ผีปู่ย่า
วิทยากร
: แม่อุ้ยผัด ขันตี 72 ปี อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยาผู้เก็บข้อมูล
: นางสาวเกษฏาภรณ์ ศรีบัวบาน นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
แม่อุ้ยผัด ขันตี
ร่างทรงผีเทวดา / ผีปู่เจ้า / เจ้ากาบปุรี (บุหรี่)การเลี้ยงผีปู่ย่า
ประเพณีเลี้ยงผี หมายถึง การจัดอาหารคาวหวานไปเซ่นสังเวยดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว การจัดอาหารไปสังเวย ดวงวิญญาณผู้ตาย ณ หิ้งผีปู่ย่า หรือหอผี ซึ่งชาวบ้านถือว่า เมื่อปู่ ย่า ตา ยาย ตายไปวิญญาณจะวนเวียนมาปกป้องรักษาลูกหลานดังนั้นภายในบ้านของชาวล้านนาที่เป็นบ้านเก่าแก่ของบรรพบุรุษสมัยปู่ย่าตายาย เรียกว่า บ้านเค้า หรือ เค้าผี จึงจัดทำ หิ้งผีปู่ย่า หรือ ตูบผี ไว้ที่บ้านเค้า ที่สืบเครือญาติเดียวกัน หรือเชื้อสายเดียวกัน เพื่อเป็นสิ่งช่วยพิทักษ์ปัดเป่า ปกป้องให้ไกลจากสิ่งชั่วร้าย การจัดตั้งหิ้งผีปู่ย่ามักตั้งที่สูง นิยมตั้งไว้ที่ด้านหัวนอนของบ้าน สูงจากพื้นกระดานบ้านไปประมาณ 2 เมตร หิ้งผีปู่ย่าถือว่าเป็นของสูง เด็ก ๆ จะไปเล่นไม่ได้ผู้อาวุโส หรือพ่อแม่เท่านั้นที่จะเกี่ยวข้องกับหิ้งผีปู่ย่าได้
ตูบผี / หอผี
ภายในหอผีปู่ย่าเจ้านาย
ผีปู่ย่าเจ้านาย หมายถึงคนที่ตายไปแล้วนับแล้วสืบทอดเป็นสายเลือดเดียวกันหรือเครือญาติเดียวกันที่สืบทอดมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย หลายๆ รุ่น ถือว่าเป็นผีเดียวกัน จึงได้สร้าง ตูบผี หรือ หอผี ไว้ที่บ้าน ที่ถือว่าเป็นบ้านของต้นตระกูลบรรพบุรุษที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และมีคนที่สืบทอดเป็นร่างทรงผีปู่ย่ารุ่นละ 1 คน ซึ่งจะต้องเป็นผู้หญิง
ลักษณะของผู้ที่จะต้องสืบทอดเป็นร่างทรง
ผู้ที่ได้รับการสืบทอดให้เป็นร่างทรงจะต้องเป็นผู้หญิง ที่มีลักษณะพิเศษตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กมาแล้ว มีลักษณะขวัญอ่อน มักเห็นผีหรือสิ่งที่คนอื่นมักมองไม่เห็นกัน มักฝันเห็นเทวดาหรือสิ่งที่มหัศจรรย์ และสิ่งศักดิ์สิทธ์เสมอเมื่อโตขึ้นบรรพบุรุษที่เป็นร่างทรงก็จะบอกยกให้เป็นผู้สืบทอดให้เป็นร่างทรงผีปู่ย่าสืบต่อไปการเลี้ยงผีมี 2 อย่างคือ
1. การบนผี และการเลี้ยงผีปู่ย่า เจ้าของบ้านจะต้องเลี้ยงผีที่หอผีปู่ย่าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีการขอพร หรือ ขอความช่วยเหลือจากผีปู่ย่า ที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วยเหลือลูกหลานได้ เรียกว่าการบนผีปู่ย่า เช่นจะไปสอบตำรวจ สอบเข้าเรียนต่อที่ต่างๆ สอบคัดเลือกเข้าทำงาน คัดเลือกทหาร ฯลฯวิธีการบนผีปู่ย่า คือผู้เป็นร่างทรงจะเอาข้าวตอกดอกไม้ไปบอกกล่าวที่หอผีปู่ย่าเจ้านาย ว่าลูกหลานชื่อ จะไปสอบ หรือให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ขอให้ผีปู่ย่าเจ้านายจงช่วย ถ้าช่วยได้จะแก้บนโดยเอาหัวหมู เหล้าไห ไก่คู่ หรืออื่น ๆ มาถวายผีปู่ย่า และมีการขึ้นขันตั้งขึ้นผี 12 บาท และบนผีอีก 100 บาท
จากนั้นก็จะให้ตัวแทนที่เป็นร่างทรงเอาเข้าตอกดอกไม้ ใส่ถุง พร้อมขันตั้งห้อยไว้ที่หอผีปู่ย่า เมื่อผู้มาบนสอบได้หรือสมหวังหรือหายจากโรคภัย ก็จะจัดของมาแก้บนตามที่บนไว้โดยอัญเชิญ ผีปู่ย่าเจ้านายมาเข้าร่างทรงเหมือนว่ามาฉลองให้ลูกให้หลานอย่างครื้นเครง แต่ถ้าสอบไม่ติดหรือไม่สมหวัง ก็ให้ร่างทรงมาบอกที่ ตูบผี หรือ หอผี ปู่ย่าเพื่อมา ปลดขันตั้ง และเอาเงินคืนให้ผู้ที่มาบน2. เลี้ยงผีหอ หรือตูบผี จะนิยมทำกันปีละครั้ง คือเดือน 5 ของทุกปีเหมือนการรวมญาติโดยการรวบรวมเงินมาเพื่อการเลี้ยงผี จนเป็นประเพณี สืบต่อกันมาทุกปี
พิธีกรรมและขั้นตอนการเลี้ยงผี
1. ทำความสะอาดหิ้ง และหอผี
2. บอกกล่าวนัดหมายญาติพี่น้อง และมีการเก็บเงินรวบรวมเงินตามกำลังทรัพย์ที่มีเพื่อซื้อสิ่งต่างพื่อเซ่นผีปู่ย่า ตั้งแต่ 20 บาท - 500 บาท
3. จัดทำอาหารหรือเครื่องเซ่นสังเวยผี
4. ทำพิธีเลี้ยงผีปู่ย่า ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้- เหล่าญาติพี่น้อง ที่ถือว่าเป็นผีเดียวกันจะมาชุมนุมกัน ณ หอผี หรือตูบผี นำเครื่องดนตรีพื้นบ้านคือ ปี่ ขลุ่ย สะล้อ ซอ ซึง บรรเลงเพลงขับกล่อม และมีการฟ้อนรำ ( ฟ้อนแอ่น ) จ๊อย ซอ สนุกสนาน
- นำอาหารหรือเครื่องเซ่นสังเวยตั้งวางบนที่สูง
- ผู้อาวุโส กล่าวอัญเชิญผีปู่ย่า
- ทุกคนที่มาร่วมงานจะสงบ เพื่อคอยจ้องมองว่าเมื่อไหร่ ผีเทวดา จะมารับของที่เซ่นสังเวยข้อสังเกต ว่าผีปู่ย่ามารับเครื่องเซ่นสังเวยหรือไม่ สังเกตจากที่มีลมพัด หรือ แมลงวันมาไต่ตอม
ร่างทรง หรือ ม้าขี่
ผู้ที่ได้รับการสืบทอดให้เป็นร่างทรงเป็นตัวแทนของญาติ จะต้องเป็นผู้หญิง ที่มีลักษณะพิเศษตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กมาแล้ว มีลักษณะขวัญอ่อน มักเห็นผีหรือสิ่งที่คนอื่นมักมองไม่เห็นกัน มักฝันเห็นเทวดาหรือสิ่งที่มหัศจรรย์ และสิ่งศักดิ์สิทธ์เสมอ มักมีอาการผีเข้าเสมอซึ่งถ้าผีดีหรือผีเทวดาเข้าก็จะให้พระมาอัญเชิญให้ออกโดยง่ายดาย แต่ถ้าเป็นผีไม่ดีก็จะร้องไห้โอดครวญ ไม่ยอมออกจากร่างง่าย ๆ และเมื่อโตขึ้นบรรพบุรุษที่เป็นร่างทรงก็จะบอกยกให้เป็นผู้สืบทอดให้เป็นร่างทรงผีปู่ย่าสืบต่อไปพิธีการเข้าทรง
1. เมื่อผู้อาวุโสหรือเจ้าของบ้านเค้าผี อัญเชิญผีเทวดามาเข้าร่างทรง ร่างทรงจะแต่งตัวชุดสีขาว และมีผ้าโพกหัว
2. เมื่อผีเข้าร่างทรง ร่างทรงจะสั่นและกระตุกและหมดสติไป
3. เมื่อหมดสติไปสักครู่ ประมาณ 1 นาที ก็จะพื้นขึ้นเอามือลูบหน้า
4. หลังจากนั้นจะมีการพูดคุยกัน ถามโชคลาภ ทำนายทายทัก ร่างทรงจะดื่มเหล้า และสูบบุหรี่จำนวนมาก
5. มีการฟ้อนผีปู่ย่า ฟ้อนแอ่น จ้อย ซอ สนุกสนานครื้นเครง
6. ผีเทวดา ออกจากร่างทรง โดยการนอนราบนิ่ง แล้วกระตุก ๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นก็จะได้สติและไม่มีอาการเมาเหล้า หลงเหลืออยู่เลย
7. ญาติ ๆ ที่มาพบปะสังสรรค์ จะรับประทานอาหารร่วมกันเครื่องเซ่นสังเวย
1. อาหารพวกเนื้อสัตว์ เช่น หัวหมู เป็ด ไก่ วัว
2. ผลไม้ต่าง ๆ ( โดยเฉพาะ กล้วย มะพร้าว )
3. ข้าวสุก
4. เหล้า
5. บุหรี่
6. ขนม
7. ดอกไม้ขาว ธูป เทียนชุดสำหรับใส่พิธีลงผี
นุ่งซิ่น / เสื้อแขนยาว / ผ้าคล้องคอ / ผ้าโพกหัว
ประโยชน์ของการเลี้ยงผีปู่ย่า
1. แสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ
2. สร้างความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้อง
3. รักษาประเพณีที่ดีไว้ เป็นมรดกต่อไป
4. สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวและที่พึ่งทางใจ
วิทยากร
: พ่อหลาย นันต๊ะภาพ อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 6 ต. ขุนควร อ. ปง จ. พะเยาผู้เก็บข้อมูล
: นางสาวจันมิตร หล่อวงศ์ นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับพ่อหลาย นันต๊ะภาพ
จากการสัมภาษณ์ ผีปู่ย่าในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ผีปู่ย่านี้เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยดั้งเดิมของ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ จะมีการสืบทอดมาเป็นตระกูลของผู้ที่นับถือกันมา จะเป็นประเพณีที่ดีงามก็ว่าได้
ถ้าหากว่าตระกูลนั้นนับถือกันมาตลอด จะมีการเลี้ยงผีปู่ย่าครั้งใหญ่ในหนึ่งปีจะมีอยู่หนึ่งครั้ง ส่วนใหญ่จะเลี้ยงในช่วงหน้าที่ว่างจากการทำงาน จะมีการบอกลูกบอกหลาน หรือญาติ ๆ ในตระกูลเดียวกัน ก่อนที่จะเลี้ยงจะต้องมีการบอกไว้ล่วงหน้าว่าจะมีการเลี้ยงผีปู่ย่าเพื่อที่จะให้ญาติ ๆ หรือลูกหลานที่อยู่ไกล ได้เตรียมตัว บางทีคนที่อยู่ไกลก็มักจะมาล่วงหน้า หรือมานอนรอวันงาน
ส่วนบ้านงานก็จะเป็นบ้านที่ต้นตระกูลเก่าแก่ คือผู้ที่มีอายุมากที่สุดในตระกูลนั้น ๆ ก่อนวันงาน 1 วัน ก็จะมีการเอาผีปู่ย่ามาลงก่อน และถามว่าผีปู่ย่าจะกินของเซ่นไหว้อะไร อาจจะเป็น หมู เป็ด ไก่ พอวันรุ่งขึ้นก็จะมีการเตรียมของเซ่นไหว้ตามที่ผีปู่ย่าต้องการ ญาติพี่น้องก็จะต้องช่วยกันเตรียมของเซ่นไหว้ แล้วต้องเอาไปเซ่นไหว้ให้ผีปู่ย่าได้กินก่อน
ผู้เฒ่าผู้แก่จะเชื่อว่าผีปู่ย่ามากินของเซ่นไหว้ จะกินกลิ่นไอของของที่มาเซ่นไหว้ เมื่อกลิ่นไอของของเซ่นไหว้หมดเมื่อไร ก็หมายความว่าผีปู่ย่ากินอิ่มแล้ว ลูก หลาน ถึงจะเอามากินต่อได้
ถ้าเป็นสมัยเมื่อก่อน ลูก หลาน จะช่วยกันออกค่าใช้จ่าย ใครที่มีฐานะดีก็จะออกค่าใช้จ่ายเยอะหน่อย หรือบางทีบ้านใครมีไก่ ก็เอาไก่มาช่วย บ้านใครมีของกินอะไรที่พอจะมาช่วยได้ ก็จะเอามาจากบ้านเอง ส่วนใครที่มีฐานะปานกลางก็จะออกตามกำลังของตัวเองที่มี ส่วนใครที่มีฐานะยากจนก็ไม่ต้องออก แต่จะช่วยในด้านการลงแรงงาน
แต่ในปัจจุบันการเลี้ยงผีปู่ย่าจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเท่ากันหมด ไม่เกี่ยวกับฐานะ และก็ยังมีการเลี้ยงผีปู่ย่าอยู่เหมือนเดิมในทุก ๆ ปี เพราะยังมีความเชื่ออยู่ว่าเมื่อเลี้ยงผีปู่ย่าแล้ว จะทำให้ลูก หลานของตระกูลนี้มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีความสุขตลอดไป
วิทยากร
: นางแสงบุญ คำแก้ว อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 11 บ้านป่าอ้อดอนชัย ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นายชัชวาล ปัญญาไชย นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ นางแสงบุญ คำแก้ว หน้าศาลผีปู่ย่า
ผีปู่ย่า ยายอยากรู้ว่า มาจากไหน ยายก็ไปถามท่าน ท่านก็ว่า มาจากแดนไกล จากเชียงแสน เชียงตุง มา มา เรื่อย ๆ มาอยู่กับใครก็ไม่สนุก สุขเหมือนกับมาอยู่ที่นี่ ก็เลยถามว่าท่านชื่ออะไร ชื่อว่าปู่แสงใจ อยู่นี่ยายไปไหนไปด้วยทุกที่ คนเขาก็ทักว่า ยายเอาของดีติดตัวมาด้วย ผีปู่ย่า นับถือกันมาก ผีปู่ย่านับถือเป็นบ้านเดียวแต่คนเข้าร่วมผีมี 17-18 คน ประเพณีก็มาร่วมกัน ปีใหม่ เข้าพรรษา-ออกพรรษา ก็เอาขนม มารวมกัน ประเพณี เดือนเก้าแรม มีไก่ มารวมกัน มีทุกหย่อมบ้านเป็นจุดจุดไป
วิทยากร
: นางอวน ศิริชมภู อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 11 บ้านป่าอ้อดอนชัย ตำบลป่าอ้อดอยชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นายชัชวาล ปัญญาไชย นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : สิงหาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูล กับ นางอวน ศิริชมภู
ผีปู่ย่า เวลาเราอยู่บ้าน อยู่เรือน ผีปู่ย่าจะรักษา ทั้งบ้านทั้งเรือนให้อยู่ดีมีสุข
วิทยากร
: นางบุญทอง กาชัย อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 117/11 บ้านศรีทรายมูล ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงรายผู้เก็บข้อมูล
: นางบังอร ฮ่วนสกุล นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรวิทยาเขตสารสนเทศ จังหวัดพะเยาวันที่เก็บข้อมูล : 8 กรกฎาคม 2547
ผู้เก็บข้อมูลกับนางบุญทอง กาชัย
วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2547 ข้าพเจ้านางบังอร ฮ่วนสกุล นิสิตปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ได้ไปเที่ยวบ้านนางบุญทอง กาชัย อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117/11 บ้านศรีทรายมูล ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อสอบถามเรื่องผีปู่ย่าของตระกูลของคุณยาย ซึ่งคุณยายก็เล่าว่า
ผีปู่ย่า เป็นผีประจำตระกูลซึ่งสืบทอดมาทางฝ่ายหญิง เป็นประเพณีของคนภาคเหนือ ถ้ามีงานเทศกาลก็จะมีการเลี้ยงผี เช่น สงกรานต์ ขึ้นบ้านใหม่ การกินแขกแต่งงาน ฯลฯ ถ้าตามกำหนดประเพณีก็จะเลี้ยงผีในวันขึ้นเก้าค่ำ เดือนเก้า(เหนือ) โดยนำเครื่องสักการะเช่น หัวหมู ไก่ ขนม ของหวาน ผลไม้ แล้วแต่จะกำหนดกันมาเพื่อจะได้บอกกล่าวผีปู่ย่าของตนให้คุ้มครองลูกหลานทุกคนให้อยู่เย็นเป็นสุข มีอายุมั่นขวัญยืน
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าผีปู่ย่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถ้ามีลูกหลานที่มีอายุครบเกณฑ์คัดเลือกเป็นทหาร ก็จะมีการนำไม้ซึ่งยาว 1 วา มาวัดให้ดู ถ้าไม่อยากให้ลูกหลานเป็นทหาร และขอให้ผ่านพ้นไปก็ขอให้ไม้สั้นเข้า แต่ถ้าวาไม้ยาวออกไปเกิน 1 วา ก็แสดงว่าลูกหลานบ้านนั้นก็จะต้องได้เป็นทหาร และถ้ามีการสัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผีปู่ย่าว่า ถ้าลูกหลานไม่ได้เป็นทหารก็จะต้องมีการเลี้ยงผีปู่ย่าตามที่ได้ให้สัญญาไว้ว่าจะเลี้ยงหัวหมู หรือไก่ ไม่มีสุรา
ผีปู่ย่าเป็นผีที่รักษาบ้านเรือนตามธรรมเนียมของคนพื้นเมือง ถ้ามีลูกหลานสืบสายกันมาเป็นสิบครอบครัว พอถึงเวลาก็จะมาชุมนุมเพื่อเลี้ยงผีปู่ย่าในวันขึ้นเก้าค่ำ เดือนเก้า(เหนือ) ซึ่งประเพณีดังกล่าวยังสืบทอดกันมา จนถึงปัจจุบันนี้
สำหรับผีปู่ย่าของคุณยายบุญทอง กาชัย อยู่ที่บ้านแม่ใจ๋ โพธิวงศ์ บ้านหนองบัว อำเภอเมืองเชียงราย พอถึงวันปีใหม่ เข้าพรรษา ออกพรรษา ก็ต้องไป ทำบุญที่ศาลปู่ย่า โดยการนำขนมเทียน ขนมปาด(ขนมกวนน้ำอ้อย) ข้าวต้ม ของหวานและดอกไม้ธูปเทียนไปสักการะ ในการไปสักการะก็จะมีตัวแทนของแต่ละครอบครัวนำเครื่องสังเวยดังกล่าวไปรวมกันที่เรือนแม่อันเป็นเรือนเดิมคือ บ้านแม่ใจ๋ โพธิวงศ์.
ชวนกันเป็นชาวคติชน || การศึกษาความเชื่อฯ