การดูฤกษ์ ดูยามในหมู่บ้านท่าข้าม
วิทยากร : พ่อตาคำ ยาวิเลิง อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 206 หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
ผู้เก็บข้อมูล : กิตติมา รัศมี นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา
วันที่เก็บข้อมูล : 8 กรกฎาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับพ่อตาคำ ยาวิเลิง
กิตติมา : วันนี้หนูจะให้พ่อพูดเกี่ยวกับการดูฤกษ์ ดูยามในหมู่บ้านท่าข้ามเราว่ามีความเป็นมาอย่างไร
พ่อตาคำ : ฤกษ์ยามในหมู่บ้านท่าข้ามเราเวลาคนที่ไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วยไม่ดีไปโรงพยาบาล ไม่หาย กลับมาที่บ้านก็มาดูฤกษ์ดูยามของหมู่บ้านเรานี้ มาไล่ชะตา อายุนะ แบบว่าคนเกิดปีนี้อายุเท่าไร สมมุติว่าอายุได้ 20 ปี ก็มาไล่ตามนี้ ถ้าว่าไปตก ไล่ไป 20 ไปตก1 , 5 ชะตาจะขาด ให้ไปสืบดวงชะตา ไปใส่ไหข้าว บูชากันก็จะดีมา มันจะมีหลายอย่างอยู่ มันเกี่ยวกับ หนังสืออันนี้ เป็นหนังสือของบ้านเรานะ มันอยู่สบายแล้ว ก็มาไล่ดวงชะตาวันเกิดว่า ใครเกิดวันอะไร ปีอะไร เดือนอะไร มาไล่ตามอายุของแต่ละคนที่ไม่สบายนั้นก็ให้ส่งชะตาไม่ตรงพื้นเมือง เราเรียกว่า สะโตง ส่งเคราะห์ ส่งจุน จุนหน้า จุนหลัง ทำทั้ง 4 ทิศ เรียกจตุรงค์ทั้ง 4 ต้องทำสะโตง พื้นเมืองและ ในสะโตงต้องมี มันมีหลายอย่าง คือ วัว เสือ ถ้าป่วยมากก็ส่ง 4 อัน มีหนู เราเป็นแมว
อันที่ 1 รูปเสือ รูปคน / อันที่ 2 รูปแมว รูปคน / อันที่ 3 รูปวัว รูปคน / อันที่ 4 รูปหนู รูปคน เราเรียกจตุรงค์ทั้ง 4 คนเจ็บคนป่วย หายป่วย หายวัน หายคืน ถ้าจับใส่จุนหน้า จุนหลัง ตะวันตก ตะวันออก อันนี้ส่ง 2 อย่าง อย่างไปตะวันตกเจ็บป่วยมา กลับมาก็มาส่งดวงชะตา ไปทางนั้น อีกทิศหนึ่งไปทางทิศใต้ ทิศเหนือ มันก็มี 2 อย่าง ทิศใต้ก็พึ่งราชสีห์ ทิศเหนือ ก็พึ่งช้าง ช้างกับราชสีห์ก็ไม่ถูกกัน ทีนี้เราก็มาส่ง ถ้าไปกรุงเทพฯ กลับมาไม่สบาย เราก็มาดูชะตา ว่าได้อะไร กลับมาบ้าน มีของดำ ของขาว แล้วแต่เราจะส่งของดำของขาว กลับไปทางสะโตง แล้วก็จะหายป่วย
กิตติมา : อย่างขึ้นบ้านใหม่
พ่อตาคำ : พิธีขึ้นบ้านใหม่ เราก็จะดู วันเสีย สมมุติ ว่า เป็นเดือนเกี๋ยง เดือน 5 เดือน 9 ถ้าขึ้นบ้านใหม่จะเอาเดือน 4 เดือนหก เดือนแปด เดือนคู่ เดือน 4 เราก็จะดูวันเสีย ขึ้นบ้านใหม่มีอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเกศตกที่นอนก็ขึ้นไม่ได้ ถ้าเกศตกไฟ ขึ้นได้ ขึ้นบ้านใหม่ เดือนหก วันเสีย วันอังคาร ก็ขึ้นไม่ได้ วันเสียขึ้นกี่ค่ำ แรมกี่ค่ำ ดูวันเก้ากอง วันไม่ได้ ขึ้นไม่ได้ ขึ้นบ้านใหม่สำคัญ ต้องหาวันดี ดี ขึ้นบ้านใหม่จะใช้แบบพระก็ได้ พระจะสวดแล้วเอาของขึ้นจะมี เจ้าของบ้านจะนำขันแห่เทียน หาบหม้อนึ่งไหข้าว พระเชิญขึ้น ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้ว
กิตติมา : นอกจากดูฤกษ์ ดูยามกับพิธีพวกนี้ แล้วยังมีพิธีอะไรอีกบ้างในหมู่บ้าน
พ่อตาคำ : มีหลายอย่างอยู่ คือคนไม่สบายจะไปดูฤกษ์ ดูยาม หาหมอ บางคนเอาหม้อนึ่ง ไหข้าว มาตั้งไว้ เรียกว่า ปู่ดำ ย่าดำ ดูว่าเป็นอะไร ผีร้าย หรือ ผีอะไร ที่มาทำให้เราถ้าผีร้าย ข้าวก็จะแกว่ง ผีดีทำ ข้าวก็จะแกว่ง ผีดีอยู่จุดไหน ผีในบ้านปกป้องบ้าน เราก็ไล่ไป ผีบ้านกินอะไร ผีปู่ย่ากินอะไร ไล่ไป กินไก่ ส่ง 4 ส่งนา ได้ ถ้าไม่ได้ไก่คู่หนึ่ง ผีไม่ยอมก็เอาไก่ไปเลี้ยง พักไว้ 3 วัน เอาหมูไปเลี้ยง เอาไก่ไปเลี้ยง ถ้าไก่ไม่กิน จะกินหมู การดูหมอ บางคนก็ใช้วาไม้ ถ้าผีเข้าก็วาไม้ ไม้จะออก ถ้าใช้ไม้จะออกถ้าไม่ใช้จะไม่ออก ถ้าผีอันนี้เข้า วาไม้ ไม้ก็จะยาว ดูว่าผีจะกินอะไร แล้วก็เลี้ยงเสีย ก็จะดี หายป่วย
กิตติมา : แต่งงานเขาดูกันไหมคะ
พ่อตาคำ : ก็ดูเหมือนกัน / ดูแต่งงานก็มีหลายอย่าง เอาวัน เดือน ปี เกิด ของ 2 คน มาบวกลบคูณ หารเข้ากัน บางคนก็จะดูตัวพึ่ง / หากว่าคนหนึ่งพึ่งเสือ คนหนึ่งพึ่งวัว มาแต่งงาน กัน ก็จะทะเลาะกัน หากคนหนึ่งพึ่งแมว คนหนึ่งพึ่งหนู แมวก็จะมีความสุข มีหลายอย่าง แล้วแต่หมอดู เพราะหนังสือดูดวงไม่เหมือนกัน ตำราไม่เหมือนกัน คนหนึ่งว่าดี อีกคนหนึ่งว่าไม่ดี
กิตติมา : งานศพเขาดูกันไหมคะ
พ่อตาคำ : งานศพก็ดูกันอยู่ / ดูวันเสีย ถ้าว่าวันเสียประจำเดือนนี้วันเสียส่วนใหญ่เขาจะไม่ทำกัน ทุกสิ่งทุกอย่าง จะทำอะไร ปลูกบ้านใหม่ จะเกี่ยวข้าว จะทานข้าวใหม่ สมัยก่อนมีหมด คนแก่เขาจะดูฤกษ์ ดูยามกัน จะไปเกี่ยวข้าว ก็จะดูกัน แม้แต่จะทำเล้าไก่ ยังหาว่าวันดีหมด
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อฯ