ผีปกกะโหล้ง, ผีก๊อกกะโล่ง


วิทยากร
    :   
อาจารย์อยู่ โนราช อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เทิง จ. เชียงราย

ผู้เก็บข้อมูล
    :   
กัลยา วรรณสาร นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

อาจารย์อยู่ โนราช

ผีปกกะโหล้งตามความเชื่อของคนโบราณ เป็นผีชนิดหนึ่งที่อยู่ตามในป่าเขาลำเนาไพร ป่าเขาใหญ่ ป่าทึบ ป่าเล็กป่าน้อยไม่มี

การแสดงฤทธิ์ หรืออำนาจอภินิหารที่ผีปกกะโหล้งแสดงออกมานั้น คือ การแสดงปฎิกริยาก็ คือ

1. จะเป็นสัตว์ออกมา
2. จะเป็นลม ลมพายุขนาดใหญ่

มันจะแสดงอภินิหารให้เราต้องใจกลัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เช่น ท้องฟ้าแจ่มใส แล้วก็เกิดพายุหรือลมพัดขันมาโดยไม่มีทีท่ามาก่อน ต้นไม้หักโค่นล้มระเนระนาด ถ้าเรายิ่งมีอาการตกใจกลัว มันก็ยิ่งแสดงอำนาจให้เราเห็นอีก แต่ถ้าเราแสดงท่าว่าไม่กลัวหรือตกใจ ไม่ประหวั่นพรั่นพรึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็จะพ่ายแพ้ไปเอง

อิทธิฤทธิ์อีกอย่างหนึ่งที่ผีปกกะโหล้งมักจะแสดงออก คือ การแปลงกายเป็นสัตว์ต่างๆแล้วก็หนีหายไป

ผีปกกะโหล้งจะเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่เวลาเย็น 5 โมงขึ้นไปจนถึงกลางคืน เวลากลางวันมักไม่เกิดขึ้น บริเวณที่อยู่ของผีปกกะโหล้ง จะมีที่อยู่เป็นที่เป็นทางเกิดขึ้นบริเวณไหน ก็จะเกิดตรงบริเวณนี้สม่ำเสมอ เมื่อแสดงอิทธิฤทธิ์เป็นพายุ มีต้นไม้หักล้มแล้ว วันรุ่งขึ้นเราไปดูสถานที่แห่งนั้นก็จะไม่ปรากฎว่ามีต้นไม้โค่นล้มให้เห็นแม้สักต้น

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 

วิทยากร
    :   
นายวันไชย สุยะเสน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 102 หมู่ที่ 6 ต. ขุนควร อ. ปง จ. พะเยา

ผู้เก็บข้อมูล
    :   
นางสาวจันมิตร หล่อวงศ์ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

ผู้เก็บข้อมูล กับ นายวันไชย สุยะเสน

จากการเล่าของนายวันไชย เล่าว่าผีป๊กกะโหล้งจะเป็นผีที่ตายโหง หรือผีที่ไม่มีญาติ ไม่มีที่จะอาศัยเหมือนผีอื่น จะอยู่ตามป่าตามเขา หรืออยู่ตามที่รกร้าง หรือบ้านร้าง จะเป็นผีที่ไม่ดุร้าย แต่จะเป็นผีที่ชอบทำความรำคาญให้กับเรา คือชอบทำเสียงดังอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะตลอดทั้งคืน

ผีป๊กกะโหล้งเวลาหลอกหลอนจะไม่เกิดเป็นรูปเป็นร่างอะไร จะหลอกหลอนโดยการทำให้เกิดเสียงดังมาก ๆ เป็นระยะ และตลอดคืน และมักจะเกิดที่เดิม จนทำให้ผู้ที่ถูกหลอกหลอนเกิดความรำคาญ บางคนก็จะกลัวเมื่อเจอกับตัวเอง

ผีป๊กกะโหล้งนี้ส่วนมากจะเกิดจากในสมัยก่อน เพราะในสมัยก่อนผู้คนมีน้อย และบ้านเรือนก็ยังไม่ค่อยมี ถ้ามีก็มีแบบเป็นที่ซุกหัวนอนเป็นเพิง พอที่จะใช้นอนได้ไม่มีฝากั้น ไม่มิดชิดเหมือนสมัยปัจจุบัน และบ้านเรือนแต่ละหลังก็จะปลูกอยู่ในเนื้อที่ของใครของมัน บ้านแต่ละหลังก็จะอยู่ห่างกันออกไปมาก เพราะแต่ละครอบครัวจะอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นแบบครอบครัวใหญ่ ไม่ได้เน้นการหาที่อยู่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย เมื่อแต่งงานก็จะเอาลูกเอาเมียอยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ อยู่โดยไม่ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ จึงทำให้บ้านผู้คนอยู่ห่างกันมาก

ผีป๊กกะโหล้งนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า การที่ผีทำให้เกิดเสียงดังนั้น มันเกิดจากเสียงอะไรกันแน่ เพราะไม่มีใครอธิบายได้ และในปัจจุบันก็ยังมีอยู่แต่จะมีตามป่าเขา เมื่อใครไปนอนตามเพิงตามป่าเขาก็จะยังมีเสียงนี้อยู่ เขาบอกว่าเสียงของมันจะดัง ป๊กกะโหล้ง ๆ ๆ ๆ ๆ จะดังแบบนี้ไปตลอด เขาจึงเรียกเสียงนี้ว่า เสียงของผีป๊กกะโหล้ง คงจะเรียกตามเสียงของมันตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่เรียกกันมา ลูก หลานก็จะเรียกตามผู้เฒ่าผู้แก่มาโดยตลอด

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 

วิทยากร
   :  
แม่อุ้ยดี รวมสุข อายุ 79 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ตำบลเชียงแรง กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

ผู้เก็บข้อมูล
   :  
นายจิรยุทธ์ รวมสุข นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

ผู้เก็บข้อมูลกับแม่อุ้ยดี รวมสุข

เล่าเรื่องผีปกกะโล้งว่าลูกเขยชื่อสมาน ตอนกลางคืนนั่งขัดสมาธิ มันมาดัง ตึบๆ ลงมาจากดอย มีวัว 1 คู่ มีกระบืออยู่ประมาณ 3-4 ตัว โดยลูกเขยสมานนอนอยู่คนเดียว ในตอนต้นปีที่กำลังจะทำนา

ตอนเย็นได้เอาหม้อนึ่งไปแช่น้ำที่ลำธารในป่า เพราะอยากให้ฝนตกเพราะจะได้ทำนา ตกตอนกลางคืนหลังจากกินข้าวเสร็จ ลูกเขยสมานกำลังจะเข้านอน ก็ได้ยินเสียงดัง ตึบๆ เท้ามันเหมือนเท้าช้าง ดังสนั่นหวั่นไหว ไปหมด วัว กระบือข้างล่างก็หูตั้ง ก็เลยเตรียมค้อนไว้ คิดว่าถ้าเข้ามาหาจะเอาค้อนทุบหน้าผาก

มันก็เดินไปเดินมา เดี๋ยวก็ไปเล่นถ้วยเล่นช้อน มันจะเป็นคนหรือ ก็เตรียมค้อนไว้ ถ้าเข้ามาก็จะฟันตัว และแล้วก็ไม่เห็นมี แต่มันก็เดินไปเดินมา ลูกเขยสมานที่นั่งอยู่ในมุ้ง ก็ไม่เห็นตัวมัน มันก็เดินรอบๆ มุ้ง เดินรอบไปรอบมา กระท่อมก็สั่นสะเทือนไปทั้งหลัง วัว กระบือ ข้างล่างก็หูตั้งหมด

ลูกเขยสมานทำไมไม่บอกมันเสียว่า ถ้าได้ทำอะไรที่มันล่วงเกินไปแล้วนั้น ก็ขอโทษ ขออภัยกับเจ้าที่เจ้าทาง แต่ลูกเขยสมานก็ยังไม่บอก ก็รอดูมัน มันก็เดินไปเดินมาแถวๆ ปลายเท้าเรื่อย สักครู่มันเบื่อ มันก็ลงจากกระท่อมขึ้นดอยไป ดังตึบๆ ฟังจนสุดเสียง

ลูกเขยสมานก็เตรียมค้อนเอาไว้ถ้ามันมาจะฟันมันให้ดู หาตัวแล้วก็ไม่มี เป็นเพราะว่าเอาหม้อนึ่งไปแช่ไว้ในลำธาร มันผิดธรรมชาติ โดยการมัดคอหม้อนึ่งแล้วก็เอาแช่ไว้ในลำธาร ก็นอนอยู่อย่างนั้น

เพราะว่ามันไม่มีน้ำที่จะทำนา คือผีปู่น้อยสาน ป่าแถวนั้น เป็นของปู่น้อยสานหมด เพราะเขาตายโดนกระทิงขวิด ปู่น้อยสานก็นอนอยู่ในซอกผาที่ดอยทาบ่อส้ม กระทิงก็เลยเลียและขวิดจนตาย ตอนหลังกระทิงโดนยิง เขาของกระทิงอยู่ที่ศาลอำเภอเทิง เนื้อมันก็กินไม่ได้เพราะกระทิงมันกินเลือดคน ปู่น้อยสานตายที่นั้น เนื้อที่ในป่านั่นเป็นของปู่น้อยสานทั้งหมด ถ้าข้ามลำน้ำลาวไปก็ต้องบอกกล่าว

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 

วิทยากร
   :  
แม่เทา จตุนาม อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 ตำบลเชียงแรง กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

ผู้เก็บข้อมูล
   :  
นายจิรยุทธ์ รวมสุข นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

ผู้เก็บข้อมูลกับแม่เทา จตุนาม

สมัยเมื่อพ่อภาคไปในป่า มี กาบ และเกี๋ยง เอาหม้อไปตักน้ำที่ลำธาร พอดีนอน 2 คน กับจิตร นอนไม่ได้เพราะผีมางหลาง หรือผีปกกะโล้ง ร้องว่า กู อยาก ๆ พ่อภาคกับพ่อจิตรก็เลยหนีกลับมานอนที่บ้าน เพราะนอนไม่ได้ ถ้าเราไปบอกเจ้าน้อยสาน ว่าอย่าทักผิด ทักถูกเด็กเลย ถ้าได้ขึ้นที่ต่ำหรือได้เหยียบที่สูง ก็ขออนุญาตอย่าให้ได้เป็นบาปเป็นกรรม มีอะไรก็กินด้วยกัน อย่าให้ได้เจ็บเป็นป่วยไข้ หากินก็ขอให้ได้ ทำอะไรก็ขอให้อย่ามีอุปสรรค ผีอยู่ส่วนผี คนก็อยู่ส่วนคน

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 

วิทยากร
   :  
พ่ออุ้ยหนานต๋า จตุนาม อายุ 79 ปี บ้านเลขที่ 24 หมู่ 1 ตำบลเชียงแรง กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

ผู้เก็บข้อมูล
   :  
นายจิรยุทธ์ รวมสุข นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

ผู้เก็บข้อมูลกับพ่ออุ้ยหนานต๋า จตุนาม

ผีปกกะโล้ง มีคนอยู่บนกระท่อมในป่า โดยมีลูกเสืออยู่ที่ข้างล่างของกระท่อม โดยเจ้าของกระท่อมได้เอาอะไรทับไว้ แล้วก็มีเสือตัวใหญ่ตัวหนึ่งมา ลูกของมันก็ขึ้นไปบนกระท่อม แล้วเสือตัวใหญ่ก็ขึ้นไปบนกระท่อมลากเอาคนที่มัดลูกเสือไปกิน และมีอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นน้องของคนที่โดนเสือลากไปกิน ไปส่องสัตว์ในป่าอยู่บนต้นไม้ ก็มีผีขึ้นต้นไม้มา ซึ่งเขาก็เตรียนปืนไว้ที่จะยิง แต่ก็กลัวมากที่สุด ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะเกิดความตกใจเป็นอย่างมาก พอสว่างก็กลับไปที่บ้าน อีก 3 วันต่อมา ชายผู้นั้นก็เสียชีวิตเกิดจากผีป่าที่อยากจะเอาไปอยู่ด้วย

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 

วิทยากร
   :  
นางอวน ศิริชมภู อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 11 บ้านป่าอ้อดอนชัย ตำบลป่าอ้อดอยชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ผู้เก็บข้อมูล
   :  
นายชัชวาล ปัญญาไชย นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา

วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547

ผู้เก็บข้อมูล กับ นางอวน ศิริชมภู

ผีก๊อกกะโล่ง เราก็ร้องนี่หรือผี ถ้าเป็นผีตีอีกครั้ง มันก็ตี โป๊ก โป๊ก โป๊ก ผีก๊อกกะโล่ง

กลับขึ้นบนกลับขึ้นบน

 


ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อ