเราก็จะมี คำบอกว่า
"สาธุ สาธุ แม่ธรณีเป็นเจ้า ตนเป็นที่เหง้าแก่ลานคำ จักยึดยังกำพระผ่านแผ้ว รบเอายังแท่นแก้วสัพพัญญู ในปวงชมพูด่านด้าว ตังต่านต้าวหนีพ้นมาร ขอเหลือแต่แม่จะฤาษีเชียงคานงามแง่ ยังเหลือแต่แม่เป็นเจ้าชั้นธรณี บัดนี้
ผู้ข้าที่มาเล็งเห็นปารมีแห่งพระพุทธเจ้า แม่ยิ่งมากินปักเก้าปักแกว่งมวยผม แม่มารูดยังน้ำผมไหลหลั่งทั่งท้วมพญามารอยู่ไม่ได้ ลวดปายเตปังด้วยเตชะกำลังแม่เป็นเจ้าชั้นธรณี บัดนี้ ผู้ข้าจึงมีข้าวปั้น กล้วยหน่วย และหมากกำ พลูใบ จักตานทอดตานถึงร่ำเปิงแม่ธรณี จงอนุญาตป๋งปั๋น ในการกระทำเพื่อเป็นสิริมงคลใน ฑีฆากาละบัดนี้ยามนี้เถอะ..."นี่คือตั้งแต่เริ่มต้นบางสิ่งบางอย่างในการจัดเตรียม ในการบอกกล่าว เป็นจารีตที่เราปฏิบัติสืบกันมาเกี่ยวกับคำว่า "ท้าวทั้งสี่" ในที่นี้
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อ