ผีกระสือ, ผีสือ
วิทยากร
: นายยุทธ โนราช อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 252 หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เทิง จ. เชียงราย
ผู้เก็บข้อมูล
: กัลยา วรรณสาร นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา
วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
นายยุทธ โนราช
ผีสือ ตามประสบการณ์ของนายยุทธ โนราช ที่เล่ามาบอกว่าผีสือ จะเกิดขึ้นกับผู้หญิง หากินกับของเน่า ของเหม็น เช่นวัว ควายที่ตายแล้ว หรือสัตว์อื่นที่ตายแล้ว ผีสือ มักจะไม่มีอันตรายใด ๆ กับคน ผีสือเท่าที่ได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่ามา จะมีประกายแสงออกมา วูบวาบ ผีสือ มีครั้งหนึ่งตอนลุงยุทธ โนราช อายุได้ 17-18 ปี ไปเลี้ยงควายอยู่ที่คอก ได้เห็นประกายแสงแลบออกมาจากปลายทุ่ง แล้วผีสือมันจะมาเลียแผลของควายที่เน่า สักครู่เมื่อ มันได้ยินเสียงกรอบแกรบ ๆ ดังอยู่ ใกล้ ๆ กับคอกควายที่อยู่ แล้วมันก็จะหายไป
ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่นั้นจับผีสือจับได้บ้างไม่ได้ บ้างและบางคนบอกว่า เมื่อก่อนจะมีหมอเสกคาถาใส่ไม้ แล้วนำไปชี้ที่ผีเพื่อให้ผีหยุด ผีสือไม่ได้เป็นกันทั้งตระกูล แต่จะสืบทอดมาจากตระกูลแต่จะเป็นเฉพาะคนที่ขวัญอ่อนเท่านั้น วิธีการเดินทางของผีสือ มักจะไม่เดินลงทางบันได แต่จะมีแสงลงทางเสาขวัญซึ่งเป็นที่สิงสถิตของผีสือ ตามรู ตามร่อง ข้างฝา ผีสือจะสะกดคนในครอบครัวให้หลับ และย่องออกจากเสาขวัญลงมา เพื่อไปหากินกับสิ่งของเน่าเหม็น เช่นสัตว์ที่ตายแล้ว ตามทุ่งนา ห้วยหนอง คลอง บึงการปรากฏตัวของผีสือจะเป็นแสงประกายสีเขียวเท่าหัวแม่มือ ถ้าผีได้ยินเสียงอะไรที่ทำให้ตกใจก็จะเป็นแสงวาบใหญ่ขึ้น และหายไปเข้าสิงสู่ร่างของคนที่ขวัญอ่อนและจิตอ่อนเท่านั้น
วิทยากร
: พ่อแดง วงค์สารภี อายุ 69 ปี แม่คำปัน วงค์สารภี อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 46 หมู่ 2 ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นางกรกรช ไชยประเสริฐ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่ : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ พ่อแดง วงค์สารภี แม่คำปัน วงค์สารภี
โบราณว่าผีกะสือ เป็นผู้หญิง เล่าเรื่องที่ประสบกับผีกะสือสมัยก่อน เป็นบ่าว (หนุ่ม) 2 คน เพื่อนไปแอ่วสาวมา เพื่อนชื่อ นายปาน ไปแอ่วสาวมา แล้วจะขึ้นบนเรือน ก็ไปพบกับผีกะสือ กำลังจะออกนอกประตูเรือน ก็ลักแอบดู (พ๊กผ่อ) ก็มีแสงสีเขียวมาบตกสว่างออกมาสอดไปตามบนเรือนมาบยัวะ(สว่าง) เกือบจะเห็นใบหน้าเป็นครั้งเป็นคราว คล้ายๆ แบบดาวหล่น ที่นี้ลงบันไดไปพื้นบาน พื้นฮ้านน้ำ เซาะ กินกบ กินเขียด คาวเลือด คาวยาง แม่กำเดือน (หญิงลูกอ่อน) เลียกินหมด กำลังเกิดใหม่ จะกินเลือด ต้นซิ้น ติดเสื้อ เห็นมีแสงออกจากจมูก (ฮูดัง) ก่อนจะออกนอกบ้าน 2 คน ลุงปาน ขึ้นอยู่บนต้นมะม่วง หนทางจะผ่านพื้นต้นมะม่วงก้มผ่อ ก็เอาศอกแทง(ตั้งกัน ) ไม่ให้ดิ้น (ขยับ) กลัวผีกะสือเห็น นิ่งอยู่บนต้นไม้พอมันพ้นไปขึ้นถนนไปประมาณ 20 วา ก็พากันกระโดดลงจากต้นมะม่วง วิ่งขึ้นบนเฮือน พากันดัประตูดังมาก แม่ลุกขึ้นมาด่า กลางคืนไม่หลับไม่นอน ไม่ปาก ประมาณครึ่งชั่วโมง มันก็กลับมา ลอดพื้นตะล่างมาเซาะกิน เสร็จ ประมาณ 10 นาที สอดบนบ้านอีกประมาณสักครู่ มันก็เข้าไปนอน เปิดประตูเข้าไปนอน มีไฟตกปากประตู ก่อนจะเข้าไปนอนนั้นเห็นมันไปฮ้านน้ำ สงสัยมันจะล้างปาก ที่มันไปกินกบกินเขียดมาคาวเลือด ล้างปากแล้วก็เข้าไปนอน ก่อนจะปิดประตู แสงไฟที่จมูก ก็ตักยัวะ (สว่าง) อีก แล้วก็จบ
มีเหตุการณ์ผีกะสือที่เห็นอีก 1 เหตุการณ์ที่กลางทุ่ง ที่ส่องไฟฉาย โดยบ้านหลังนี้มีหน้าถังไม้สมัยก่อน ประมาณ 4 ทุ่ม (10 โมงกลางคืน) นอนไม่หลับไปเมาะอยู่หน้าต่าง ดูไปกลางทุ่ง จากบ้านไปหากลางทุ่งประมาณ 500 เมตร ก็เห็นแสงแดงปึ้งลึ้ง (สุกปลั่ง) เลยเอาไฟฉายส่องดู มันก็เหลียวมาแบบเดี๋ยว ยายตี่มาแบบ ก็เลยปิดหน้าถังไม้หน้าบ้านมันก้มาตบหน้าถังไม้ดังโต้มๆๆๆ โวยขนาด ประมาณ 5 นาที ก็ถึง 500 เมตร ที่นี้ก็บอกแม่เด็กเอาปืนมา เอาปืนมา มันก็หนีไป โวยมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณ 42 ปี เหตุการณ์เห็นกับเพื่อนตอนเป็นหนุ่มประมาณ 50 ปีมาแล้ว อายุขนาดนี้มีผีกะสือฮักหรือไม่ บ้านเรามีผีกะสืออีกกี่คนไม่ค่อยมี ไม่ค่อยเห็น ปัจจุบัน หันไกลเวลาฝนตก เลยกลัว ไม่ได้ออกไปไหน กลางทุ่งนาก็เป็นบ้านจัดสรรไปหมด ผีกะสือ หรือผีโมง อาจมีอยู่แม่มันไม่ออก
วิทยากร : นายป่าต๊ะ เยลือ อายุ 63 ปี บ้านทูหมออาเน หมู่ที่ 3 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
ผู้เก็บข้อมูล : จักรกฤช ณ เชียงใหม่ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยา
วันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผีกระสือเป็นผีที่ออกหากินตอนกลางคืน มีหัวและมีใส้ ลอยมา ชอบกินขี้ กินเลือด จะมีแสงออกมาจากหน้าผากตอนกลางคืนเวลาออกหากิน การไล่คนที่ถูกผีเข้า หรือเป็นผีกระสือ ผีปอบ จะต้องใช้มนต์คาถา ถ้าหมอผีที่เก่ง ๆ จะใช้มีดแทงคนที่ผีเข้า คนนั้นจะไม่เป็นอะไร ไม่ตาย ผีก็จะหนีไป ถ้าใครที่รู้ว่ามีใครเป็นกระสือและถ้าไปเล่าให้คนอื่นฟัง คนที่เป็นกระสือจะรู้ว่าใครเป็นคนเล่า
ผู้เก็บข้อมูล กับ นายป่าต๊ะ เยลือ
วิทยากร
: นางแสงบุญ คำแก้ว อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 11 บ้านป่าอ้อดอนชัย
ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นายชัชวาล ปัญญาไชย นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ นางแสงบุญ คำแก้ว
ผีกระสือ สมัยโบราณ แต่ก่อนผีมันลงจากบ้านไป แล้วก็ไปเจอคนบ้าน เขาจะทำสร้อย แหวน ตุ้มหู ไปให้ผีกระสือ เอาขมิ้นมาร้อยเป็นสร้อยไปแลกผี ได้ยินเขาว่ามันจะลงบ้านไป มันเอาดุกแทนตัวมัน เข็มมุด ฝ้าย เอาผ้าห่มหัวมันไม่ให้สามีสงสัย เป็นคนเรานี้แหละ แต่ผีเข้าสิงมัน ก็ไปกลางคืนได้สร้อย ได้แหวน กลับมาบ้าน แล้วคนบ้านก็เปลี่ยนบันไดบ้าน เอาข้างล่างขึ้นข้างบน มันก็สังเกตว่า เอ้ บ้านใช่ แต่ บันไดไม่ใช่ บ้านใช่ แต่บันได ไม่ใช่ ถ้าเป็นผู้ชายนี่ คนบ้านไปเจอมันจะไล่ ถ้าไม่วิ่งเข้าวัดก็ตาย แต่สมัยก่อนวัดจะมีกลอนประตู ปิดประตู วิ่งเข้าวัดก็ปิดประตู ผู้ชายมีดาบ ผู้หญิงไม่มีอะไร หากินตอนหัวค่ำ หรือมาดึก หรือเปล่าก็ไม่รู้ มาหากิน ได้เขาเล่าว่า ถ้ามีสร้อย มีแหวน มันไม่ทำร้าย เอาขมิ้นมาร้อยเป็นสร้อยแลกมัน
วิทยากร
: คุณยายบาง ไก่งาม ปัจจุบันอายุ 87 ปี บ้านเลขที่ 90 หมู่ 3 ตำบลต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาผู้เก็บข้อมูล
: นายชูเกียรติ จันทร์ผ่องศรี นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ คุณยายบาง ไก่งาม
ผีกระสือ : มักจะเป็นผีผู้หญิง ชอบออกหากินตอนเช้ามืด หรือตอนที่มืด จะมีไฟออกจากจมูกเป็นสีเขียว แต่ถ้าเห็นแมวมันจะตกใจมาก ชอบอยู่กลางทุ่งนา ชอบกินกบกินเขียดหลังจากที่ฝนตกแล้ว
วิทยากร
: คุณยายปี๋ ขยันขาย ปัจจุบันอายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 460/1 หมู่ 3 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยาผู้เก็บข้อมูล
: นายชูเกียรติ จันทร์ผ่องศรี นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ คุณยายปี๋ ขยันขาย
ผีกระสือ : เป็นผีผู้หญิง จะออกหากินตอนกลางคืน
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อฯ