พิธีสิบสองเดือน
วิทยากร
: นายอาแต แซ่ว่าง อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านผาเดื่อ ตำบล แม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นชาวเขาเผ่าเย้า หรือ เมี่ยน แปลว่า งูผู้เก็บข้อมูล
: นายบัญชร เตปินยะ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่ : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับ นายอาแต แซ่ว่าง และนายพรชัย เขียวสาคู
ความเชื่อเกี่ยวกับ พิธี 12 เดือน คือ
ถ้าถึงเดือน 12 ของเผ่าเย้า จะตรงกับวันตรุษจีน วันที่ 1 ของเดือนถัดไป คือเดือนหนึ่ง สมัยก่อนชาวเขาเผ่าเย้าจะอยู่ในป่า ความเจริญยังไม่เข้าถึง ก็จะมีการทำพิธี คือ
- พิธีกำเสือ 2 วัน จะนำพริกแห้งหรือพริกดิบ ผูกด้วยเชือกนำไปแขวนที่ทางเข้าออกของหมู่บ้าน แล้วภายใน 2 วันนี้ห้ามออกไปทำงาน ห้ามนำของเข้ามาในบ้าน ห้ามบุคคลต่างหมู่บ้านเข้าบ้าน ห้ามตากเสื้อผ้า มีความเชื่อว่า เสือมีมากในสมัยก่อน ถ้าทำพิธีนี้เวลาออกไปทำไร่ ทำนา ก็จะรอดพ้นจากภัยอันตรายจากเสือ
- พิธีกำลมทำในวันที่ 20 ของเดือนหนึ่ง ใช้เวลา 1 วัน มีความเชื่อคือห้ามเสียงดัง ห้ามตากเสื้อผ้า ห้ามออกนอกบ้าน ห้ามนำของกลับมาบ้าน เชื่อว่าใครส่งเสียงดังจะถูกลมพัดบ้านเสียหายได้ถ้าใครทำตามพิธีก็จะปลอดภัยจากลมพายุ
- พิธี กำนก กำหนู ทำในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป คือ เดือน 2 ซึ่งเป็นพิธีของเย้า วันแรกจะทำการห่อขนม ไปเที่ยวหมู่บ้านอื่นได้ ไปทำงานได้ เชื่อว่าเมื่อทำพิธีแล้วจะทำให้พืชผลที่ปลูกไว้ ไม่ ถูกนก หนู มาทำลาย
- พิธีกำฟ้า ทำในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป คือเดือน 3 ก็จะมีพิธีกำฟ้า พิธีนี้ใช้เวลา 1 วัน ซึ่งมีความเชื่อว่า เข้าทำพิธีนี้แล้ว เวลาไปทำงานจะไม่ถูกฟ้าผ่า
- พิธี กำขวาน กำมีด ใช้เวลาทำ 1 วัน เชื่อว่า ถ้าทำพิธีนี้แล้วจะทำให้ปลอดภัย เวลาทำงาน จะไม่ถูก มีด หรือขวาน ทำอันตรายได้
วิทยากร
: นายพรชัย เขียวสาคู อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 2 ตำบลป่าซาง อำเภอ แม่ฟ้าหลวง จังหวัด โดยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดมหาสารคาม อาชีพรับราชการครูอยู่ที่จังหวัดเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นายบัญชร เตปินยะ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่ : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับ นายพรชัย เขียวสาคู
เล่าถึงการทำพิธีของคนภาคอิสาน
- เดือน 7 ก็จะมีพิธี บุญชำฮะ (ชำระ) โดยการเอาหญ้าคามาปูที่ประตูที่จะเข้าหมู่บ้าน สิ่งที่เป็นอัปมงคล เสนียดจัญไร จะเข้ามาไม่ได้ จะมาถึงแค่หญ้าคา แล้วเอาหินแร่ (แฮ่) มาหว่านไล่ผี ไล่เสนียดจัญไร ให้ออกไปนอกหมู่บ้าน แล้วจะกลับเข้ามาไม่ได้ ถ้าเข้ามาจะติดที่หญ้าคาที่ได้ปูไว้
- เดือน 6 ก็จะมีพิธีบุญบั้งไฟ ทำไมถึงจุดบั้งไฟ เป็นตำนานมาตั้งแต่สมัยโบราณ
...ตอนนั้น พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพญาค้างคาก (คางคก) ภาษาอิสาน เชื่อว่าคนที่สามารถดลบันดานให้ฝนตก เรียกว่า พระยาแถน บังเอิญ ว่าตอนนั้นไม่ปล่อยให้ฝนตกลงมา 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ปรากฏว่า พญาค้างคาก ที่จริง คือ พระโพธิสัตว์ ได้ส่งกองทัพ เพื่อไปรบกับพญาแถน เพื่อจะให้ปล่อยฝนลงมาให้ได้
ครั้งแรก ส่งพวกต่อแตนขึ้นไปสู้พระยาแถน สู้ไม่ได้ ต่อ แตน เลยถูกฟัน ลำตัวจึงเป็นตัวลาย ๆ และเป็นปล้อง ๆ ต่อมา ครั้งที่ 2 พญาค้างคาก ได้ส่งพวกงู อสรพิษ ขึ้นไปสู้ ถูกพวกของพญาแถนใช้มีดดาบฟันตามตัว พวกงูเลยมีเกล็ด
ตามตำนานของชาวอีสาน ปรากฏว่าเมื่อสู้ไม่ได้ พญาค้างคากหรือพระโพธิสัตว์ ก็เลยขึ้นไปเอง ได้วางแผนอย่างรอบคอบ โดยส่งมอดไปเจาะด้ามดาบ ด้ามหอก และตัวคันธนู ของบรรดาทหารของพญาแถน
เสร็จแล้วพญาค้างคาก ก็เลยขึ้นไปต่อสู้กันโดยชนช้างกับพวกพญาแถน พวกพญาแถนสู้ไม่ได้เพราะด้ามหอก ด้ามดาบ พังไปหมดแล้ว ลูกน้องของพญาแถนคือ ทหาร สู้ทหารของพญาค้างคากไม่ได้ เจ้านาย คือ พญาแถน กับพญาคางคก ก็ต่อสู้กันเอง
พญาคางคกขี่ช้าง (แต่ตำนานอีสาน เชื่อว่า ขี่หลังเต่า) ต่อสู้จนได้รับชัยชนะ พญาแถนสู้ไม่ได้ เลยมีการทำสนธิสัญญาว่า เราจะปล่อยฝนลงไป แล้วจะปล่อยตอนไหนเราถึงจะรู้ได้ พญาค้างคากเลยบอกพญาแถนบอกว่า ถ้าจะให้ท่านคือพญาแถนปล่อยฝน เราจะให้สัญญาโดยการจุดบั้งไฟ ให้ท่านเตรียมตัวปล่อยฝนลงมา
เสร็จแล้วปรากฏว่า ก่อนที่ฝนจะตกนั้น คางคกจะร้องแล้วพญาแถนก็ถามว่า ถ้าเราปล่อยฝนลงไปแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านได้รับน้ำฝนแล้ว พญาค้างคาก เลยบอกว่า จะให้กบ เขียด ร้องขึ้น เสร็จแล้วพญาแถนจึงถามว่า
เมื่อเราปล่อยฝนลงไปแล้วเมื่อไหร่จะให้เราหยุดปล่อยฝน พญาค้างคาก ก็บอกว่าเราจะให้คนบนโลกมนุษย์นี้ให้สัญญาน โดยให้ปล่อยว่าวขึ้น ซึ่งว่าวจะมีธนูติดอยู่และธนู จะส่งเสียงดัง หวือ ๆ...
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อฯ